ทำความรู้จัก Emma Corrin ในบทเจ้าหญิงไดอาน่า

| |

ต้องบอกว่าซีรีส์ The Crown ถือเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ฉายทาง Netflix แถมยังมีผู้ชมล่าสุดมีผู้ชมมากกว่า 73 ล้านแอคเคาน์ทั่วโลก ล่าสุดมีการประกาศนักแสดงหญิงที่จะเข้ามารับบทเจ้าหญิงไดอาน่าใน The Crown season 4 ทำให้เป็นที่สนใจกันมากยิ่งขึ้นว่านักแสดงคนนี้คือใคร และน่าสนใจอย่างไร ซึ่งผู้ที่มารับบท Diana Spencer / Princess Diana นั่นก็คือ Emma Corrin นักแสดงชาวอังกฤษ หลายๆ คนอาจจะสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินชื่อของเอ็มม่า คอร์รินมาก่อน แถมผลงานก็ยังมีน้อย ไม่รู้ว่าการแสดงของเธอเป็นอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกัน

LOS ANGELES, CALIFORNIA – JULY 24: Emma Corrin attends the LA Premiere of Epix’s “Pennyworth” at Harmony Gold on July 24, 2019 in Los Angeles, California. (Photo by Axelle/Bauer-Griffin/FilmMagic)

Emma Corrin คือใคร?

Emma Corrin เกิดเมื่อเดือนธันวาคม 1995 ที่ Royal Tunbridge Wells ทางตะวันตกของ Kent สหราชอาณาจักร เธอเป็นพี่สาวคนโตและมีน้องชายอีกสองคน Richard ห่างกับเธอ 4 ปี และ Jonty ห่างกับเธอ 7 ปี ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของเธอเป็นชาวแอฟริกาใต้ คุณแม่ชื่อ Juliette เป็นนักแก้ไขการพูด (leading speech and language therapist) ส่วนคุณพ่อชื่อ Christopher Corrin เป็นนักธุรกิจ ครอบครัวอาศัยอยู่ที่ Sevenoaks

เอ็มม่า คอร์ริน เข้าเรียนที่ Woldingham School โรงเรียนประจำคาทอลิกหญิงล้วนที่ตั้งอยู่นอกชุมชนของ Woldingham ที่ Surrey ใน South East England และที่นั่นถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอหลงรักการแสดง หลังจากนั้นก็ได้เข้าเรียนที่ St John’s College, Cambridge วิทยาลัยในเครือของ University of Cambridge และระหว่างนั้นเอง เธอก็เล่นละครเวทีระหว่างที่เรียนอยู่กว่า 20 เรื่องตลอดระยะเวลาที่เธอเรียนอยู่ในวิทยาลัยนั้น ในตอนนี้เธออยู่ในสังกัด Insight Management & Production

Emma Corrin’s Instagram

จากบทสัมภาษณ์ของ Emma Corrin กับ The Glass Magazine ฉบับ Autumn 2020 เธอบอกว่า สมัยตอนที่เรียนอยู่ที่โรงเรียน เธอมีโอกาสได้ร่วมแสดงในละครเรื่อง The Wind in the Willows ที่หยิบเอานิทานสำหรับเด็กของ Kenneth Brahame มา ซึ่งเธอรับบทเป็น Mr. Toad ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุแค่ 10 ขวบเองเท่านั้น เอ็มม่าบอกว่า “ฉันจำได้ว่าฉันทำมันได้ดีเลยนะ แล้วแม่ของใครสักคนก็ขึ้นมาบอกกับฉันว่า ‘เธอเยี่ยมมากเลยนะจ๊ะ เธอควรเป็นนักแสดงนะ’ ตอนนั้นฉันอายุแค่ 10 ขวบเอง แล้วก็อยากที่จะเป็นนักแสดงมาตั้งแต่ตอนนั้น”

Emma Corrin ก็เริ่มเข้าสู่การแสดงอย่างจริงๆ จังๆ ในปี 2012 ได้ร้องเพลงและเต้นรำโดยเฉพาะกับ Broadway และ West End shows ในช่วงแก๊ปเยียร์ เธอก็เข้าคอร์ส Shakespear ที่ the London academy of music & dramatic art (LAMDA) ไปเป็นอาสาสมัครในโรงเรียนที่ Knysna ประเทศแอฟริกาใต้ ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสาขา Education, English, Drama and the Arts เมื่อปี 2015 เธอบอกว่าเธอเล่นละครเวทีกว่า 20 เรื่องได้ตลอดระยะเวลาที่เรียน 3 ปี ไม่ว่าจะเป็น Romeo and Juliet (ไปทัวร์มาที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย), Lily และ Unravelling the Ribbon ที่ ADC theatre แล้วเธอก็ไม่เคยเล่นหนังหรือว่าแสดงหน้ากล้องมาก่อนเลย เธอเคยแค่อัดเสียงกับออดิชั่นนิดๆ หน่อยๆ เพราะเธอเล่นแค่ละครเวที

หลังจากที่เรียนจบ เอ็มม่า คอร์ริน ก็ย้ายมาที่ลอนดอน อยู่กับเพื่อน แล้วก็ทำงานในบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อหาเงินส่งตัวเอง “มันเป็นช่วงเวลาที่แปลกสำหรับชีวิตของฉันเลย ตอนที่คุณวิ่งไล่และตอบรับโอกาสนั้นๆ ฉันจำได้เลยว่าฉันเคยโกหกที่ทำงานว่าต้องไปที่ไหนสักแห่ง แต่จริงๆ แล้วฉันก็ไปออดิชั่นนั่นแหละแล้วก็เปลี่ยนชุดในห้องน้ำระหว่างทาง”

ต้องบอกว่า เอ็มม่า คอร์ริน เป็นคนที่ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม beauty standard ด้วยคนนึ่ง เธอบอกกับ Glamour UK ว่า”ฉันคิดว่ามันน่าสนใจที่สื่อและวัฒนธรรมจำนวนมากชอบที่จะแปะป้ายให้กับผู้หญิง วิธีที่ฉันนำเสนอตัวเอง สิ่งที่ฉันทำเกี่ยวกับการแต่งหน้า ขนตามร่างกาย เส้นผม หรืออะไรก็ตามที่สวยงาม มักถูกกำหนดโดยสิ่งที่ฉันรู้สึก และไม่มีสิ่งภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง”

Emma Corrin for GQ Magazine

ในฐานะที่เป็นเด็ก Gen-Z เอ็มม่าก็ได้แบ่งปันแนวคิดของเธอเกี่ยวกับความมั่นใจในร่างกายของตัวเอง ทาง Glamour UK ก็บอกว่าระหว่างการสัมภาษณ์ เอ็มม่าก็ได้ดึงเสื้อยืดสีดำของเธอขึ้นเพื่อเปิดขนรักแร้ให้ดูอย่างภูมิใจ ก่อนที่จะพูดถึงขนขาของเธอที่เธอสวมกางเกงขาสั้นสำหรับปั่นจักรยานให้ดูด้วย “ฉันตั้งใจที่จะปล่อยให้ขนขึ้นมาเป็นปีแล้ว แต่ฉันเพิ่งจะโสดนะ ฉันไม่เคยไว้ขนมาก่อนเพราะว่าตอนนั้นฉันอยู่ในความสัมพันธ์ แล้วฉันก็เดาว่าฉันถูกตั้งโปรแกรมมาให้โกนออกเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย แต่ช่างมันละ ฉันไม่อยากที่จะโกนมันจริงๆ ฉันมาคิดได้ว่า ทำไมฉันไม่เคยรำคาญเลยล่ะ มันเป็นความเข้าใจที่แบบว่า ไม่มีเรื่องดราม่าเลย มันแค่อยู่ตรงนั้น ฉันก็หวังว่ามันจะกลายเป็นเรื่องปกติและไม่มีใครสังเกตเห็น”

นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ด้านความงามของเอ็มม่าที่เต็มไปด้วยการปรับตัวที่จะได้เข้ากับมันได้ ตอนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนประจำคาทอลิก “ฉันเป็นเด็กทอมบอยตัวใหญ่ตอนที่ฉันยังเด็ก” เอ็มม่าบอกขณะที่เล่าเรื่องราวการเดินทางของเธอตั้งแต่ยังเป็นเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองไปจนถึงนางแบบอาชีพที่เธอหยุดทำมันตอนปี 2016 เพราะว่าดีไซเนอร์บอกกับเธอว่า “ขอโทษนะ เราแค่ไม่คุ้นชินกับสาวๆ ที่ออกกำลังกาย” นั่นเป็นตอนที่เธอกำลังลองกางเกงขายาวแล้วไม่พอดีกับเธอขณะลองชุดสำหรับ London Fashion Week

“ฉันปฏิเสธที่จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบบผู้หญิงจนกระทั่งอายุประมาณ 13-14 นี่แหละ ฉันอยู่โรงเรียนหญิงล้วน นั่นถือเป็นเรื่องดีในบางเรื่องเพราะว่าไม่มีแรงกดดันที่จะทำให้ต้องดูดีสำหรับผู้ชาย ฉันไม่เคยแต่งหน้าไปโรงเรียนเลย แล้วฉันก็ไม่ได้สนใจมันมากนัก ตอนนี้ฉันรู้สึกสบายใจมากๆ ที่ฉันไม่ได้แต่งหน้าเยอะเหมือนตอนที่ฉันแต่งหน้า” เอ็มม่ากับความสวยงามจำพวกสกินแคร์เริ่มป็นรูปเป็นร่างตอนที่เธอต้องจัดการกับสิว “นั่นเป็นตอนที่ฉันอยู่ปีสองแล้วก็เริ่มมีสิวฮอร์โมนสำหรับผู้ใหญ่ขึ้นที่คางกับหน้าผาก ฉันไม่เคยมีปัญหาผิวมาก่อนเลย มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ มันเกี่ยวกับความมั่นใจในตัวเองด้วย ฉันสติแตกไปแล้ว แล้วก็เริ่มทำทุกอย่างให้อยู่ใต้แสงแดด ฉันลองใช้สกินแคร์ แล้วก็กูเกิลหาวิธีกำจัดสิวฮอร์โมน ฉันเคยคิดจะใช้ยาด้วยซ้ำ” สำหรับตอนนี้ที่ผิวกระจ่างใสขึ้นมาแล้ว เอ็มม่าก็บอกว่าเธอใช้สกินแคร์ของ Aesop เธอบอกว่า “ฉันเริ่มใช้มันแล้วก็พบว่าผิวเปลี่ยนไปในช่วงสามวันมานี้ มันคือสิ่งที่ผิวฉันต้องการเลยล่ะ ฉันใช้เป็น Parsley Seed Anti-Oxidant Serum”

ตอนนี้เธออาศัยอยู่ในแฟลตกับเพื่อนสนิทจากมหาวิทยาลัยที่ไม่มีใครเป็นนักแสดงเลย เอ็มม่าบอกว่ามันทำให้เราอยู่ติดดินแล้วก็ไม่อยากที่จะสูญเสียมันไป ซึ่งหลายๆ คนก็บอกกับเธอด้วยว่าพวกเขากังวลว่าเอ็มม่าจะเปลี่ยนไป มันฟังดูแย่ และเอ็มม่าก็บอกว่าเธอไม่ต้องการให้มันเปลี่ยนไป “หนึ่งสิ่งที่เฮเลน่าและโอลิเวียบอกกับฉันก็คือ ถ่อมตัวเข้าไว้ ทำงานให้หนัก แล้วก็เก็บคนดีๆ เอาไว้ข้างตัวเสมอ”

Meet the students who are putting on Jez Butterworth's "Mojo"

Ahead of their opening night, we chatted to students Emma Corrin and Harry Redding, who are bringing Jez Butterworth's play, "Mojo" to the Cambridge stage. The show opens tomorrow at the ADC. You can find out more here: http://bit.ly/2qSutTr

Posted by St John's College on Monday, May 8, 2017

ผลงานของ Emma Corrin

Pennyworth

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ Emma Corrin จะมีโอกาสได้แสดงในซีรีส์บ้าง แต่ก็ต้องบอกว่าผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักก็คือซีรีส์ในจักรวาล DC เรื่อง Pennyworth เมื่อปี 2019 นั่นเอง ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ฉายทางช่อง EPIX และเชื่อมโยงกับซีรีส์ Gotham ของทาง FOX ด้วยเช่นกัน สำหรับซีรีส์ชุดนี้จะเป็นเรื่องราวของ Alfred Pennyworth ในลอนดอน ยุค 1960 ซึ่ง Emma Corrin รับบทเป็น Esmé Winikus รักแรกของอัลเฟรด

เอ็มม่าบอกว่า “มันเป็นซีรีส์ (Pennyworth) นั้นเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับฉันมากๆ เลยนะ ที่เล่าเรื่องราวได้อย่างเป็นธรรมชาติมนุษย์มากๆ ตัวละครเอสเม่นั้นมีความซับซ้อน เพราะว่าเรื่องราวในอดีตของเธอ วิธีการที่เธอเข้ามามีบทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างเธอและอัลเฟรด แม้ว่าอัลเฟรดจะเผชิญกับเหตุการณ์ PTSD จากสงครามก็ตาม ซีรีส์ชุดนี้ทำให้เราเห็นว่ามนุษย์จัดการกับความรู้สึกและเหตุการณ์สำคัญยังไง มันเหมือนกับการเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน”

Misbehavior

เมื่อช่วงต้นปี 2020 ผลงานของเอ็มม่าอย่าง Misbehavior ที่หยิบเอาเรื่องจริงที่ไม่ได้รับการพูดถึงมาเล่าเป็นเรื่องราวที่อิงจากการเคลื่อนไหวของกลุ่ม Women’s Liberation Movement ในปี 1970 ที่วางแผนขัดขวางการประกวด Miss World ในปี 1970 ภายในหนังเรื่องนี้ เธอได้ร่วมงานกับ Keira Knightley และ Gugu Mbatha-Raw อีกด้วย และได้ Philippa Lowthorpe มาเป็นผู้กำกับ ซึ่ง Emma Corrin รับบทเป็น Jillian Jessup (Miss South Africa) แล้วเอ็มม่าก็บอกว่าการทำงานในกองถ่ายกองนี้มันเป็นงานที่น่ามหัศจรรย์มากๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับผู้หญิงเหล่านั้น เธอรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาเลยล่ะ “การที่ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มผู้หญิงที่ต่างวัย ต่างที่มาของสายอาชีพ มาจากสถานที่ที่ต่างกัน มีประสบการณ์ที่ต่างกัน มันย้ำเตือนฉันว่า ถ้าคุณลงทุนด้านเวลาและลงแรง คุณจะไปถึงจุดหมายที่ต้องการ”

The Crown season 4

สำหรับผลงานล่าสุดอย่างซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่าง The Crown season 4 ที่ Emma Corrin รับบทเป็นเจ้าหญิงไดอาน่า และเล่นคู่กับ Josh O’Connor ที่รับบทเป็นเจ้าชายชาร์ลส์ เอ็มม่าบอกว่า ในซีซั่น 4 ของ The Crown ในการออดิชั่นเพื่อรับบทไดอาน่า เอ็มม่าบอกกับ ELLE Magazine ว่า “พวกเขาโทรหาเอเจนท์ของฉันแล้วก็บอกว่า ‘ให้เอ็มม่ามาที่นี่แล้วช่วยเราอ่านหน่อยได้รึเปล่า เดี๋ยวเราจะจ่ายให้เธอ มันไม่ใช่การออดิชั่นนะ เราแค่อยากให้มีใครสักคนมาอ่านบทเป็นไดอาน่าในซีนนั้น Josh [O’Connor] จะอยู่ที่นั่น แล้วก็มีโปรดิวเซอร์ทั้งหลาย ผู้กำกับ และผู้คัดเลือกนักแสดงอยู่ที่นั่นด้วย’ มันเป็นอะไรที่ไร้สาระเอามากๆ แล้วฉันก็ทำกับมันเหมือนการออดิชั่นนะ มันเป็นการออดิชั่นที่ไร้แรงกดดันสุดๆ ฉันคิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ดีในการหาโอกาสให้กับตัวเอง ฉันศึกษาเยอะมากเกี่ยวกับไดอาน่าและตัวละครนี้ มันสนุกเพราะว่าเธอเป็นบุคคลที่น่าสนใจที่จะอ่านและศึกษา”

เอ็มม่ายังบอกอีกด้วยว่าเธอต้องฝึกสำเนียงการพูดจากสปีชของไดอาน่า แล้วก็ต้องมาต่อบทกับ Emmerald Fennell ที่รับบทเป็น Camilla Parker Bowles อีกด้วย “พวกเขาขอให้ฉันไปยืนหน้ากล้อง ฉันคิดว่ามันแปลกมาก ฉันจำได้ว่าตอนออกมาข้างนอกแล้วโทรหาเอเจนท์ของฉัน มันแบบ ‘มาย่า มันมีบางอย่างเปลี่ยนไปในห้องนี้ ฉันคิดว่าพวกเขาสนใจ ผู้กำกับอยากที่จะทำงานกับฉัน และพวกเขาอยากให้ฉันไปอัดด้วย’ มันเป็นอะไรที่เซอร์เรียลเอามากๆ เลย พอมองกลับไป” แล้วระหว่างการออดิชั่น Benjamin Caron ผู้กำกับ และ Suzanne Mackie โปรดิวเซอร์ก็ถกเถียงกันเรื่องที่จะบอกว่าให้เอ็มม่ามารับบทไดอาน่าด้วย ซึ่งตัวเอ็มม่าก็บอกว่า “เราทำตัวสบายๆ อ่านซีนนั้น แล้วเบนก็หันไปหาซูซานถามว่า ‘บอกเธอตอนนี้ได้มั้ย’ แล้วซูซานก็เหมือนแบบ ‘ปล่อยให้อ่านอีกรอบดีมั้ย’ แล้วเราก็อ่านต่ออีกรอบ แล้วเบนก็เหมือนกับแบบ ‘คุณจะมาเป็นไดอาน่าของพวกเราได้รึเปล่า'”

Emma Corrin / ELLE Magazine / GREG WILLIAMS

ต้องบอกว่าบทบาทของเอ็มม่า คอร์ริน ในซีรีส์ The Crown นั้นถือเป็นความกดดันที่สูงมากๆ เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงบทใหญ่ของเธอแล้ว เธอยังต้องแสดงเป็นบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ที่คนทั้งประเทศทั้งรักและสงสาร “ฉันคิดว่าถ้าฉันจะต้องอยู่กับบทบาทนี้ ฉันจะต้องทำใจและวางมันทิ้งไป ฉันต้องปิดความคิดทั้งหมดที่ว่า ‘มันยิ่งใหญ่มาก นั่นเธอเลยนะ (เจ้าหญิงไดอาน่า) คนอื่นๆ จะคิดยังไงกับการรับบทของฉันนะ’ มันเป็นอะไรที่น่ากลัวและไม่ช่วยให้งานออกมาดี”

เอ็มม่าต้องเตรียมตัวรับบทเป็นไดอาน่าในช่วงวัย 16-28 ปี จากวัยรุ่นขี้อายสู่การเป็นเจ้าหญิงของประชาชน เอ็มม่า คอร์ริน ต้องเข้าฝึกการใช้เสียงกับ William Conacher และการขยับร่างกาย “ฉันจำได้ว่าในเซสชันหนึ่งเราใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการคิดว่าเธอจะยืนอยู่หน้าประตูได้อย่างไร จนกระทั่งเราพบว่าเธอจะยืนเอนตัวไปด้านข้าง” เอ็มม่าบอกว่า “ฉันรู้สึกว่าฉันรู้จักไดอาน่าเหมือนกับเป็นเพื่อนกันเลย ฉันรู้ว่ามันออกจะแปลกหน่อยๆ แต่ฉันรู้สึกถึงความเป็นเพื่อนที่ดีจากเธอ ฉันคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปคุณเริ่มปะติดปะต่อความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจ ฉันที่จะค้นหาคนอื่นนะ”

สำหรับการเตรียมตัวในบท Princess Diana ใน The Crown นั้น ทางกองถ่ายของ The Crown ได้เตรียมตัวให้กับเธอโดยการจัดให้ไปพบกับ Patrick Hephson เลขานุการส่วนตัวของเจ้าหญิงไดอาน่า เอ็มม่าบอกว่าเธอเป็นคนที่ตลก สนุกสนานตลอดเวลาเลย” แล้วก็ให้ดู ‘Diana: In Her Own Worlds’ เป็นร้อยครั้งเลยด้วย แถมยังได้ไปเรียนการเคลื่นไหวกับโค้ช Polly Bennett พยายามและค้นหาว่าควรที่จะต้องขยับตัวและเคลื่อนไหวอย่างไร

สำหรับการเต้นนั้น เอ็มม่าบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเลย แล้วเธอก็จำได้ด้วยว่าตอนสมัยอยู่โรงเรียน มีใครสักคนหนึ่งบอกว่าเธอเต้นเหมือนกับแมงมุมเลย แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องตลกในกลุ่มเพื่อนด้วย เธอยังบอกอีกว่า “ฉันชอบ 5Rhythms มากๆ แล้วฉันก็เรียนแจ๊ส แท็ป แล้วก็บัลเลต์ด้วย จาก 0 เลยนะ ฉันควรที่จะเข้าใจว่ามันมาจากไหน และการเรียนบัลเลต์ตอนอายุ 24 มันแย่เอามากๆ มันเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย มันเป็นสิ่งที่ต้องเรียนมาตั้งแต่ยังเด็กต่างหาก”

Wedding Dress

Emma Corrin as Princess Diana in The Crown Season 4 | Des Willie/Netflix

สำหรับชุดแต่งงานนี้เป็นชุดที่คอสตูมดีไซเนอร์อย่าง Amy Roberts เจ้าของรางวัล Emmy Awards เป็นคนออกแบบ เอมี่บอกว่าเธอยังอยากที่จะเก็บเอาสไตล์และจิตวิญญาณอย่างออริจินัลของ David & Elizabeth Emanuel ที่เคยดีไซน์เอาไว้

แล้วก็ต้องบอกว่าฉากแรกที่เอ็มม่าได้เข้าไปถ่ายทำเลยก็คือฉากงานแต่งงานที่สวมชุดแต่งงานนี้ด้วย เอ็มม่าบอกว่าเธอต้องมีคนช่วยสิบกว่าคนในการสวมชุดนี้ และทุกๆ คนต่างตกตะลึงเมื่อได้เห็นเธอสวมชุดนี้เป็นครั้งแรก “ตอนที่ถ่ายฉากแต่งงาน ฉากแรกที่คุณเห็นเธอสวมชุดแต่งงาน ฉันคิดว่านั่นเป็นที่ Lancaster House ในลอนดอน แล้วฉันมีทีมงานที่ช่วยฉันสวมชุดนั้นกว่า 10 คน เพราะว่ามันใส่ยากมาก พอฉันเดินออกมา ทุกๆ คนล้วนเงียบกับหมดเลย ไอ้สิ่งที่ฉันสวมมาในซีรีส์เนี่ย มันคือเธอเลยนะ” ตัวเอ็มม่าบอกกับ British Vogue ฉบับตุลาคม 2020 ว่า the Emanuels ที่เป็นคนดีไซน์ชุดออริจินัลของเจ้าหญิงไดอาน่ามอบแพทเทิร์นให้กับทางกองถ่ายแล้วทางทีมคอสตูมดีไซน์ของซีรีส์ก็ตัดชุดให้กับเธอ ซึ่งตัวของ David Emanuel ก็มาเป็นที่ปรึกษาให้กับทางกองด้วย

LONDON,UNITED KINGDOM – JULY 29: Diana, Princess of Wales and Prince Charles pose for the official photograph by Lord Lichfield in Buckingham Palace at their wedding on July 29, 1981 in St. Pauls Cathedral, London. (Photo by David Levenson/Getty Images)

สองสามีภรรยา Elizabeth และ David Emanuel ดีไซเนอร์จากชุดดั้งเดิม ร่วมกับ Amy Roberts คอสตูมดีไซเนอร์ของ The Crown นั้นร่วมกันรังสรรค์ชุดแต่งงานนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตัวของ Elizabeth Emanuel ก็บอกกับ Prople Magazine ว่า “เอ็มม่าดูดีมากในชุดนั้น และฉันเองก็เป็นแฟนตัวยงของ The Crown เลยด้วย มันน่ามหัศจรรย์มากๆ เลยนะ และฉันจะตั้งหน้าตั้งตารอชมเลยล่ะ” และกว่าจะมาเป็นชุดแต่งงานนั้น ทีมงานใช้เวลากับ 600 ชั่วโมงในการทำมันขึ้นมา ทั้งหมดรวมแล้วใช้เวลา 4 เดือน และการลองชุดถึง 5 ครั้งด้วยกัน ร่วมกับทีมงานอีกสามคน ใช้ผ้ากว่า 95 เมตร และลูกไม้กว่า 100 เมตร พร้อมผ้าลากยาวกว่า 30 เมตร ซึ่งทีมงานที่ทำลูกไม้สำหรับชุดที่ใช้ใน The Crown ก็จะเป็นชุดดั้งเดิมกับที่ทำให้เจ้าหญิงไดอาน่า รวมๆ แล้วชุดนี้มีมูลค่าสูงถึง £90,000

Emma Corrin บอกกว่า “หนึ่งในชุดที่ถือเป็น iconic ที่สุดชุดหนึ่งก็คือชุดแต่งงาน ตอนที่รู้ว่าจะได้เข้าฉากในชุดนั้นมันเป็นอะไรที่บ้ามาก ชุดนั้นออกแบบมาใกล้เคียงตามแบบดั้งเดิม มันจึงเป็นแบบจำลองที่สมบูรณ์แบบที่สุด” ต้องบอกว่าในปี 1981 มีผู้คนกว่า 750 ล้านคนที่ได้ดูงานแต่งงานของไดอาน่าและชาร์ลส์ทางทีวีทั่วโลกมันคือชุดที่อยู่ในความทรงจำของคนรุ่นนี้ เธอยังบอกอีกว่า “ฉันจำได้ว่าตอนเราถ่ายทำฉากนี้ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปเมื่อฉันเดินใส่ชุดนี้เข้ามาในฉาก ทุกคนก็เงียบไปฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้สวมชุดนี้และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก”

The Crown season 4 จะฉายทาง Netflix ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2020

สามารถรับชม The Crown ได้ที่ https://www.netflix.com/title/80025678

source:

  • https://deadline.com/2020/08/management-insight-launches-the-crown-lady-diana-emma-corrin-abubakar-salim-peaky-blinders-jordan-bolger-1203019555/
  • https://www.bbc.com/news/entertainment-arts-51198033
  • https://www.camdram.net/people/emma-corrin
  • https://www.elle.com/culture/movies-tv/a34479970/emma-corrin-the-crown-season-4-princess-diana-interview/
  • https://www.emmys.com/news/mix/penny
  • https://www.express.co.uk/showbiz/tv-radio/1200522/The-Crown-season-4-Princess-Diana-Emma-Corrin-Pennyworth-Paloma-Faith-Netflix-series
  • https://www.gq-magazine.co.uk/culture/article/emma-corrin-interview
  • https://www.independent.co.uk/life-style/fashion/crown-princess-diana-wedding-dress-netflix-elizabeth-emanuel-season-four-photos-b878518.html
  • https://www.vogue.co.uk/arts-and-lifestyle/article/emma-corrin-interview
  • https://www.telegraph.co.uk/news/2019/04/12/emma-corrin-young-actress-cast-lady-diana-spencer-crown/
First S.

นัก(หัด)เขียน ที่ผันตัวจากการเป็นนักเรียนกฎหมายมาใช้เวลาไปกับเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง ซีรีส์ หรือเรื่องราวเบื้องหลัง ไปพร้อมๆ กับการค้นหาความต้องการของชีวิต

Previous

เกิดอะไรขึ้นใน Killing Eve season 3 episode 4

Maya Hawke จากลูกสาวนักแสดงสู่เส้นทางอาชีพของเธอ

Next