ในโลกที่อุตสาหกรรมดนตรีเต็มไปด้วยศิลปินที่ถูกสร้างตามสูตรสำเร็จและการเข้ามาของ AI ที่พยายามจะกลืนกินความเป็นมนุษย์ออกไปจากศิลปะ ยังมีศิลปินคนหนึ่งที่เลือกจะเปลือยจิตวิญญาณและบาดแผลจากการเติบโตมาเล่าอย่างตรงไปตรงมา August Ponthier ศิลปินวัย 29 ปี ปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ที่มีชื่อว่า Everywhere Isn’t Texas ออกมาให้ฟังเป็นที่เรียบร้อย
August Ponthier เติบโตมาในแถบชานเมือง Dallas รัฐ Texas สถานที่ที่พวกเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกเหมือนเป็นคนนอก และเต็มไปด้วยความไม่สบายใจในการใช้ชีวิต จนเมื่ออายุได้ 20 ปี และตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ New York มุมมองที่มีต่อบ้านเกิดก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้แล้ว เส้นทางสายดนตรีของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกเขาเคยถูกค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Interscope Records ปล่อยสัญญาในปี 2024 หลังจากเซ็นสัญญามานาน ซึ่งออกัสเองก็เคยให้สัมภาษณ์กับ Variety ถึงช่วงเวลาที่ถูกยกเลิกสัญญาว่า “ฉันทั้งดิ้นรนและต่อสู้สุดชีวิตเพื่อจะรั้งมันไว้”
อัลบั้ม Everywhere Isn’t Texas จึงกลายเป็นประโยคที่มีความหมายลึกซึ้งและซับซ้อนสำหรับศิลปินคนนี้ ในแง่หนึ่งมันคือความโล่งใจที่ได้หลุดพ้นจากกรอบเดิมๆ แต่อีกแง่หนึ่งมันคือความโหยหา เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ตระหนักได้ว่า Texas คือส่วนสำคัญที่หล่อหลอมให้พวกเขาเป็นคนที่มีคุณภาพอย่างในปัจจุบัน การเดินทางค้นพบตัวตนครั้งนี้ยังนำไปสู่การเปิดตัวว่าเป็น Non-binary ในช่วงปลายปี 2025 ทำให้อัลบั้มนี้จึงเปรียบเสมือนจดหมายเหตุการเปลี่ยนผ่านของชีวิต ที่ผสมผสานแนวเพลง Pop, Rock, Folk และ Country เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
Everywhere Isn’t Texas จดหมายรักและการวิพากษ์วิจารณ์
อัลบั้มนี้ได้โปรดิวเซอร์มือทอง Matthew Neighbour (ผู้อยู่เบื้องหลัง Lord Huron) มาควบคุมการผลิต พร้อมด้วยนักแต่งเพลงระดับแถวหน้าของวงการอย่าง Dan Wilson (ผู้เคยร่วมงานกับ Adele), Ethan Gruska, Amy Allen และ Wrabel ความน่าสนใจอยู่ที่การจับคู่ระหว่างเนื้อหาที่ลึกซึ้งเข้ากับเรื่องราวแบบ “Cosmic storytelling”
ออกัสเผยว่าการสร้างตัวละครและโลกแฟนตาซีคือวิธีที่เขาใช้ก้าวผ่านปัญหาในครอบครัวและการเติบโตมาโดยตลอด “การเล่าเรื่องราวใหญ่ๆ การสร้างตัวละคร และการสร้างโลกใบใหม่คือสิ่งที่ฉันรัก นั่นคือวิธีที่ฉันใช้ผ่านพ้นปัญหาต่างๆ ที่ฉันร้องออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว บ้านเกิด หรือการเติบโต การได้หลงไปในโลกสยองขวัญ ไซไฟ และแฟนตาซี”
ซิงเกิลชื่อเดียวกับอัลบั้มอย่าง Everywhere Isn’t Texas คือหัวใจหลักของผลงานชุดนี้ Ponthier นิยามเพลงนี้ว่าเป็นทั้ง “จดหมายรักและบทวิพากษ์” ต่อบ้านเกิดของตนเอง เนื้อหาของเพลงเป็นการประณามการโจมตีสิทธิเสรีภาพในรัฐเท็กซัส โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิของกลุ่มคนข้ามเพศ (Trans rights) ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เป็นการสดุดีเหล่าคนนอกที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้
มิวสิกวิดีโอเพลงนี้ถูกถ่ายทำในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส โดยได้นักแสดงสมทบจากเครือข่าย Transgender Education Network of Texas (TENT) มาร่วมสร้างสีสัน ซึ่งตัวของออกัสรับบทเป็นมนุษย์ต่างดาวที่มาพบความปลอบประโลมในชุมชนเควียร์ในเท็กซัส เขาได้กล่าวถึงความตั้งใจในงานชิ้นนี้ว่า “ฉันรู้ว่าวิดีโอนี้ต้องถ่ายทำในรัฐที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องราว และต้องแสดงให้เห็นถึงเหล่า LGBTQIAN+ ในเท็กซัสที่ยอดเยี่ยม พวกเขาไม่ได้ล่องหน และพวกเขาไม่ยอมแพ้เด็ดขาด”
พวกเขาจงใจเลือกถ่ายทำในสถานที่ที่เป็นธุรกิจของชาวเควียร์หรือสถานที่ที่เป็นมิตร เช่น Broken Spoke, Lynny’s Diner และ King Bee โดยออกัสเผยความรู้สึกว่า “วิดีโอนี้คือวิดีโอที่ฉันชอบที่สุดเท่าที่เคยทำมา เพราะมันได้เยียวยาส่วนที่พิเศษในตัวฉัน การได้อยู่ท่ามกลางผู้คนและสถานที่มากมายที่ฉันเคยโหยหาและอยากรู้จักตอนที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในเท็กซัส”
หนึ่งในแทร็กที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “Handsome” เพลงที่มีเนื้อหาขี้เล่นและมั่นใจแบบสุดๆ โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า “Timothée Chalamet, Jacob Elordi, Oscar Isaac — there’s a new it-boy in town, and she’s a lesbian!” (ทิโมธี ชาลาเมต์, เจคอบ เอลอร์ดี, ออสการ์ ไอแซก — ตอนนี้มีหนุ่มฮอตคนใหม่มาเยือนเมืองนี้แล้ว และเธอก็เป็นเลสเบี้ยนซะด้วย!)
เนื้อหาในเพลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ขันและความภูมิใจในอัตลักษณ์ที่หลากหลายของ August Ponthier ได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้แล้ว ในเพลง Betty เพลงแนว Jangle Pop จังหวะสนุก ออกัสร้องบอกว่า “มาเป็นในสิ่งที่เราเป็นกันเถอะ!” (Let’s be who we were already!) ข้อความที่ทรงพลังที่สุดของอัลบั้ม
อัลบั้มนี้ไม่ใช่แค่เพลงเกี่ยวกับการวิ่งหนีออกจากบ้านเกิด แต่เป็นเพลงของผู้ที่ข้ามไปสู่อีกฝั่งของความกลัวได้อย่างภาคภูมิใจ และพร้อมที่จะแบ่งปันพื้นที่ปลอดภัยนั้นให้กับทุกคนที่ยังรู้สึกหลงทาง เพราะอย่างที่เนื้อเพลงใน Ribbons & Taxes บอกไว้ว่า “มันคือครั้งแรกของเด็กน้อยที่ได้ใช้ชีวิต และคุณไม่มีโอกาสได้ซ้อมก่อนหรอก” (It’s baby’s first time livin’, and you don’t get to practice)
ซิงเกิลอย่าง “I’m Crying, Are You?” เจ้าตัวจำกัดความว่าเป็น “เพลงจังหวะสนุกที่พูดถึงบรรยากาศแย่ๆ” ตัวเพลงโดดเด่นด้วยจังหวะ Disco และการประสานเสียงที่นุ่มนวล เขากล่าวถึงเพลงนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “แน่นอนว่านี่อาจจะเป็นเพลงที่มองจากมุมสูงแบบยกระดับจิตใจว่าสุดท้ายคนดีก็ต้องชนะ แต่ถามจริง มันไม่สนุกกว่าเหรอที่เราจะมาบ่นพึมพำและเต้นรำไปพร้อมๆ กัน?”
สิ่งที่ทำให้ Everywhere Isn’t Texas พิเศษคือความจริงใจที่ย้ำเตือนผู้ฟังว่า “ฉันคิดว่าโลกใบนี้หนักหนาเกินไปในหลายๆ ครั้ง การได้จินตนาการถึงที่ไหนสักแห่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มีกฎเกณฑ์ที่ต่างออกไป และดูตรงข้ามกับที่ที่คุณอยู่โดยสิ้นเชิง มันคือการปลดปล่อยที่แท้จริง และฉันอยากให้ดนตรีของฉันทำหน้าที่นั้น”