ย้อนดูวิวัฒนาการตัวละครเจ้าพี่ “มังกะยอชวา” ในวรรณคดีและวรรณกรรมไทยตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน

| |

กระแสอนิเมชัน อโยธยาเอยาวดี ที่รังสรรค์โดยฝีมือของนักวาดชาวไทยนาม Amulin จากผลงานเว็บตูนที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มนิยายออนไลน์ ReadAWrite ในชื่อเดียวกัน ซึ่งกำลังจะฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กันยายนนี้ นอกจากจะทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาสนใจประวัติศาสตร์ไทยอีกครั้ง ยังทำให้ตัวละคร “เจ้าพี่” ในฐานะตัวเอกได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเท่าๆ กับพระเอกของเรื่องอย่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชหรือองค์ดำอีกด้วย

เรียกได้ว่าบุคคลในประวัติศาสตร์ที่เป็นต้นแบบของเจ้าพี่จากเรื่อง อโยธยาเอยาวดี ท่านนี้เป็นที่รู้จักมักคุ้นในสังคมไทยเป็นอย่างดี ชื่อ “มังกะยอชวา” นับเป็นชื่อที่เวียนวนเข้ามาในการรับรู้ของคนไทยแทบทุกปี ผ่านการถ่ายทอดเนื้อหาในบทเรียนวิชาประวัติศาสตร์ สื่อต่างๆ ไปจนกระทั่งงานเฉลิมฉลองวันกองทัพไทยหรือวันที่ 18 มกราคมของทุกปี ซึ่งมังกะยอชวามักถูกจดจำเคียงคู่กับวีรกรรมยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในฐานะ “อริราชศัตรู” 

เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนรับชมอีกหนึ่งผลงานที่มีการตีความภาพลักษณ์ของพระมหาอุปราชมังกะยอชวา เราอยากชวนทุกคนย้อนกลับมามองภาพแทนของตัวละครดังกล่าวที่ปรากฏในวรรณกรรมไทยมาหลายยุคหลายสมัย ก่อนที่จะมาเป็นเจ้าพี่ผู้แสนดีที่หลายคนได้รู้จักจากอโยธยาเอยาวดี 

ลิลิตตะเลงพ่าย

งานนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส แต่งขึ้นใน พ.ศ. 2375 เพื่อยอพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยหยิบยกพระราชประวัติส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสงครามโดยเฉพาะฉากยุทธหัตถีมานิพนธ์ในรูปแบบลิลิต (ร่ายสุภาพผสมโคลงสี่สุภาพ) 

อย่างไรก็ดี วรรณคดีชิ้นนี้ไม่ได้เล่าผ่านมุมมองของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพียงเท่านั้น แต่ยังมีหลายฉากที่ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของพระมหาอุปราชมังกะยอชวา โดยผู้อ่านจะได้เห็นบุคลิกลักษณะของพระมหาอุปราชตั้งแต่ฉากแรกที่ปรากฏตัว คือฉากที่พระเจ้านันทบุเรงมีดำริให้พระมหาอุปราชยกทัพไปโจมตีกรุงศรีอยุธยา ดังนี้

บุตรท่านยินถ้อถ้อย ข้อยผู้ข้าบาทบงสุ์ โหรควรคงทำนาย ทายพระเคราะห์ถึงฆาต ฟังสารราชเอารส ธก็ผะชดบัญชา เจ้าอยุธยามีบุตร ล้วนยงยุทธ์เชี่ยวชาญ หาญหักศึกบมิย่อ ต่อสู้ศึกบมิหยอน ไปพักวอนว่าใช้ ให้ธหวงธห้าม แม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ จงอย่ายาตรยุทธนา เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์ ธตรัสเยาะเยี่ยงขลาด องค์อุปราชยินสาร แสนอัประมาณมาตย์มวล นวลพระพักตร์ผ่องเผือด เลือดสลดหมดคล้ำ ช้ำกมลหมองมัว กลัวพระอาชญายอบ นอบประณตบทมูล ทูลลาไท้ลีลาศ

ร่ายสุภาพข้างต้นที่ยกมาแสดงให้เห็นลักษณะนิสัยของพระมหาอุปราชว่ามีความรักตัวกลัวตาย หรือจะเรียกว่าขลาดกลัวก็ว่าได้ กล่าวคือกลัวการไปตายในสนามรบ จนถึงขนาดอ้างคำทำนายของโหรหลวงว่าตนจะมีเคราะห์ และยังกลัวพระราชอาญาของพระบิดา จนสุดท้ายจึงต้องจำใจออกไปรบเพราะสถานการณ์รอบข้างบังคับอันเป็นธรรมดาของปุถุชน

อย่างไรก็ตาม พระมหาอุปราชาใน ลิลิตตะเลงพ่าย นั้น แม้จะกลัวการออกรบหรือกลัวความตายก็ตาม แต่ในท้ายที่สุดแล้วเมื่อพระองค์ได้รับคำท้ารบจากสมเด็จพระนเรศวรฯ ก็ทรง “กอบเกิดขัตติยมา นะนึก หาญเฮย” และทรงตอบรับคำท้าทำยุทธหัตถีแบบตัวต่อตัว ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นพระองค์จะปฏิเสธก็ย่อมได้ แสดงให้เห็นว่าตัวละครตัวนี้ แม้จะมีความหวาดกลัวแต่ในท้ายที่สุดแล้วก็เป็นตัวละครที่ยึดมั่นในเกียรติยศและศักดิ์ศรี

นอกจากนี้ บุคลิกลักษณะของพระมหาอุปราชอีกประการที่ปรากฏในลิลิตตะเลงพ่ายก็คือการเป็นชายหนุ่มที่มีความอ่อนไหว ทั้งยังมีความโรแมนติกตามขนบตัวละครเจ้านายในวรรณคดีไทย โดยระหว่างที่ทรงยกทัพไปโจมตีอยุธยา มีฉากที่พระมหาอุปราชพร่ำรำพันถึงคนรัก  แสดงให้เห็นว่าโดยเนื้อแท้แล้วตัวละครพระมหาอุปราชาในสายตาของผู้ประพันธ์มิใช่คนใจไม้ไส้ระกำหรือไร้เกียรติ แต่เป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนและละเมียดละไมตามขนบตัวละครกษัตริย์ในวรรณคดีไทย ในมุมหนึ่งจึงถือเป็นคู่ต่อสู้ที่สมพระเกียรติกับสมเด็จพระนเรศวรฯ

อย่างไรก็ดี เนื่องจากลิลิตตะเลงพ่ายถูกเขียนเพื่อยอพระเกียรติพระนเรศวรมหาราช การที่พระมหาอุปราชแสดงออกเยี่ยงมนุษย์ธรรมดายังสามารถตีความให้ตัวละครนี้มีความด้อยกว่าพระนเรศวรที่ทรงมีขัตติยะมานะและมีความเข้มแข็งเด็ดขาดไม่เหมือนคนทั่วไป

Book Cover

ผู้เขียน
สำนักพิมพ์
จำนวนหน้า
ISBN
ราคา

มหาราชโสด

งานเขียนของ พ.ต.ต. ประชา พูนวิวัฒน์ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2514 โดยมีเป้าหมายเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เล่าถึงเรื่องราวตั้งแต่ครั้งไปเป็นองค์ประกันที่หงสาวดี กระทั่งเสด็จสวรรคต แน่นอนว่าในนิยายเล่มนี้ย่อมมีตัวละครคู่ปรับตลอดกาลอย่างพระมหาอุปราชมังกะยอชวาอยู่ด้วย

ภาพลักษณ์ของมังกะยอชวาในวัยเยาว์ที่นำเสนอมีบุคลิกถือดีและเจ้าอารมณ์ ทั้งยังมีความขลาดกลัวในการทำศึกกับพระนเรศวรจนสภาพร่างกายฟ้องออกมา “เสโทหลั่งไหลออกมาโทรมพระวรกาย” 

แม้ในภายหลังจะกลับคำและยอมออกรบ แต่มังกะยอชวาก็ยังมิวายสร้างข้ออ้างว่าแท้ที่จริงตนไม่ได้ขลาดกลัวแต่อย่างใด แค่กังวลกับการที่ต้องอยู่ห่างจากหญิงอันเป็นที่รัก ดังว่า “ต้องห่างเมียและนางห้าม ซึ่งมีอยู่หลายคนที่กลิ่นข้าวใหม่ปลามันยังไม่ทันจางหาย”

ในทางกลับกัน แม้จะมีชื่อเรื่องว่ามหาราชโสด แต่ในนวนิยายเรื่องนี้มีการกล่าวถึงเรื่องราวความรักของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสอดแทรกเข้ามาด้วย โดยสตรีในดวงใจของพระองค์คือเจ้าหญิงศุภยาลักษณ์ พระราชธิดาของพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสาวแท้ๆ ของพระมหาอุปราชมังกะยอชวา ทั้งสองแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพึงใจกัน ทว่าด้วยหน้าที่ที่มีต่อชาติบ้านเมือง ทำให้พระนเรศวรจำต้องแยกจากคนรัก 

นอกจากนี้ยังมีสตรีอีกนางที่ถือเป็นนางสนม ชื่อนางศรีจันทร์ ซึ่งเป็นธิดาของออกยากำแพงเพชร ในช่วงสงคราม ออกยากำแพงเพชรทำการผิดพลาด ทำให้ฝ่ายอยุธยาเสียทีแก่ฝ่ายพม่า พระนเรศวรจึงทรงสั่งลงโทษออกยากำแพงเพชรอย่างเด็ดขาดด้วยการประหารชีวิต โดยมิได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ส่วนพระองค์เลยแม้แต่น้อย แสดงให้เห็นถึงบุคลิกลักษณะที่มีความเข้มแข็งเด็ดขาดของพระองค์ได้เป็นอย่างดี

เป็นที่น่าสนใจว่าภาพลักษณ์ของพระมหาอุปราชที่ปรากฏในนิยายเรื่องมหาราชโสดนั้นค่อนข้างใกล้เคียงกับการรับรู้ส่วนใหญ่ของคนไทยที่มีต่อพระองค์ กล่าวคือมีความเป็น “ตัวร้าย” ทั้งยังมีอุปนิสัยที่เป็นขั้วตรงข้ามกับพระเอกอย่างเห็นได้ชัด

Book Cover

ผู้เขียน
สำนักพิมพ์
จำนวนหน้า
ISBN
ราคา

มหากาพย์กู้แผ่นดิน

เนื้อเรื่องโดย อรุณทิวา วชิรพรพงศา วาดภาพโดย มนตรี คุ้มเรือน เป็นการ์ตูนแนวอิงประวัติศาสตร์จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์คลีเนทีฟ (Cleanative) ในเครืออีคิวพลัส (E.Q.Plus) ซึ่งตีพิมพ์และจัดจำหน่ายในปี พ.ศ. 2554 มีทั้งหมด 5 เล่มโดยเล่าตั้งแต่สมัยพระนเรศวรเป็นองค์ประกันที่หงสาวดีไปจนถึงศึกยุทธหัตถี

สำหรับเวอร์ชั่นนี้ พระมหาอุปราชมังกะยอชวาถูกวางให้เป็นศัตรูของสมเด็จพระนเรศวรฯ ในวัยเยาว์มังสามเกียดจัดเป็นเด็กที่เอาแต่ใจและแพ้ไม่เป็น ดังจะเห็นได้จากในฉากชนไก่ โดยไก่ของมังสามเกียดพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าโยเดีย ไก่ชนของพระนเรศวร มังสามเกียดทั้งโมโหและอับอายจนถึงขนาดเยาะเย้ยถากถางไปว่า “แต่ไก่เชลยก็ยังเป็นไก่เชลยอยู่วันยั่งค่ำ จะอวดดีตีเก่งยังไงมันก็ไม่พ้นฐานะของเชลยไปได้หรอก” สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่พระนเรศวรเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่การ์ตูนเรื่องนี้มีลักษณะการวาดและการแบ่งช่องที่ได้รับอิทธิพลจากมังงะญี่ปุ่น ทำให้สไตล์การเล่าเรื่องเน้นความน่าตื่นตาตื่นใจและซีนอารมณ์คล้ายกับมังงะแนวโชเน็นที่ถ่ายทอดเส้นทางการก้าวพ้นผ่านวัยของตัวละคร ดังนั้นแล้วบุคลิกของมังกะยอชวาในเรื่องเองก็มิได้เรียบแบนหรือคงความเอาแต่ใจสมัยเด็กเอาไว้ตลอด แต่มีการเติบโตของตัวละครที่ทำให้ผู้อ่านได้เห็นแง่มุมต่างๆ ของตัวละครตัวนี้ในวัยผู้ใหญ่

Book Cover

ผู้เขียน
สำนักพิมพ์
จำนวนหน้า
ISBN
ราคา

มนตร์ทศทิศ

เขียนโดยราตรี อธิษฐาน ในปี พ.ศ. 2561 เป็นงานเขียนเรื่องแรกๆ ที่นำเสนอพระมหาอุปราชมังกะยอชวา หรือ “เมงจีซวา” (ตามที่เรียกในเรื่อง) ในฐานะ “พระเอก” ทั้งยังมีบุคลิกลักษณะที่ซับซ้อนและห่างไกลจากภาพจำที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างมาก

มนตร์ทศทิศเป็นนิยายรักโรแมนติกแนวย้อนเวลา เล่าเรื่องราวของ “เอื้องดาวเรียง” นางเอกของเรื่องที่ย้อนเวลากลับไปในรัชสมัยพระเจ้าบุเรงนองในพระราชวังกัมโพชธานี และได้พบรักกับเจ้าชายเมงจีซวา ซึ่งในยามนั้นดำรงพระยศเป็นพระราชนัดดาของพระเจ้าชนะสิบทิศ ด้วยความแตกต่างทางฐานันดรและเชื้อชาติทำให้ทั้งสองต้องฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน นับว่าเป็นหนึ่งในนิยายรักโรแมนติกที่ตราตรึงใจสำหรับใครหลายคนเลยทีเดียว

ในเรื่องนี้เจ้าชายเมงจีซวาถูกเขียนให้เป็นเจ้าชายที่ถูกคนภายนอกมองว่าขี้ขลาด ไม่ฉลาดและไร้ซึ่งความสามารถ ขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าชายพระองค์นี้เป็นคนที่คมในฝัก ทรงพระปรีชาสามารถและมีไหวพริบปฏิภาณ  ขณะเดียวกันก็อ่อนโยนและจริงใจต่อเอื้องดาวเรียงเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเมื่อเทียบกับงานเขียนชิ้นอื่นๆ แล้ว บุคลิกลักษณะของเจ้าชายเมงจีชวาในเวอร์ชั้นนี้ถ่ายทอดออกมาได้ฉีกไปจากภาพจำของคนไทยที่รับรู้จากประวัติศาสตร์กระแสหลักอย่างสิ้นเชิง

Book Cover

ผู้เขียน
สำนักพิมพ์
จำนวนหน้า
ISBN
ราคา

ไอศูรย์ราชัน

นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ผลงานของ BennieRule เผยแพร่ในแพลตฟอร์มนิยายออนไลน์ ReadAWrite เมื่อปี พ.ศ. 2566 เล่าเรื่องราวของมังกะยอชวาหรือมังสามเกียดที่ต้องจบชีวิตลงจากหลายๆ สาเหตุ รวมถึงการสิ้นพระชนม์ตอนศึกยุทธหัตถี ซึ่งได้รับโอกาสอีกครั้งให้ย้อนเวลากลับมาในวัย 7 ขวบ พร้อมด้วยคู่หูผู้ไร้กายเนื้อนามว่านาถะยา

เนื่องจากผลงานเรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการเขียน ซึ่งยังไม่จบบริบูรณ์ จึงน่าสนใจไม่น้อยว่าจุดจบของมังกะยอชวาในเรื่องนี้จะออกมาเป็นเช่นไร แต่แน่นอนว่าตัวละครมังสามเกียดตามที่ปรากฏในนิยายมีมิติที่ลึกซึ้งขึ้น เพราะแม้จะเป็นวิญญาณดวงเดิมที่เคยเสียชีวิตด้วยเหตุต่างๆ นานา แต่ประสบการณ์การใช้ชีวิตในชาติที่ผ่านมาของพระองค์ส่งผลให้ในชาติปัจจุบันอันเป็นชาติสุดท้ายมีความกดดันเป็นอย่างมาก 

ดังนั้นลักษณะตัวละครมังสามเกียดในนิยายเรื่องนี้จึงมีทั้งความความหุนหันพลันแล่นตามประสาชายฉกรรจ์เลือดร้อนอันเป็นบุคลิกลักษณะดั้งเดิมและความคิดที่สลับซับซ้อนมากกว่าเด็กวัย 7 ขวบทั่วๆ ไป แต่ในขณะเดียวกันก็มีความละเอียดถี่ถ้วน คอยคิดวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาและป้องกันไม่ให้ตนเองสิ้นชีพอีกครั้ง

Book Cover

ผู้เขียน
สำนักพิมพ์
จำนวนหน้า
ISBN
ราคา

อโยธยาเอยาวดี

อโยธยาเอยาวดี เริ่มต้นจากการเป็นการ์ตูนสามช่องในปี พ.ศ. 2565 และต่อมา Amulin ผู้เขียนได้นำมาเขียนต่อในช่วงปี พ.ศ. 2567 – 2569 เป็นมังงะที่ดำเนินเรื่องในมิติคู่ขนาน ในช่วงแรกๆ ไม่มีการเรียกชื่อตัวละครใดๆ บรรดานักอ่านจึงตั้งชื่อให้ตัวละครเอง ไม่ว่าจะเป็น “อำดง” ที่ผันมาจากพระนามว่าองค์ดำ หรือ “เจ้าพี่” ที่หมายถึงตัวละครที่มีต้นแบบมาจากพระมหาอุปราชมังกะยอชวา

แม้ว่าเนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะถ่ายทอดผ่านมุมมองของอำดง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าพี่เองก็เป็นตัวละครหลักที่สำคัญของเรื่อง ซึ่งมีการถ่ายทอดให้มีความเป็นมนุษย์ ไม่ได้แปะป้ายให้เป็นขั้วตรงข้ามระหว่างความดี-ความชั่ว ขาว-ดำ แบบที่ผ่านมา ตั้งแต่ตอนต้น เจ้าพี่ในวัยเยาว์มีความอ่อนโยนและมักจะดูแลพระเอกเสมือนเป็นน้องชายคนหนึ่งเสมอ อีกทั้งในเวอร์ชั่นนี้ยังมีการบอกเป็นนัยๆ ด้วยว่าเจ้าพี่นั้นเป็นคนรักสงบ สังเกตได้จากตอนที่ 2 ที่เจ้าพี่ปฏิเสธจะประมือกับอำดงในตอนซ้อมดาบ ทั้งยังพูดง่ายๆ ว่า “งั้นข้าแพ้เจ้าแล้วก็ได้” แสดงให้เห็นว่าตัวละครตัวนี้ไม่ได้สนใจผลแพ้ชนะหรือการสู้รบปรบมือเพื่อเข่นฆ่าใคร ต่อมาในช่วงกลาง-ท้ายเรื่อง แม้ตัวละครเจ้าพี่จะมีการแสดงอารมณ์ด้านลบออกมาให้เห็น แต่ก็เป็นลักษณะการแสดงออกตามปกติของปุถุชน แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนต้องการจะถ่ายทอดตัวละครตัวนี้ให้มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด

Book Cover

ผู้เขียน
สำนักพิมพ์
จำนวนหน้า
ISBN
ราคา

สิ่งที่อโยธยาเอยาวดี แตกต่างจากงานอื่นๆ ที่มีการกล่าวถึงพระนเรศวรและพระมหาอุปราชคือความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกทั้งสอง โดยแสดงออกผ่านตัวละครอำดงที่ยังมีความยึดติดกับเจ้าพี่ นำเสนอผ่านฉากการชวนไปอโยธยา และทางฝั่งเจ้าพี่เองก็เห็นได้ชัดว่ามีความปรารถนาลึกๆ ที่จะให้อำดงอยู่ภายใต้หงสาวดี และเมื่อไม่สำเร็จ ก็ยังคงหวังให้อีกฝ่ายมีชีวิตต่อไป ขณะที่เรื่องอื่นๆ ที่ยกมาก่อนหน้านี้หากไม่ได้มีการเขียนให้ทั้งสองเป็นอริกัน ก็เป็นในลักษณะที่ต่างคนต่างอยู่ หรือข้องแวะกันให้น้อยที่สุด เช่นในไอศูนย์ราชันย์ หรือ มนตร์ทศทิศ

จากตัวอย่างงานเขียนในไทยที่หยิบยกขึ้นมาจะเห็นได้ว่าตัวละครที่อิงมาจากพระมหาอุปราชมังกะยอชวาในประวัติศาสตร์ถูกประกอบสร้างขึ้นในสังคมไทยมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกันออกไปตามเป้าหมายของผู้เขียนและบริบทสังคมในขณะนั้น 

งานเขียนชิ้นเก่าๆ มักจะติดภาพจำมังกะยอชวาในฐานะอริราชศัตรู เน้นความเป็นชาตินิยมที่ต้องการสร้างความสามัคคีเป็นปึกแผ่นของคนในประเทศ พยายามผลักไสผู้ที่มีความแตกต่างให้เป็นอื่นจากประวัติศาสตร์บาดแผลระหว่างผู้คนสองชนชาติ ทั้งๆ ที่แนวคิดเรื่องรัฐชาติสมัยใหม่หรือการปักปันเขตแดนที่เป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบัน ยังไม่ได้มีปรากฏขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาแต่อย่างใด 

ขณะที่งานเขียนร่วมสมัยในยุคหลังได้ถ่ายทอดภาพของมังกะยอชวาด้วยมุมมองของความเป็นปัจเจกชนที่มีเลือดเนื้อมากขึ้น ไม่ได้มุ่งเน้นผลิตซ้ำภาพจำความรุนแรงของตัวละครดังกล่าวในรูปแบบเดิมๆ 

แม้จะมีบริบทของการเมืองการสงคราม แต่ตัวละครเจ้าพี่ก็ไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาให้เป็นแค่ “ผู้ร้าย” ในสายตาของคนไทยเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือผู้เขียนต้องการแสดงให้เห็นถึงพิษภัยของไฟสงครามที่ไม่เคยเป็นผลดีให้แก่ฝ่ายไหนเลย

อโยธยาเอยาวดี Ayothaya Ayeyarwady Season 1| Official Trailer

Resources: 

  • เริงวุฒิ มิตรสุริยะ (บ.ก.). (2568). รวมยอดลิลิต 3 เรื่อง ลิลิตยวนพ่าย, ลิลิตตะเลงพ่าย, ลิลิตพระลอ. ศรีปัญญา.
  • ประชา พูนวิวัฒน์. (2536). มหาราชโสด (พิมพ์ครั้งที่ 2). ดอกหญ้ากราฟิก.
  • ราตรี อธิษฐาน. (2561). มนตร์ทศทิศ. อรุณ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับบลิชชิ่ง.
  • BennieRule. (2566). ไอศูนย์ราชัน. https://www.readawrite.com/a/7cc42fd681fd0864054c37b3a8aa4197
  • Amulin. (2567). อโยธยาเอยาวดี. https://www.readawrite.com/a/976d045ed0034956c6b8811d82bc4830
  • อรุณทิวา วชิรพรพงศา. (2569). มหากาพย์กู้แผ่นดิน. https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3NTExMiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQxNzc3NyI7fQ 
  • มหากาพย์กู้แผ่นดิน. (5 สิงหาคม 2569). ใน วิกิพีเดีย. https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99
Previous

Julia Jacklin ปล่อย The Gem อัลบั้มชุดที่ 4 พร้อมพาบทเพลงของเธอออกไปเจอผู้ฟัง