5 สิ่งควรรู้เกี่ยวกับ Emma Corrin ในบทบาท Princess Diana ใน The Crown season 4

| |

เมื่อ The Crown ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ทาง Netflix เดินทางมาถึงซีซั่น 4 ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในบุคคลที่ทำให้หลายๆ คนให้ความสนใจก็คือเรื่องราวของ Diana Spencer หรือ Lady Diana Spencer หรือ Princess Diana เจ้าหญิงที่คนทั่วโลกรัก ซึ่งวันนี้ The Noize Magazine ก็อยากจะพาทุกคนไปดูกันว่า 5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Emma Corrin ผู้รับบทเจ้าหญิงไดอาน่าใน The Crown season 4 ว่ากว่าบทนี้จะตกมาอยู่ที่เธอนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเธอเตรียมตัวอย่างไรกับการมารับบทบาทนี้

The Queen Meets Diana - Olivia Colman and Emma Corrin | The Crown
The Queen Meets Diana – Olivia Colman and Emma Corrin | The Crown

Emma Corrin กับบทเจ้าหญิงไดอาน่า

ต้องบอกว่าบทเจ้าหญิงไดอาน่าในThe Crown ซีซั่น 4 นั้น เป็นช่วงเวลาที่เจ้าหญิงไดอาน่าอยู่ในวัย 16-28 ปี ที่รับบทโดย Emma Corrin และซีซั่น 5 จะเปลี่ยนไปเป็นตัว Elizabeth Debicki แทน

5. Emma Corrin แทบไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเจ้าหญิงไดอาน่าเลย

Emma Corrin เกิดในเดือนธันวาคม 1995 และในวันที่เจ้าหญิงไดอาน่าสิ้นพระชนม์นั้น เธออายุแค่เพียง 2 ปีเท่านั้น เอ็มม่าบอกกับ Variety ว่า “เพื่อนของพ่อแม่ของฉันรู้สึกว่าเขาต้องบอกเรื่องราวเกี่ยวกับเธอ (เจ้าหญิงไดอาน่า) ให้กับฉัน พวกเขาน่ารักมาก มันเป็นเรื่องราวที่มีความหมาย พวกเขาทุกคนต่างเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฉันฟัง แล้วทุกคนก็มีเรื่องราวของไดอาน่า ฉันรู้สึกว่าฉันควรที่จะต้องเริ่มสะสมมันแล้ว ฉันคิดว่าฉันมีเรื่องราวสำหรับตัวเองแล้ว”

4. เตรียมตัวฝึกการพูดแบบเจ้าหญิงไดอาน่ากับแม่ของเธอ

Emma Corrin บอกกับหลายๆ สื่อว่าในก่อนที่เธอจะมาช่วยต่อบทให้กับทาง The Crown ขณะที่กำลังแคสต์นักแสดงเพื่อมารับบท Camilla Parker Bowles เธอก็เตรียมตัวให้พร้อมเหมือนกับการออดิชั่น ไม่ว่าจะเป็นการดูบทสัมภาษณ์ต่างๆ ของเจ้าหญิงไดอาน่า หรือแม้กระทั่งวิเคราะห์รูปแบบการพูดของไดอาน่า โดยได้รับความช่วยเหลือจากแม่ของเธอที่เป็นนักบำบัดการพูด (speech therapist) “ไม่ว่าไดอาน่าจะพูดยังไง เธอก็จะมีคำลงท้ายให้จบได้ในตอนท้าย มันออกจะดูเศร้าๆ หน่อย” หลังจากที่ได้รับบท เธอต้องเข้าฝึกการใช้เสียงกับ William Conacher รวมไปถึงการขยับร่างกายด้วย “ฉันจำได้ว่าในเซสชันหนึ่งเราใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการคิดว่าเธอจะยืนอยู่หน้าประตูได้อย่างไร จนกระทั่งเราพบว่าเธอจะยืนเอนตัวไปด้านข้าง” เอ็มม่าบอกว่า “ฉันรู้สึกว่าฉันรู้จักไดอาน่าเหมือนกับเป็นเพื่อนกันเลย ฉันรู้ว่ามันออกจะแปลกหน่อยๆ แต่ฉันรู้สึกถึงความเป็นเพื่อนที่ดีจากเธอ ฉันคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปคุณเริ่มปะติดปะต่อความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจ ฉันที่จะค้นหาคนอื่นนะ”

PHILL TAYLOR/TELEGRAPH MEDIA GROUP LTD

3. Emma Corrin เตรียมตัวในบทเจ้าหญิงไดอาน่ากับ Patrick Hephson

สำหรับการเตรียมตัวในบท Princess Diana ใน The Crown นั้น ทางกองถ่ายของ The Crown ได้เตรียมตัวให้กับเธอโดยการจัดให้ไปพบกับ Patrick Hephson เลขานุการส่วนตัวของเจ้าหญิงไดอาน่า เอ็มม่าบอกว่าเธอเป็นคนที่ตลก สนุกสนานตลอดเวลาเลย” แล้วก็ให้ดู ‘Diana: In Her Own Worlds’ เป็นร้อยครั้งเลยด้วย

สำหรับการเต้นนั้น เอ็มม่าบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเลย แล้วเธอก็จำได้ด้วยว่าตอนสมัยอยู่โรงเรียน มีใครสักคนหนึ่งบอกว่าเธอเต้นเหมือนกับแมงมุมเลย แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องตลกในกลุ่มเพื่อนด้วย เธอยังบอกอีกว่า “ฉันชอบ 5Rhythms มากๆ แล้วฉันก็เรียนแจ๊ส แท็ป แล้วก็บัลเลต์ด้วย จาก 0 เลยนะ ฉันควรที่จะเข้าใจว่ามันมาจากไหน และการเรียนบัลเลต์ตอนอายุ 24 มันแย่เอามากๆ มันเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย มันเป็นสิ่งที่ต้องเรียนมาตั้งแต่ยังเด็กต่างหาก”

สำหรับการมารับบทไดอาน่า เอ็มม่า คอร์ริน มีเวลาในการเตรียมตัวประมาณ 6 เดือน โดยได้ทีมงานคอยช่วยเหลือ มีโค้ชที่คอยดูแลการเคลื่อนไหวและท่าทางของซีรีส์ชุดนี้อย่าง Polly Bennett ที่ทำงานร่วมกับเธอในบทบาทของไดอาน่า เพื่อพยายามค้นหาว่าควรที่จะต้องขยับตัวและเคลื่อนไหวอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการที่เจ้าหญิงยืนอยู่ในกรอบประตู (จะยืนอยู่ตรงกลาง ไม่ก็พิงอยู่ด้านในด้านหนึ่ง) หรือว่าสัตว์ที่เธออาจจะอยากเป็น (ไม่ใช่อะไรที่ดูตื่นตระหนกเหมือนที่เอ็มม่าคิดในครั้งแรก แต่เป็นแมวที่อยากรู้อยากเห็น) ซึ่งตัวของปีเตอร์ มอร์แกน บอกว่า “ถ้าเรามีนักแสดงที่มีประสบการณ์ก็คงจะเป็นนักแสดงที่มีความประหม่าอย่างแน่นอน แต่เชื่อเถอะว่าเอ็มม่ารู้สึกประหม่าทุกวันในการถ่ายทำ มันมีประโยชน์เอามากๆ”

2. ไม่ได้แคสติ้ง แต่ Emma Corrin ได้บท Princess Diana เพราะมาต่อบทให้กับ The Crown season 3

Emma Corrin บอกกับ ELLE Magazine ว่า “พวกเขา (ทีม The Crown) โทรหาเอเจนท์ของฉันแล้วก็บอกว่า ‘ให้เอ็มม่ามาที่นี่แล้วช่วยเราอ่านหน่อยได้รึเปล่า เดี๋ยวเราจะจ่ายให้เธอ มันไม่ใช่การออดิชั่นนะ เราแค่อยากให้มีใครสักคนมาอ่านบทเป็นไดอาน่าในซีนนั้น Josh [O’Connor] จะอยู่ที่นั่น แล้วก็มีโปรดิวเซอร์ทั้งหลาย ผู้กำกับ และผู้คัดเลือกนักแสดงอยู่ที่นั่นด้วย’ มันเป็นอะไรที่ไร้สาระเอามากๆ แล้วฉันก็ทำกับมันเหมือนการออดิชั่นนะ มันเป็นการออดิชั่นที่ไร้แรงกดดันสุดๆ ฉันคิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ดีในการหาโอกาสให้กับตัวเอง ฉันศึกษาเยอะมากเกี่ยวกับไดอาน่าและตัวละครนี้ มันสนุกเพราะว่าเธอเป็นบุคคลที่น่าสนใจที่จะอ่านและศึกษา”

เอ็มม่ายังบอกอีกด้วยว่าเธอต้องฝึกสำเนียงการพูดจากสปีชของไดอาน่า แล้วก็ต้องมาต่อบทกับ Emmerald Fennell ที่รับบทเป็น Camilla Parker Bowles อีกด้วย “พวกเขาขอให้ฉันไปยืนหน้ากล้อง ฉันคิดว่ามันแปลกมาก ฉันจำได้ว่าตอนออกมาข้างนอกแล้วโทรหาเอเจนท์ของฉัน มันแบบ ‘มาย่า มันมีบางอย่างเปลี่ยนไปในห้องนี้ ฉันคิดว่าพวกเขาสนใจ ผู้กำกับอยากที่จะทำงานกับฉัน และพวกเขาอยากให้ฉันไปอัดด้วย’ มันเป็นอะไรที่เซอร์เรียลเอามากๆ เลย พอมองกลับไป” แล้วระหว่างการออดิชั่น Benjamin Caron ผู้กำกับ และ Suzanne Mackie โปรดิวเซอร์ก็ถกเถียงกันเรื่องที่จะบอกว่าให้เอ็มม่ามารับบทไดอาน่าด้วย ซึ่งตัวเอ็มม่าก็บอกว่า “เราทำตัวสบายๆ อ่านซีนนั้น แล้วเบนก็หันไปหาซูซานถามว่า ‘บอกเธอตอนนี้ได้มั้ย’ แล้วซูซานก็เหมือนแบบ ‘ปล่อยให้อ่านอีกรอบดีมั้ย’ แล้วเราก็อ่านต่ออีกรอบ แล้วเบนก็เหมือนกับแบบ ‘คุณจะมาเป็นไดอาน่าของพวกเราได้รึเปล่า’”

ตัว Executive producer อย่าง Suzanne Mackie ก็บอกว่าตอนที่ offer บทไดอาน่าให้กับเอ็มม่านั้น เธอนิ่งค้างไปเลย “เอ็มม่านิ่งค้างไป แล้วเธอก็เริ่มร้องไห้ เบนก็ร้องตาม ส่วนจอชก็เข้าไปกอดปลอบเธอ มันเป็นอะไรที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์สุดๆ”

Emma Corrin as Princess Diana in The Crown Season 4 | Des Willie/Netflix

1. ชุดแต่งงานของเจ้าหญิงไดอาน่าที่ตัดใหม่ใน The Crown season 4 มีมูลค่าสูงถึง £90,000

สำหรับชุดแต่งงานนี้เป็นชุดที่คอสตูมดีไซเนอร์อย่าง Amy Roberts เจ้าของรางวัล Emmy Awards เป็นคนออกแบบ เอมี่บอกว่าเธอยังอยากที่จะเก็บเอาสไตล์และจิตวิญญาณอย่างออริจินัลของ David & Elizabeth Emanuel ที่เคยดีไซน์เอาไว้

แล้วก็ต้องบอกว่าฉากแรกที่เอ็มม่าได้เข้าไปถ่ายทำเลยก็คือฉากงานแต่งงานที่สวมชุดแต่งงานนี้ด้วย เอ็มม่าบอกว่าเธอต้องมีคนช่วยสิบกว่าคนในการสวมชุดนี้ และทุกๆ คนต่างตกตะลึงเมื่อได้เห็นเธอสวมชุดนี้เป็นครั้งแรก “ตอนที่ถ่ายฉากแต่งงาน ฉากแรกที่คุณเห็นเธอสวมชุดแต่งงาน ฉันคิดว่านั่นเป็นที่ Lancaster House ในลอนดอน แล้วฉันมีทีมงานที่ช่วยฉันสวมชุดนั้นกว่า 10 คน เพราะว่ามันใส่ยากมาก พอฉันเดินออกมา ทุกๆ คนล้วนเงียบกับหมดเลย ไอ้สิ่งที่ฉันสวมมาในซีรีส์เนี่ย มันคือเธอเลยนะ” ตัวเอ็มม่าบอกกับ British Vogue ฉบับตุลาคม 2020 ว่า the Emanuels ที่เป็นคนดีไซน์ชุดออริจินัลของเจ้าหญิงไดอาน่ามอบแพทเทิร์นให้กับทางกองถ่ายแล้วทางทีมคอสตูมดีไซน์ของซีรีส์ก็ตัดชุดให้กับเธอ ซึ่งตัวของ David Emanuel ก็มาเป็นที่ปรึกษาให้กับทางกองด้วย

สองสามีภรรยา Elizabeth และ David Emanuel ดีไซเนอร์จากชุดดั้งเดิม ร่วมกับ Amy Roberts คอสตูมดีไซเนอร์ของ The Crown นั้นร่วมกันรังสรรค์ชุดแต่งงานนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตัวของ Elizabeth Emanuel ก็บอกกับ Prople Magazine ว่า “เอ็มม่าดูดีมากในชุดนั้น และฉันเองก็เป็นแฟนตัวยงของ The Crown เลยด้วย มันน่ามหัศจรรย์มากๆ เลยนะ และฉันจะตั้งหน้าตั้งตารอชมเลยล่ะ” และกว่าจะมาเป็นชุดแต่งงานนั้น ทีมงานใช้เวลากับ 600 ชั่วโมงในการทำมันขึ้นมา ทั้งหมดรวมแล้วใช้เวลา 4 เดือน และการลองชุดถึง 5 ครั้งด้วยกัน ร่วมกับทีมงานอีกสามคน ใช้ผ้ากว่า 95 เมตร และลูกไม้กว่า 100 เมตร พร้อมผ้าลากยาวกว่า 30 เมตร ซึ่งทีมงานที่ทำลูกไม้สำหรับชุดที่ใช้ใน The Crown ก็จะเป็นชุดดั้งเดิมกับที่ทำให้เจ้าหญิงไดอาน่า รวมๆ แล้วชุดนี้มีมูลค่าสูงถึง £90,000

Emma Corrin บอกกว่า “หนึ่งในชุดที่ถือเป็น iconic ที่สุดชุดหนึ่งก็คือชุดแต่งงาน ตอนที่รู้ว่าจะได้เข้าฉากในชุดนั้นมันเป็นอะไรที่บ้ามาก ชุดนั้นออกแบบมาใกล้เคียงตามแบบดั้งเดิม มันจึงเป็นแบบจำลองที่สมบูรณ์แบบที่สุด” ต้องบอกว่าในปี 1981 มีผู้คนกว่า 750 ล้านคนที่ได้ดูงานแต่งงานของไดอาน่าและชาร์ลส์ทางทีวีทั่วโลกมันคือชุดที่อยู่ในความทรงจำของคนรุ่นนี้ เธอยังบอกอีกว่า “ฉันจำได้ว่าตอนเราถ่ายทำฉากนี้ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปเมื่อฉันเดินใส่ชุดนี้เข้ามาในฉาก ทุกคนก็เงียบไปฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้สวมชุดนี้และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก”

The Crown Season 4 | Official Teaser Trailer | Netflix
The Crown Season 4 | Official Teaser | Netflix

The Crown season 4 ฉายแล้ววันนี้ทาง Netflix

First S.

นัก(หัด)เขียน ที่ผันตัวจากการเป็นนักเรียนกฎหมายมาใช้เวลาไปกับเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง ซีรีส์ หรือเรื่องราวเบื้องหลัง ไปพร้อมๆ กับการค้นหาความต้องการของชีวิต

Previous

รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ Stranger Things season 4

นักแสดงใหม่ใน Stranger Things ซีซั่น 4

Next