เราจะได้เห็นอะไรบ้างใน Dickinson ซีซั่น 3

| |

หลังจากที่ Dickinson ซีซั่น 2 ฉายทาง Apple TV+ จบไปเมื่อช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่าเป็นฉากจบที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้อย่างมากมาย และปิดเรื่องราวในซีซั่นสองได้อย่างดี ซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกว่าทาง Apple TV+ เขาก็คอนเฟิร์มเรียบร้อยแล้วว่า Dickinson จะได้ไปต่อในซีซั่น 3 โดยกำหนดฉายอยู่ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2021 และถือเป็นซีซั่นสุดท้ายของซีรีส์ชุดนี้

Dickinson — Season 3 Official Trailer | Apple TV+

อย่างที่เรารู้กันว่าในแต่ละซีซั่น เอมิลี่ต้องหาคำตอบสำหรับคำถามที่แตกต่างกันออกไปเกี่ยวกับงานเขียนของเธอ ซึ่งในซีซั่นแรก เธอขวนขวานที่จะหาทางได้รับการยอมรับ ในซีซั่นสอง ก็เป็นการจัดการและรับมือกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของเธอ และชื่อเสียงของเธอนั่นเอง สำหรับในซีซั่นสามของดิกคินสัน จะเป็นเรื่องราวในช่วงสงครามกลางเมือง เอมิลี่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึก และเติบโตขึ้นไปมากกว่าเดิม

จากบทสัมภาษณ์ของ Alena Smith โชว์รันเนอร์และ executive producer ที่ได้ร่วมพูดคุยกับ Collider นั้น เธอบอกว่าเธอเขียนบทในซีซั่นสองระหว่างที่รอให้เปิดกองโปรดักชั่นในซีซั่นแรก และระหว่างที่รอให้ซีซั่นสองได้ฉาย เธอก็เขียนบทของซีซั่นสามรอเลย “ฉันอยู่กับ Dickinson มาตั้งแต่เริ่มพิชต์เรื่องนี้ตอนปี 2017 มันเป็นการเดินทางที่เข้มข้นมากเลยนะที่จะปล่อยให้เรื่องนี้ได้ฉายออกไปให้ผู้ชมได้ชมกัน ฉันมีความสุขมากๆ ที่มันกำลังจะได้ฉายในซีซั่นถัดไป (ซีซั่นสอง) ฉันคิดว่าซีซั่นสองนั้นจะเพิ่มเดิมพันได้เลย ทั้งเรื่องระดับของการเล่าเรื่อง มุมมอง และในแง่ของการเติบโตและความซับซ้อนของตัวละครอีกด้วย ตอนนี้ทุกคนอยู่ในโลกนี้แล้ว และเราไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวของแต่ละคนอีก เราสามารถเจาะลึกเรื่องราวต่างๆ ได้มากขึ้น และนั่นคือสิ่งที่วิเศษเลย”

Dickinson ซีซั่น 3 สงครามกลางเมือง การเติบโต และอนาคต

อย่างที่ได้บอกไว้ในบทความที่แล้วว่า Dickinson ซีซั่น 3 จะเป็นเรื่องราวช่วงสงครามกลางเมือง Alena Smith ก็บอกว่าตอนนี้ทีมเขียนบทก็เขียนสคริปต์เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว และเปิดกองถ่ายทำซีซั่น 3 ในช่วงฤดูใบไม้ผลิภายในปีเดียวกัน “ขั้นตอนการเตรียมการนั้นมันซับซ้อนมากๆ แล้วช่วงเวลาต่างๆ ก็มีองค์ประกอบที่สร้างสรรค์มากมาย เพราะงั้น การที่ฉันเอาสคริปต์ออกไปให้คนในทีมเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีสำหรับพวกเขา เพื่อให้มันสามารถดำเนินการต่อไปได้ ทั้งฉาก คอสตูมที่ต้องสร้างขึ้นใหม่ รถม้าของเดธที่ต้องนำออกมา และอะไรอีกหลายๆ อย่าง มันเป็นวิธีที่เราสร้างโลกขึ้นมาอย่างพิถีพิถีน มันเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ มันไม่ใช่การแสดงในแบบที่คุณจะไปเยือนสถานที่นั้นๆ ได้ มันเหมือนกับกระบวนการถ่ายภาพยนตร์มากกว่าการถ่ายทำซีรีส์เล็กน้อย

“เหตุผลที่ฉันตั้งเป้าเอาไว้ 3 ซีซั่น ก็เพราะว่ามันจะเข้าไปถึงยุคสงครามกลางเมือง และฉันต้องการสำรวจบทบาทของเอมิลี่ในเรื่องนั้นจริงๆ นั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ฉันดีใจที่ซีซั่น 2 มันให้ความรู้สึกเป็นเหมือนช่วงเวลาแห่งการปาร์ตี้จริงๆ ที่มีเสน่ห์และเย้ายวนใจ เราไปเยือนสถานที่ที่หรูหรา สวยงามมากมาย ทั้งโรงละครโอเปร่า และพื้นที่ว่าง และอีกหลายๆ แห่งที่มันเป็นไปไม่ได้เลยในตอนนี้ เพราะว่าเรากำลังจะถ่ายทำในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ฉันรู้สึกโชคดีมากที่แม้ว่ามันจะใช้เวลานานกว่ามันจะฉาย แต่ฉันก็รู้สึกโชคดีมากที่ถ่ายทำทุกอย่างเสร็จก่อนที่ COVID จะเริ่มแพร่ระบาด ฉันตื่นเต้นมากที่มีคนเห็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา”

นอกจากนี้แล้ว Alena Smith ก็ยังได้เรียกช่วงเวลาการจู่โจมของ John Brown ที่ Harpers Ferry ว่ามันคือช่วงเวลา 9/11 “ฉันหวังว่าฉันจะได้วาดภาพช่วงเวลาของ John Brown ที่ Harper Ferry ให้มันออกมาเป็นแบบช่วงเหตุการณ์ 9/11 ในยุคของฉัน ซึ่งทุกคนรู้ดีว่ามันจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป มันมีความรู้สึกที่ว่าประวัติศาสตร์เริ่มหมุนมาเร็วขึ้นและมาหาเราไวขึ้นกว่าเดิม”

The third and final season of Dickinson will premiere globally November 5, 2021, exclusively on Apple TV+.
The third and final season of “Dickinson” will premiere globally November 5, 2021, exclusively on Apple TV+.

การทำงานท่ามกลางสถานการณ์โควิด

Anna Baryshnikov ผู้รับบท Lavinia Dickinson ก็ได้บอกว่าในซีซั่นสามนั้นเป็นช่วงการถ่ายทำที่ตรงกับสถานการณ์โควิด เธอบอกว่าเธอคุยเล่นกับ Alena Smith ว่าอยากที่จะให้สถานการณ์ตรงนี้คล้ายคลึงกับสงครามกลางเมืองด้วยเหมือนกัน “ฉันรู้ว่าห้องนักเขียนเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงโควิด ซีซั่นนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวสะเทือนใจและแกนหลักของเรื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นมา วันแรกที่เราเข้ากอง เราเข้าแถวรอตรวจโควิด อากาศข้างนอกก็ประมาณ 25 องศา ลมแรง แถมคิวยาวมากๆ พวกเราหลายคนรออยู่ข้างนอกประมาณชั่วโมงนึงกว่าจะได้ตรวจโควิดครั้งแรก โดยปกติเรามักจะได้ยินเสียงคนบ่นกัน แต่ทุกคนแบบ เรามีความสุขมากๆ ที่ได้กลับมา ได้มาอยู่ที่นี่ และมันเป็นเรื่องดีจริงๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับคนอื่นๆ อีกครั้ง เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวสุดๆ”

Dickinson และสงครามกลางเมือง

อย่างที่เรารู้กันว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีของสงครามกลางเมือง (The Civil War) งานเขียนของเอมิลี่เยอะจนพุ่งทะลุหลังคา ซึ่งตัวผู้สร้างอย่าง Alena Smith ก็ได้พูดถึงตัวละครที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งที่มีบทบาทในชีวิตของเอมิลี่ ดิกคินสัน ในซีซั่นสามนั่นก็คือ Thomas Wentworth Higginson (รับบทโดย Gabriel Ebert) เธอเห็นบทความของฮิกกินสันใน The Atlantic ที่ส่งเสริมให้นักเขียนรุ่นเยาว์พัฒนางาน และเชิญพวกเขาให้ทักทายเพื่อขอคำแนะนำได้ เอมิลี่เองก็เขียนจดหมายถึงฮิกกินสันเพื่อถามเขาว่าบทกวีของเธอดีหรือไม่ มันน่าสนใจตรงที่ว่าเธอเลือกคนนี้ที่เป็นคนหัวรุนแรงและเป็นนักเคลื่อนไหวด้วย ในขณะที่เธอส่งจดหมายไปหาเขา เขาถูกส่งไปประจำการที่เมืองโบฟอร์ต รัฐเซาท์แคโรไลนา พวกเขาติดต่อกันเป็นเวลา 24 ปี และหลังจากที่เอมิลี่เสียชีวิต เขาก็กลายมาเป็นบรรณาธิการคนแรกของเธอ “ความจริงที่ว่าเขาเป็นนักเคลื่อนไหว คือกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจภารกิจของเธอในซีซั่น 3 ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็มักจะถามคำถามว่า ‘ฉันสามารถสร้างความแตกต่างได้ไหม’ สิ่งเดียวที่เอมิลี่รู้ว่าเธอเก่งก็คือการเขียนบทกวี และเธอก็ถามคำถามว่า ‘บทกวีของฉันสามารถช่วยผู้คนได้หรือไม่'”

และในช่วงหลายปีของสงครามกลางเมือง เธอเขียนบทกวีเป็นอย่างมาก และเขียนด้วยความโกรธจัด เฮลี่ย์บอกเอาไว้ว่า “(เอมิลี่) เขียนอย่างโกรธจัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความเร็วและความเข้มข้นที่ไม่มีใครเทียบได้ไม่ว่าจะก่อนหรือหลัง — เกือบหนึ่งบทกวีต่อวัน งานของเธอในยุคนั้นมันถือเป็นงานที่ยอดเยี่ยมและคลาสสิกอย่างมาก แต่เพราะชีวิตที่สันโดษของเธอ ทำให้เธอไม่เคยถูกมองว่าเป็นกวีสงคราม (war poet) มาก่อน”

“…พวกเราและซูกำลังผลักดันให้เอมิลี่พูดว่า ‘ฉันเป็นเกย์ ฉันเป็นเควียร์’ เพื่อเป็นเจ้าของความรักของเธอที่มีต่อซู”

Ella Hunt in season three of "Dickinson."Apple TV+
Ella Hunt in season three of “Dickinson.”Apple TV+

ในส่วนของการเผชิญหน้าระหว่างเอมิลี่และซูที่ว่าพวกเขาจะลงเอยด้วยกันไหมในซีรีส์ชุดนี้ Alena Smith ก็ได้บอกว่าถ้ามีโอกาสก็อยากให้ไปที่พิพิธภัณฑ์และศึกษาเรื่องราวเหล่านั้น พวกเขาเป็นเพื่อนบ้านติดกันมากว่า 40 ปีแล้ว เอมิลี่ก็เขียนทั้งจดหมายและบทกวีรักให้ซูหลายร้อยฉบับ นั่นคือข้อเท็จจริง แต่คำถามคือการตีความข้อเท็จจริง “ในซีซั่นสอง เอมิลี่เกือบเสียซูไป เพราะว่าซูเกือบจะสูญเสียตัวเอง แต่โชคดีสำหรับเราทุกคนที่รักเอมิลี่และซู ซูฟื้นคืนตัวตนที่แท้จริงของเธอได้ และความจริงพื้นฐานนั่นก็คือ เธอรักเอมิลี่มากกว่าใครในโลก พอเราเข้าสู่ซีซั่นที่สาม ความซื่อสัตย์และความสนิทสนามก็เริ่มได้รับการปรับปรุงความรู้สึกใหม่ระหว่างพวกเขา มันเหมือนกับการได้กลับบ้านในซีซั่นแรก แต่ด้วยตัวละครที่ลึกซึ้งและเติบโต ซูก็มีความรับผิดชอบในฐานะของภรรยา ที่เอมิลี่ไม่มีเพราะเธอเลือกเส้นทางที่แตกต่างสำหรับตัวเอง แต่ในซีซั่นสาม เราผลักดันให้เอมิลี่เป็นตัวละครที่กำหนดเพศของเธอเองในแบบที่เธอไม่เคยมีมาก่อนในซีรีส์เรื่องนี้ เราชอบแนวคิดที่ว่าเอมิลี่มีความลื่นไหล เพราะในยุค 1850 พวกเขาไม่มีคำและหมวดหมู่เดียวกันกับเรื่องเพศอย่างที่เรามีในปัจจุบัน ซึ่งในซีซั่นสาม พวกเรา ร่วมด้วยกับซู กำลังผลักดันให้เอมิลี่พูดว่า ‘ฉันเป็นเกย์ ฉันเป็นเควียร์’ เพื่อเป็นเจ้าของความรักของเธอที่มีต่อซู”

Hailee Steinfeld ยังบอกอีกด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเอมิลี่กับซูนั้นซับซ้อนมากจนเป็นความใกล้ชิดสุดขั้วและความไกลห่างเกินคาดหมาย “แม้ว่าระยะทางที่ไกลที่สุดที่พวกเขาสัมผัสได้ก็คือการอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนของกันและกัน แต่เอมิลี่ก็ยังบอกด้วยว่าป่าดิบชื้นพวกนั้นให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ไกลออกไปหลายร้อยปี เหมือนอยู่ห่างออกไปตลอดกาล ในซีซั่นสอง เอมิลี่รู้สึกสับสน เธอสับสนกับชีวิตใหม่ของซู เธอมองเห็นซูที่จู่ๆ ก็กลายเป็นสิ่งที่เธอรู้ลึกๆ แล้วว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่สวยงามมากๆ คือความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นห่างไกลกันสุดขอบจักรวาล แต่พวกเขาก็ยังกลับมาหากันได้ และในตอนท้ายของซีซั่นสอง พวกเขาก็มอบคำสัญญาให้แก่กัน ซึ่งนั่นมันสวยงามมากๆ”

ทางฟากของเอลล่า ฮันท์ เธอก็ได้บอกว่า “ในซีซั่นนี้ ซูเป็นซูในเวอร์ชั่นที่ต่างไปจากเดิมสิ้นเชิง เพราะเธอโอบกอดความรักของเธอที่มีต่อเอมิลี่โดยไม่ละอายอีกต่อไป มันจึงเป็นการเปิดประตูทั้งหมดนี้เลย” เฮลี่ย์ก็ได้บอกด้วยว่าเธอรักความสัมพันธ์ของพวกเขาและเส้นทางที่พวกเขาจะได้ดำเนินไปในซีซั่นนี้ “มันเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น แม้ว่าคุณจะคิดว่ามันอาจจะไม่ซับซ้อนกว่านี้แล้ว ตอนนี้พวกเขาอยู่ในจุดที่ซูพยายามผลักดันให้เอมิลี่แสดงความเป็นเจ้าของว่าเธอเป็นใครนอกเหนือจากการอยู่กับซู พวกเขาเพิ่งรู้ว่าเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงเมื่ออยู่ด้วยกัน และเมื่อพวกเขาเข้าสู่โลกกว่า ซูก็แค่พยายามผลักดันเอมิลี่ให้ดำเนินชีวิตโดยไม่ต้องขอโทษ และเธอก็ทำอย่างนั้น มันเป็นความสัมพันธ์ที่สวยงามและยุ่งเหยิง ฉันรักทุกวินาทีที่ได้เล่นบทบาทนี้และค้นหาเรื่องต่างๆ”

Dickinson S03 E01 Sneak Peek | 'Death Needs Advice' | Rotten Tomatoes TV

ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องดิกคินสัน ที่เราเห็นกันตั้งแต่ซีซั่นแรก สำหรับลาวิเนีย เธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท เป็นคนที่เอมิลี่พึ่งพาได้ Anna Baryshnikov ผู้รับบทลาวิเนียบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคู่นี้มีเรื่องให้ตั้งตารอชมในซีซั่นสาม “ฉันคิดว่าเรารู้ดีอยู่แล้วว่าเราต้องก้าวไปสู่จุดสิ้นสุดของเอมิลี่และลาวิเนียในชีวิตจริงว่ามันจบลงอย่างไร นั่นก็คือลาวิเนียค้นพบบทกวีของเอมิลี่และทำการตีพิมพ์ พวกเขานอนบนเตียงเดียวกันในตอนโต และลาวิเนียก็กลายมาเป็นผู้ดูแลของเธอและเป็นหนึ่งในคนสนิทที่สุดของเอมิลี่ พวกเธอแตกต่างกันมาก เลยคิดว่าเราไม่อยากให้มันไปถึงจุดนั้นเร็วเกินไป และพวกเรายังสนุกกับการเดินทางของพี่น้องคู่นี้ นั่นก็คือการเชื่อใจซึ่งกันและกัน

ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างเอมิลี่กับพ่อ เฮลี่ย์บอกว่าพวกเขามีช่วยเวลาพิเศษมากๆ “เอมิลี่เห็นพ่อของเธอในสิ่งที่เขาเป็น และยังรักเขา แต่จะไม่รักเขาน้อยลงเพราะสิ่งที่เธอเรียนรู้เกี่ยวกับเขา แต่มันก็มีการเติบโตอย่างมาก และมีความเข้าใจระหว่างกันมากขึ้น” นอกจากนี้แล้ว Adrian Enscoe ผู้รับบท Austin Dickinson ก็ได้พูดถึงตัวละครของเขาในซีซั่นสามด้วยว่า “ออสตินพบว่าตัวเองอยู่ในกล่องที่เต็มไปด้วยความคาดหวังที่พ่อของเขาฝากไว้ให้กับเขา เขาถูกคาดหวังให้สานต่อธุรกิจของครอบครัวอย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจะทำ เขาถูกคาดหวังให้ออกไปทำสงครามเพื่อต่อสู้เพื่อยูเนียนด้วย”

สำหรับ Dickinson season 3 ก็ได้นักแสดงรับเชิญมาร่วมรับบทเป็นนักเขียนและนักเคลื่อนไหวหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น Sojourner Truth (รับบทโดย Ziwe Fumudo), Walt Whitman (รับบทโดย Billy Eichner) และ Sylvia Plath (รับบทโดย Chloe Fineman) ซึ่ง Alena Smith ก็ได้บอกว่าเธอรัก Ziwe Fumudo ทั้งบนทวิตเตอร์และในพอดแคสต์ที่เธอไปร่วมพูดคุยต่างๆ “(ฉันถามเธอในเดือนมีนาคม 2020) คุณอยากเขียนให้กับ Dickinson ซีซั่นนี้มั้ย และเธอบอกว่าอยาก พอเราอยู่ในห้องทีมเขียนบทใน Zoom เธอก็ทำการเหวี่ยงเบ็ดไปบน Instagram Live ด้วย จากนั้นฉันก็ไม่รู้เลยว่าภายในหนึ่งปี เธอจะกลายมาเป็นนักแสดงรับเชิญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราเคยมีมา เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มขึ้นมาได้เพราะเธอนั่นเอง

Ella Hunt บอกไว้ด้วยว่า “ฉันรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่เราได้สร้างมันร่วมกัน และทุกๆ ครั้งที่เราเข้าฉาก ฉันรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เป็นอิสระมากขึ้น และสามารถสำรวจเรื่องราวต่างๆ ได้มากขึ้น เรามีบทสนทนาที่ดีที่สุด และฉันรู้สึกทึ่งกับเฮลี่ย์มากๆ ฉันคิดว่าทุกคนจะอยู่ในจุดสิ้นสุดของซีซั่น 3 เธอทำสิ่งที่ไม่ธรรมดาในซีซั่นนี้”

คุณสามารถรับชม Dickinson season 3 ได้ทาง Apple TV+

source:

  • https://www.hollywoodreporter.com/live-feed/dickinson-boss-says-civil-war-set-season-3-will-explore-larger-impact-of-written-word
  • https://awardsradar.com/2021/06/08/interview-anna-baryshnikov-on-lavinias-sensuality-and-whats-ahead-for-her-on-dickinson/
  • https://awardsradar.com/2021/06/10/interview-ella-hunt-on-playing-socialite-sue-and-the-millennial-gaze-of-dickinson/
  • https://awardsradar.com/2021/06/19/interview-hailee-steinfeld-on-becoming-emily-dickinson-and-journeying-through-season-two-of-dickinson/
  • https://collider.com/dickinson-showrunner-interview-alena-smith-season-3-details/
  • https://decider.com/2021/11/02/dickinson-season-3-set-visit/
  • https://screenrant.com/dickinson-season-3-apple-tv-cast-interview/
  • https://variety.com/2021/tv/columns/juno-temple-the-offer-the-godfather-ted-lasso-gal-gadot-star-wars-1235103246/
  • https://www.apple.com/tv-pr/news/2021/08/apples-critically-acclaimed-peabody-award-winning-series-dickinson-to-debut-third-and-final-season-on-november-5-2021/
  • https://www.nbcnews.com/feature/nbc-out/dickinson-takes-private-passionate-poets-life-new-heights-final-season-rcna4264
  • https://www.newyorker.com/culture/persons-of-interest/alena-smiths-subversive-dickinson
  • https://www.thewrap.com/dickinson-production-design-inside-opera-houses-drawing-rooms-appletv/
  • https://www.vulture.com/article/dickinson-season-3-trailer-alena-smith-interview.html
  • https://www.upi.com/Entertainment_News/TV/2021/11/03/Hailee-Steinfeld-Dickinson/3001635794071/
First S.

นัก(หัด)เขียน ที่ผันตัวจากการเป็นนักเรียนกฎหมายมาใช้เวลาไปกับเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง ซีรีส์ หรือเรื่องราวเบื้องหลัง ไปพร้อมๆ กับการค้นหาความต้องการของชีวิต

Previous

American Horror Story: Coven and its undeniable impact

Stranger Things ซีซั่น 4 เตรียมฉายซัมเมอร์ 2022

Next