Maya Hawke จากลูกสาวนักแสดงสู่เส้นทางอาชีพของเธอ

| |

ต้องบอกว่านักแสดงรุ่นใหม่ที่มีพ่อแม่เป็นนักแสดงชื่อดัง ก็คงต้องบอกว่ามีไม่น้อยเลยล่ะ และหนึ่งในนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นกับ Maya Hawke ลูกสาวของสองนักแสดง Ethan Hawke และ Uma Thurman ที่เป็นนักแสดงขวัญใจของใครหลายๆ คน แล้วตัวของ Maya Hawke เองก็ถือว่าเป็นที่รู้จักกันจากซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix อย่างเรื่อง Stranger Things ที่เธอเปิดตัวมาในซีซั่น 3 นั้น ก็ทำให้หลายๆ คนหลงรักกันเลยล่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสาวมาย่ากัน

Courtesy of Clément Pascal/Port Mgazine

Maya Hawke

มาย่า ฮอว์ก (Maya Hawke) หรือชื่อเต็มของเธอก็คือ Maya Ray Thurman-Hawke เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1998 ที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มีน้องชายชื่อ Levon Thurman-Hawke และมีน้องสาวคนละพ่อกับน้องสาวคนละแม่ด้วย ตอนเด็กๆ มาย่าเป็น Dyslexia (Dyslexia คือความผิดปกติเฉพาะด้านการเรียนรู้ โดยจะมีความบกพร่องในการอ่าน มีปัญหาในการอ่านเขียน สะกดคำติดขัด ผสมคำไม่ได้) เมื่อตรวจพบ เธอก็ได้ย้ายโรงเรียนในโรงเรียนเอกชน Saint Ann’s School ใน Brooklyn, New York ที่เน้นเกี่ยวกับศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ หลังจากนั้นเธอก็ย้ายเข้าโรงเรียนศิลปะที่ Juilliard ก่อนที่จะรับบทในมินิซีรี่ส์เรื่อง Little Women ในปัจจุบันนี้ความสามารถในการอ่านของเธอก็ยังคงมีขีดจำกัดอยู่ แต่เธอก็รักการอ่านหนังสือด้วยเช่นกัน

ผลงานแรกของ Maya Hawke คือถ่ายแบบให้ British Vogue กับแคมเปญของ AllSaints ในเดือนตุลาคม 2016 กับคอเลคชั่น Spring ในปี 2016/2017 และผลงานการแสดงแรกคือ Little Women มินิซีรี่ส์ที่ฉายทางช่อง BBC โดยมาย่ารับบทเป็น Jo March หลังจากนั้นก็มาร่วมแสดงกับซีรีส์สุดฮิตเรื่อง Stranger Things ในซีซั่น 3 แล้วก็ไปโผล่ไปเป็นตัวละครเล็กๆ ในหนัง Once Upon a Time … in Hollywood ของ Quentin Tarantino ด้วยเช่นกัน และผลงานในปี 2020 ก็จะมีหนังของ Gia Coppola เรื่อง Main Stream ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน Venice Film Festival 2020 รวมไปถึง Human Capital ที่มาย่าจะได้ร่วมงานกับ Liev Schreiber และ Marisa Tomei อีกด้วย อันที่จริง เธอเคยได้รับเลือกจาก Sofia Coppola ให้มารับบท Ariel ใน The Little Mermaid แต่โปรเจ็กต์นั้นถูกยุบไปเรียบร้อยแล้ว

Courtesy of Zac Posen

นอกจากผลงานการแสดงแล้ว Maya Hawke ก็ยังทำเพลงของตัวเองอีกด้วย และเพิ่งปล่อยอัลบั้มแรกออกมาให้ฟังกัน นั่นก็คืออัลบั้ม Blush กับค่าย Mom + Pop Music ที่มีศิลปินในค่ายอย่าง Courtney Barnett, Ingrid Michaelson, Raffaella, Sunflower Bean เป็นต้น

ตั้งแต่เติบโตมา มาย่าใช้เวลาอยู่กับหลังกองใกล้ชิดกับนักแสดงตลอด เธออยู่กับพ่อแม่ในรถเทรลเลอร์ภายในกองถ่าย อยู่หลังเวลาระหว่างที่พวกเขาแสดงละครเวลา นั่งดูพวกเขาถ่ายทำตัวละครสุดไอคอนิก เธอบอกกับ NME ว่า “สถานที่โปรดของฉันก็คือในกองถ่าย อยู่หลังกล้อง สวมเฮดโฟน แล้วก็ดูมอนิเตอร์ระหว่างที่พ่อกับแม่แสดงฉากเดิมๆ ร้อยกว่ารอบในมุมที่แตกต่างกันออกไป แค่นั่งกับเรียนรู้มัน ฉันมักคิดว่าหลายๆ คนอยากที่จะทำมันนะ ฉันได้เรียนรู้ ในขณะที่พวกเขาไม่ได้ทำ ฉันพาคนเข้ามาในกองแล้วก็คิดว่า ‘คุณจะต้องรักมันเหมือนกับที่ฉันรักแน่ๆ’ แล้วฉันก็กลับมาคิดอีกว่า ‘ให้ตายสิ คุณอยากที่จะกลับบ้าน มันน่าเบื่อเอามากๆ แล้วฉันก็พยายามบังคับให้คุณ แล้วก็ทำลายวันดีๆ ของคุณไป'”

มาย่าเล่าให้ Port Magazine ฟังว่าตอนที่ไป Los Angeles เพื่อไปคุยเรื่อง Stranger Things เธอไม่ได้เรียก Uber ที่นั่น เพราะว่ามันแพง แถมเธอก็ยังขับรถไม่เป็น เธอก็เลยเดินไปทุกๆ ที่เลย มันใช้เวลานานก็จริง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงเพื่อไปออดิชั่น แล้วหลังจากนั้นเธอก็ได้รับสายว่าเธอได้บทนั้นมา มาย่าบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่เด็กนิวยอร์กอายุ 19 อย่างเธอทำ

Swan Gallet/WWD/Shutterstock

สำหรับคำแนะนำที่ Maya Hawke ได้จากคุณแม่ (Uma Thurman) นั่นก็คือ “แม่ให้คำแนะนำกับฉันเยอะมากๆ เกี่ยวกับการแสดงตอนอยู่ในกองถ่าย process ของการทำงาน โชว์ให้เห็นถึงการทำงานร่วมกับทีมต่างๆ ในกอง การเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี เป็นคนที่ใชเย็น และเป็นผู้ฟังที่ดี ฉันเฝ้ามองดูแม่ทำงานมาตลอดชีวิตของฉัน มันไม่เหมือนกับการที่แม่โชว์เหรียญอีกด้านออกมาให้ดู ฉันเฝ้ามองดูแม่ และมีแม่เป็นครูที่เจ๋งเอามากๆ” และผลงานของแม่ที่มาย่าชอบเอามากๆ ตั้งแต่ยังเด็กก็คือเรื่อง The Producers

นี่เป็นเพียงก้าวหนึ่งของหนทางในสายอาชีพของเธอ มาย่าบอกว่าเธออยากทำทุกอย่าง ทั้งคอเมดี้ ดราม่า พีเรียด อยากเล่นเป็นผู้หญิงโง่ ผู้หญิงฉลาด ผู้หญิงที่กล้าหาญ และผู้หญิงที่อ่อนแอ รวมไปถึงเธอเองก็อยากรับบทเป็น gay woman และ straight woman อีกด้วย

  • หนังโปรดของมาย่าคือหนังเรื่อง Nashville (1975) ของ Robert Altman
  • เพลงโปรดของมาย่าคือเพลง Carrie and Lowell ของ Sufjan Steven
  • ร้านโปรดของมาย่าคือร้านหนังสือที่ชื่อ McNally Jackson bookstore อยู่ใน lower Manhattan, New York
Courtesy of Zac Posen

ผลงานการแสดงของ Maya Hawke

ถึงแม้ว่ามาย่าจะไม่ได้เป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับแสดงมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ของเธอ (Ethan Hawke และ Uma Thurman) นั้นเปิดโอกาสให้กับเธอ เธอสามารถแสดงมากเท่าไหร่ก็ได้ในโรงเรียนและตอนอยู่ที่แคมป์ เธอรักการแสดง และอยากที่จะแสดงมันทุกที่และตลอดเวลาที่เธอสามารถทำได้ เธอชอบที่จะเล่าเรื่องให้ผู้คนได้ฟัง

หนึ่งในการออดิชั่นครั้งใหญ่ของเธอคือตอนที่ไปออดิชั่นในเรื่อง The Little Mermaid ฉบับ live-action ที่ Sofia Coppola เป็นผู้กำกับ แต่โปรเจ็กนั้นไม่ได้ไปต่อ ทางสตูดิโอไม่โอเคกับบทของมาย่าที่จะมาเป็น Ariel นั่นก็เลยเป็นแรงผลักดันให้มาย่าเดินหน้าต่อไป เธอได้เข้าเรียนที่ Juilliard แต่ก็ต้องดรอปในปีสุดท้าย เพื่อมารับบท Jo March ในซีรีส์เรื่อง Little Women มินิซีรีส์ที่ฉายทางช่อง PBS เมื่อปี 2017 มาย่าบอกว่านั่นเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเธอสุดๆ

Little Women (2017, Mini Series)

ต้องบอกว่าผลงานที่ทำให้ Maya Hawke กลายเป็นดาวดวงใหม่ที่น่าจับตามองก็คือผลงานเรื่องแรกของเธออย่างมินิซีรีส์ Little Women ที่เธอรับบทเป็น Josephine “Jo” March พี่สาวคนที่ 2 ของ 4 พี่น้องตระกูล March โจเป็นคนที่แข็งแกร่ง ดื้อรั้น และมีอารมณ์ร้อน เธอยังเป็นคนที่ออกห้าวๆ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และอยากที่จะเป็นนักเขียน จากมินิซีรีส์ชุดนี้ มาย่าได้ร่วมงานกับ Vanessa Caswill ผู้กำกับสาว ที่มี Emily Watson รับบท Marmee March, Willa Fitzgerald รับบท Meg March, Annes Elwy รับบท Beth March, Katryn Newton รับบท Amy march และ Jonah Hauer-King รับบท Laurie Laurance

Courtesy of BBC One/PBS

มาย่าบอกกับ WSJ ว่าเธอน่ะรัก Little Women มาตั้งแต่เป็นเด็กตัวเล็กๆ “ฉันต้องพยายามต่อสู้กับการอ่านและการเขียนมาโดยตลอด แต่ฉันก็ชอบการเล่าเรื่องนะ ฉันมีโจเป็นแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่นของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉัน และฉันก็รักเธอ ฉันตกหลุมรักเธอ แล้วฉันก็อยากที่จะเล่นเป็นเธอมาตลอดเลย และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาสร้าง Little Women ปีละครั้งเลยนะ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าโอกาสนั้นมันจะมาอีกเมื่อไหร่ ฉันก็เลยตัดสินใจที่จะรับมันเอาไว้”

มาย่าบอกว่า ใครๆ ก็อยากเป็นโจ เพราะโจมีความเป็นตัวของตัวเอง มีอิสระ awkward และ weird มาย่าได้เอาความน่าอึดอัดของโจออกมาให้คนอื่นได้เห็น มันยากที่จะเดินในเส้นทางที่คนธรรมดาเดินกัน มาย่าพุ่งเข้าหาทุกสิ่ง แหวกออกจากสิ่งต่างๆ รวมไปถึงความอยากรู้อยากเห็นและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้

ในการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ในกองถ่าย Little Women นั้น มาย่าบอกเองว่าเธอรู้สึกโชคดีมากๆ ที่ได้ร่วมโปรเจคนี้ เธอตื่นเช้ามาในทุกๆ วันเป็นเวลา 3 เดือน และเข้ากองในธีมที่ซับซ้อน เธอเอาธีมนั้นเข้ามาในหัวใจ และให้บทต่างๆ เข้าไหลผ่านในร่างกาย เธอทุ่มเทให้กับบทบาทนี้มากๆ

Stranger Things

สำหรับซีรีส์สุดฮิตอย่าง Stranger Things นั้น Maya Hawke บอกกับ Glamour ว่าเธอตอบตกลงที่จะเล่น Stranger Things จากการอ่านบทเพียง 2 ฉากเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นโดนตัดออก แถมตอนแรกเธอค่อนข้างสับสนในตัวละครนี้อยู่หน่อยๆ เพราะคำอธิบายสำหรับตัวละครของเธอในการออดิชั่นครั้งแรกนั้นคือ ‘เป็นคนที่เข้าใจยาก ชอบเหน็บแนม น่าเบื่อ ไม่น่าสนใจ’ ซึ่งมันตรงข้ามกับเธอหมดเลย เพราะเธอเป็นคนที่ขี้ตื่น แล้วก็ไฮเปอร์สุดๆ แม้เธอจะสงสัยกับบทในช่วงแรกๆ แต่สุดท้ายเธอก็หาทางที่จะจำกัดความให้กับตัวละครของเธอใหม่ นั่นคือ ‘beautifully created’ นั่นเอง

Steve and Robin's Best Moments in Stranger Things | Netflix

สำหรับมาย่าแล้ว การที่ได้มาร่วมงานกับทีมนักแสดงใน Stranger Things season 3 นั้น เธอบอกว่ามันอบอุ่นเอามากๆ ทุกคนล้วนให้การต้อนรับอย่างดี และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากๆ ตอนแรกเธอคิดว่ามันจะน่ากลัวซะอีก แล้วเธอก็กลัวเอามากๆ แต่ทุกๆ คนกลับให้การต้อนรับอย่างดีสุดๆ เลย นอกจากนี้แล้ว เพื่อนๆ ในกองนั้นยิ่งเป็นกันเองสุดๆ โดยเฉพาะ Priah Ferguson ที่เธอสนิทด้วยมากๆ เหล่า Scoop Troop ก็เป็นเพื่อนที่ดีสุดๆ พวกเขาเจ๋ง แล้วก็ทาเลนต์มากๆ มันเป็นงานที่สนุกด้วย นอกจาก Priah แล้ว ก็ยังมี the Duffer Brothers ที่เธอค่อนข้างสนิทด้วย

แล้วตัว Priah Ferguson ก็บอกกับ Glamour ว่ามาย่าเป็นคนที่ใจดี แล้วก็มีคำแนะนำดีๆ ให้กับเธอเสมอ แถมยังบอกว่าให้เธอใจดีตลอดเวลาอีกด้วย มาย่าบอกว่าเธอโตมาในครอบครัวที่อยู่ในสายตาของสาธารณะเสมอ และเธอก็รู้ว่าควรจะต้องจัดการยังไง นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอรอจนเรียนจบไฮสกูลเสียก่อน ถึงจะเริ่มงานแสดงของตัวเอง

Courtesy of Netflix

Maya Hawke รับบท Robin ในซีซั่น 3 ที่สำคัญเลยก็คือ เธอรับบทเป็นตัวละครที่เป็น LGBTQ+ คนแรกเลย มาย่าบอกกับ Netflix Queue ว่า “ฉันรู้สึกมีความสุขมากๆ เกี่ยวกับตัวละครนี้ มันเป็นเหตุผลง่ายๆ เลย มันมีเหตุผลที่ออกจะยุ่งยากอยู่เยอะแยะ แต่เหตุผลง่ายๆ ที่ฉันคิดว่ามันเจ๋งมากๆ ของโชว์นี้ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงในจอที่ไม่เกี่ยวข้องกับเซ็กซ์ ส่วนใหญ่แล้วความสัมพันธ์ระหว่างสตีฟกับโรบินนั้นมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย ม้ว่าสตีฟอาจจะคิดว่ามันเป็นอย่างนั้นสักเล็กน้อย แต่เมื่อเอาเข้าจริงๆ แล้ว มันกลายเป็นมิตรภาพระหว่างกันเท่านั้น พอโรบินบอกไปว่าเธอเป็นเกย์ สตีฟก็มีรีแอคชั่นที่ดี แล้วก็ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นแน่นแฟ้นขึ้น นั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉันมากๆ มันไม่ใช่แค่เป็นเพราะตัวละคร LGBTQ+ ตัวแรกในโชว์นั้ แต่เป็นความสัมพันธ์แบบ aromantic แบบเพื่อนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงบนจอเมนสตรีม นั่นก็เลยทำให้มันยอดเยี่ยมเลยล่ะ”

ฉากที่ใหญ่สำหรับมาย่าใน Stranger Things คือฉากที่ Robin กำลังจะ come out กับสตีฟ ซึ่งถ้าย้อนกลับไป ในยุค 80 ตอนนั้นแทบไม่มีใครที่จะ coming out ออกมาเลย ซึ่งมาย่าบอกว่านั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้โรบินเลือกที่จะบอกสตีฟไป เพราะเธอรักสตีฟ และอยากให้สตีฟเข้าใจว่าทำไมเธอถึงปฏิเสธเขา มันถึงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนขึ้น และมาย่าเองก็คิดว่าโรบินอยากที่จะเป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่กับสตีฟ มาย่าบอกว่าเธอปรึกษาแล้วก็พูดคุยกับ the Duffer brothers อยู่หลายรอบเพราะว่าเธอตัดสินใจที่จะให้มาย่าเป็นเกย์ ซึ่งเธอบอกว่าพวกเธอคิดและตัดสินใจว่ามันจะเป็นอะไรที่ถูกต้องสำหรับเธอ ถ้ามันเป็นธรรมชาติ และมีความรู้สึกว่า โรบินควรที่จะเป็น พวกเธอก็อยากที่จะทำให้มันดูเป็นธรรมชาติ และไม่อยากทำให้มันดูเหมือนจงใจเกินไป และมันก็กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่เมื่อพวกเธอกลับไปดูฉากนั้น มันก็เลยทำให้ดูมีความหมายมากขึ้นกว่าเดิม

Courtesy of Netflix

ทั้งตัว Maya Hawke และ Joe Keery บท Steve ใน Stranger Things นั้นต้องร่วมงานกันในฐานะพนักงานร้านขายไอศกรีม Scoop ซึ่งตัวมาย่าเองก็บอกว่า “โจเป็นหนึ่งในนักแสดงที่เข้ามาในห้องแล้วทำให้ทุกๆ อย่างในห้องนั้นดูสนุกสนานเอามากๆ แล้วก็เป็นคนที่น่าตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานด้วยสุดๆ” ซึ่งในซีรีส์ Stranger Things ซีซั่นสามนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสตีฟและโรบินก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน นับตั้งแต่ที่โรบินเปิดตัวกับเขา “ตลอดเวลาที่ถ่ายทำกัน เราเริ่มด้วยความรู้สึกที่ว่าทั้งโรบินและสตีฟไม่ได้มาเพื่อคู่กันเพราะว่าโรบินเป็นเกย์ แม้กระทั่งตอนที่ฉันย้อนกลับไปดูตอนนั้นใหม่ มันก็ยังรู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วย”

ทีมคอสตูมของกอง Stranger Things season 3 มองว่ารองเท้าของสตีฟเป็นสีฟ้า ถ้าจะให้ดีก็อยากให้รองเท้าของโรบินเป็นสีแดง พวกเขามองหาแบบของรองเท้าหลายคู่มากๆ สุดท้ายก็มาจบที่คอนเวิร์สสีแดง พอมาย่ามาเห็น เธอก็ถามกับทีมคอสตูมเลยว่าขอวาดรูปลงบนรองเท้าได้มั้ย แล้วเธอก็เอารองเท้ากลับบ้านไปวาด พอเธอเอากลับมาที่กอง ทีมคอสตูมก็บอกว่า เอ้อ มันโอเคเลยนะ ไปๆ มาๆ พอทีมคอสตูมรู้ว่าตัวละครของเธอเป็นอะไร มันก็เลยทำให้เมกเซนส์มากขึ้นอีกด้วยล่ะ

The Full Robin & Steve Bathroom Coming Out Scene | Stranger Things S3

สิ่งที่ Maya Hawke ได้เรียนรู้จากกอง Stranger Things ก็คือเธอได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับการแสดง บรรยากาศในการทำงาน ได้พัฒนาตัวเองและการแสดงด้วย เรียนรู้เกี่ยวกับคอสตูม เครื่องแต่งกาย กล้อง แล้วก็การถามคำถาม มันเหมือนห้องเรียนขนาดใหญ่เลยล่ะ

สำหรับซีรีส์ Stranger Things มาย่าบอกว่าเธออยากเป็นส่วนหนึ่งของซีซั่น 4 เธอตื่นเต้นมากๆ และอยากจะรู้ว่า the Duffer brothers จะพัฒนาตัวละครและเรื่องราวของซีรีส์อย่างไร ถ้าเธอได้อยู่ในซีซั่น 4 ด้วย เธอก็คิดว่าร้านวิดีโอนั่นแหละจะเป็นที่ที่พวกเขาทิ้งโรบินไว้ที่นั่น มันเป็นสิ่งสำคัญของความสำคัญที่ต้องมีศิลปะและมีหนังอยู่ในยุค 80 แล้วมาย่าก็ยังบอกด้วยว่า “Quentin Tarantino ก็ทำงานในร้านวิดีโอมาก่อน ทุกคนล้วนทำงานที่ร้านวิดีโอ ถ้าหากคุณอยากที่จะทำหนังและคุณอยู่ในยุค 80 นะ”

Once Upon a Time … in Hollywood

Once Upon a Time in Hollywood - Maya Hawke Scenes

นอกจากนี้มาย่ายังไปโผล่ในหนังเรื่อง Once Upon a Time in Hollywood ของเควนตินอีกด้วย มาย่าบอกว่าเธอไปโผล่ในฉากเล็กๆ แต่สนุกมาก มันเป็นอะไรที่สุดยอดที่สุดที่ได้ทำงานร่วมกับเควินติน มันทั้งให้แรงบันดาลใจและเป็นแรงจูงใจในการทำงานได้ดี มาย่ายังบอกอีกว่า “ไม่มีใครทำหนังในแบบที่เควนตินทำได้ เราถ่ายฉากเดิมร้อยกว่าครั้ง และมุมที่แตกต่างกันออกไปในทุกๆ มุมที่มันจะเป็นไปได้ แถมมันเป็นอะไรที่อิสระ สนุก แล้วก็คึกครื้นเอามากๆ ด้วย”

ผลงานทางด้านดนตรีของ Maya Hawke

สำหรับ Maya Hawke แล้ว ก็ต้องบอกว่านอกจากผลงานการแสดง เธอก็ยังมีผลงานเพลงของตัวเอง เธอบอกกับ Flaunt Magazine ว่า เพลงของเธอนั้น ล้วนแต่เริ่มต้นเหมือนกับบทกวีเลย เธอบอกว่ามันเป็นเหมือนเรื่องราวส่วนตัวของเธอเอง และเป็นเหมือนการบำบัดส่วนตัวอีกด้วย

Maya Hawke’s Debut album ‘Blush’

ในอัลบั้มแรกของเธออย่าง Blush นั้น เธอได้อิทธิพลทางดนตรีมาจากศิลปินหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น Lucinda Williams, Joni Mitchell, Leonard Cohen, Fleetwood Mac, Wilco, Bright Eyes, Phoebe Bridgers ไปจนถึง Frankie Cosmos อีกด้วย แล้วมาย่าก็บอกด้วยว่า Fiona Apple คือหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลกับเธอมากๆ ด้วย “เธอสร้างสรรค์มากๆ แล้วเวลาที่ฉันได้ยินเธอตั้งข้อสังเกตต่างๆ เกี่ยวกับโลก ฉันก็มักจะ แบบ ให้ตายสิ แล้วตอนที่ฉันฟังเพลง Under the Table (ของ Fiona Apple) จากเพลงใหม่ของเธอนั้น ฉันก็รู้สึกรีเลทกับเพลงนั้นมากๆ […]”

Maya Hawke - Generous Heart (Official Video)
Maya Hawke – Generous Heart 

Maya Hawke บอกกับ NME ว่า “ถ้า Phoebe Bridgers ปล่อยเพลงใหม่ออกมาตอนนี้ ฉันก็จะแฮปปี้มากๆ ถ้าเกิดว่า Fiona Apple ปล่อยเพลงใหม่มาตอนนี้ ฉันก็คงจะแฮปปี้สุด นั่นคงจะเป็นสิ่งที่ฉันต้องการ การฟังเพลงใหม่ระหว่างเดินผ่านในป่ามันคงจะแบบ ‘พระเจ้า ฉันกำลังจะตายใช่มั้ย หรือไม่ใช่ คุณย่าฉันกำลังจะตายรึเปล่า ทุกอย่างมันจะโอเคใช่มั้ย นี่ฉันกำลังจะหาเงินมาอีกใช่รึเปล่า ฉันไม่รู้”

มาย่าเล่าให้กับ The Face Magazine ฟังว่าเธอเขียนเพลงออกมาเพื่อที่เธอจะได้จำเรื่องราวพวกนั้นได้ มาย่ายังบอกอีกว่า Ethan Hawke พ่อของเธอมีมิกซ์เทปเยอะมาก มีทั้ง Elvis, the Beatles, Hank Williams, Joni Mitchell หรือแม้กระทั่ง Madonna playlist หรือแม้กระทั่งเพลงที่เธอฟังตอนที่อายุเท่านั้นๆ ก็ยังมีเพลย์ลิสต์ด้วยเช่นกัน

source:

  • https://spoti.fi/2JFG3ws
  • https://flaunt.com/content/maya-hawke
  • https://www.netflixqueue.com/stranger-twentysomethings-stranger-than-fiction/
  • https://www.nylon.com/entertainment/maya-hawke
  • https://www.glamour.com/story/maya-hawke-on-stranger-things
  • https://www.whowhatwear.com/maya-hawke-interview
  • https://theface.com/culture/maya-hawke-hollywood-stranger-things-interview
  • https://www.port-magazine.com/film/maya-hawke/
  • https://www.mayahawkemusic.com/
  • https://www.wsj.com/articles/maya-hawke-on-stranger-things-working-with-quentin-tarantino-and-staying-in-touch-with-her-generation-11564405536
  • https://www.usmagazine.com/stylish/pictures/behind-the-scenes-of-the-zac-posen-s-s-2019-collection-with-maya-hawke-pics/think-pink-3/

First S.

นัก(หัด)เขียน ที่ผันตัวจากการเป็นนักเรียนกฎหมายมาใช้เวลาไปกับเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง ซีรีส์ หรือเรื่องราวเบื้องหลัง ไปพร้อมๆ กับการค้นหาความต้องการของชีวิต

Previous

ทำความรู้จัก Emma Corrin ในบทเจ้าหญิงไดอาน่า

Who is Levon Thurman-Hawke? หนุ่มใหม่ใน Stranger Things season 4

Next