เมื่อพูดถึงวงดนตรีอินดี้ฟ็อกที่มีอิทธิพลที่สุดในทศวรรษนี้ ชื่อของ Big Thief มักจะถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ ล่าสุด Buck Meek มือกีตาร์ผู้มีลายเซ็นการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ ประกาศอัลบั้มเดี่ยวชุดใหม่ที่ใช้ชื่อว่า The Mirror มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ พร้อมส่งซิงเกิลเปิดตัวอย่าง Gasoline มาให้เราได้ลิ้มรสชาติความเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น
ซิงเกิล Gasoline ไม่ใช่แค่เพลงรักทั่วไป แต่มันคือการถอดรหัสความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและไร้เหตุผล Buck Meek ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่แม้จะรู้ดีว่ามีความเจ็บปวดรออยู่ แต่ท้ายที่สุดมนุษย์เราก็ยังเลือกที่จะโจนทะยานเข้าใส่ความรู้สึกนั้น เพลงนี้เล่าถึงช่วงเวลาแห่งความใกล้ชิดที่แสนเปราะบาง และความมหัศจรรย์ที่ใครบางคนสามารถก้าวเข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตเราได้อย่างรวดเร็ว
เนื้อหาของเพลงสะท้อนให้เห็นถึงความสุขที่ปนเปไปกับความทุกข์ระทม เปรียบเสมือนน้ำมันที่เป็นได้ทั้งเชื้อเพลิงให้ความอบอุ่นและเปลวเพลิงที่เผาไหม้ทุกอย่างจนมอดไหม้ ความโดดเด่นของเพลงนี้คือการที่ Buck Meek สามารถหยิบยกเรื่องราวธรรมดาในชีวิตประจำวัน มาขัดเกลาด้วยภาษาที่สละสลวยจนกลายเป็นสิ่งพิเศษที่กระทบใจผู้ฟังได้ไม่ยาก
สำหรับอัลบั้ม The Mirror ถือเป็นผลงานที่รวบรวมความลึกซึ้งทางความคิดของ Buck Meek ไว้อย่างเต็มเปี่ยม มันคือพื้นที่ที่เขาใช้สำรวจความนุ่มนวลและความเปราะบางของจิตใจมนุษย์ จุดที่น่าสนใจที่สุดของอัลบั้มนี้คือการกลับมาร่วมงานกับ James Krivchenia โปรดิวเซอร์คู่ใจที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของ Big Thief โดยเฉพาะในอัลบั้มระดับมาสเตอร์พีซอย่าง Dragon New Warm Mountain I Believe In You
การโคจรมาเจอกันอีกครั้งของทั้งคู่ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการย่ำอยู่กับที่ แต่เป็นการทดลองทางดนตรีครั้งใหญ่ พวกเขาตั้งเป้าที่จะนำพลังงานดิบของการแสดงสด (Live Performance) มาผสมผสานเข้ากับองค์ประกอบของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีชั้นเชิง ซึ่งถือเป็นทิศทางใหม่ที่น่าจับตามองอย่างมากสำหรับศิลปินสายโฟล์คที่รักในความเรียบง่ายอย่างเขา
เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของอัลบั้ม The Mirror คือการรวบรวมเอา “คนคุ้นเคย” มาไว้ในที่เดียวกัน หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการได้ Adrianne Lenker เพื่อนร่วมวง Big Thief มาร่วมร้องประสานเสียง เสียงของเธอช่วยเพิ่มมิติความเหงาและความหวังให้กับอัลบั้มนี้ได้อย่างน่าประทับใจ
นอกจากนี้ยังมีขบวนการนักดนตรีฝีมือฉกาจอย่าง Adam Brisbin ที่มารับหน้าที่ดูแลไลน์กีตาร์ และ Ken Woodward ในตำแหน่งเบส รวมถึงศิลปินอีกหลายคนที่ร่วมเดินทางกันมาอย่างยาวนาน การทำงานในรูปแบบที่เปิดกว้างและอิสระเช่นนี้ ทำให้ The Mirror ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของดนตรีประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่เป็นผลงานที่ลื่นไหลตามอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์อย่างแท้จริง