Gabrielle Aplin ปล่อย Call Me เวอร์ชั่นเปียโน พร้อมประกาศปล่อยอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า Phosphorescent

| |

หลังจากที่ไปปล่อยเพลงใหม่ออกมาให้ฟังกันในปีนี้อย่างเพลง Sky Light และ Call Me ล่าสุด Gabrielle Aplin ก็ปล่อยเวอร์ชั่นเปียโนออกมาให้ฟังกัน พร้อมกับประกาศปล่อยอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า Phosphorescent

สำหรับเพลง Call Me นั้น Gabrielle Aplin บอกว่าเธอได้แรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้ขึ้นมาในช่วงล็อกดาวน์ “ช่วงล็อกดาวน์หลายๆ รอบ ฉันพบว่าตัวเองอยากที่จะทำสิ่งต่างๆ และไม่ได้ทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำมาแล้ว ถ้าหากว่าฉันมีโอกาสใหม่น่ะนะ” และสำหรับเพลง Call Me นั้น เธอบอกว่า “ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ฉันก็หวังว่าตัวเองจะได้ไปเที่ยวไปทั่วในตอนกลางคืน ฉันหวังว่าตัวเองจะไม่พ่นคำพูดแย่ๆ ออกมาแบบนั้น ฉันหวังว่าฉันจะโทรหาคนนั้นกลับ ฉันหวังตัวเองจะได้นั่งท่ามกลางแสงแดด มันเหมือนกับว่า ถ้าเกิดว่าฉันสามารถย้อนเวลากลับไปและสัมผัสสิ่งเหล่านั้นได้เมื่อมีโอกาส ราวกับว่าฉันไม่มีความทรงจำและประสบการณ์เหล่านั้น ฉันคิดว่าฉันจะต้องพาตัวเองผ่านความเหงาได้ในช่วงต้นปี 2021 มันแบบว่า ถ้าคุณเปลี่ยนใจ ฉันก็เปลี่ยนใจได้เหมือนกัน เพราะงั้น โทรหาฉันนะ”

นอกจากนี้แล้ว MV ของเพลงนี้ก็ยังได้ Jamie Thraves (ผู้กำกับเอ็มวีให้กับวง Radiohead, Coldplay หลากหลายเพลง) มากำกับให้ ซึ่งในตอนแรก พวกเขาอยากที่จะสร้างให้เป็นเหมือนกับหนังสยองขวัญ แต่ว่า Call Me นั้น ต้องการที่จะให้มีความเป็นภาพยนตร์และมิวซิเคิลในคราวเดียวกัน มันก็เลยต้องปรับเพื่อให้เป็นละครเพลงเรื่องเล็กๆ ที่ดำเนินเรื่องในเวลากลางคืน ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องยาวมากกว่าวิดีโอเพลงป๊อป มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะที่ได้วิ่งไปตามถนนในบริสตอลขณะที่ฉันกำลังร้องเพลงของตัวเองในเมืองที่ฉันรัก มันเป็นความสุขมากๆ ที่ได้ทำ”

Gabrielle Aplin - Call Me (Official Video)
Gabrielle Aplin - Call Me (Piano Version)

Gabrielle Aplin ให้สัมภาษณ์กับ Women In Pop เกี่ยวกับอัลบั้ม Phosphorescent ว่า “ฉันเขียนเพลงในอัลบั้มนี้ในช่วงล็อกดาวน์ครั้งที่สามที่นี่ (บริสตอล) มันเป็นช่วงฤดูหนาวของปีที่แล้ว (2021) แม้ว่าฉันจะเขียนเพลงในช่วงล็อกดาวน์ แต่ว่าฉันก็ไม่อยากให้มันเป็นบันทึกในช่วงล็อกดาวน์หรอกนะ ฉันอยากจะให้มันเต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ แล้วก็สามารถสัมผัสได้ แต่งานเขียนนั้นมันก็จะดูโดดเดี่ยวและเก็บตัวมากๆ ด้วย แล้วมันก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ฉันทำอัลบั้มโดยไม่มีใใครบอกวิธีทำอัลบั้มให้กับฉัน ฉันย้ายกลับไปทางตะวันตกเฉียงใต้ (Somerset) ที่ฉันเคยอยู่ แล้วมันก็เงียบกว่าตอนที่ฉันอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้มากๆ เอาจริงๆ มันไม่มีอะไรเลย มันก็ถือเป็นเรื่องแปลกอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์นะ แล้วมันก็หายไป” เธอยังบอกต่อด้วยว่า “ช่วงที่เริ่มต้นการระบาดครั้งใหญ่ เป็นช่วงที่ฉันเพิ่งปล่อยอัลบั้มที่ 3 (Dear Happy) แล้วพอล็อกดาวน์ ฉันก็ไม่มีอะไรทำเลยนะ ทุกสิ่งที่ฉันคิด มันเหมือนถูกดึงหายไปเลย ทั้งทัวร์ทั้งการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว แล้วก็การแต่งหน้าและเสื้อผ้าของฉัน ทุกสิ่งที่ดูผิวเผินต่างๆ ด้วย เพราะด้วยความโดดเดี่ยวแบบนั้น ฉันก็เริ่มเขียนเพลงขึ้นอีกครั้ง”

สำหรับการทำงานในเพลง Call Me ของเธอนั้น เธอหยิบสิ่งต่างๆ ที่ลอยไปลอยมา มาเขียนเพลง Call Me จนเสร็จ แล้วก็เอาไปให้ Mike Spencer โปรดิวเซอร์ของเธอ เขาเคยทำงานร่วมกับ Years & Years, Cat Burns, Rudimental, Ellie Goulding มาก่อน ช่วยดูให้ “เขาบอกฉันว่า “เอามันมาเลย” แล้วเขาก็หยิบซินธ์มาใส่ แล้วนั่นมันก็สมบูรณ์แบบมากๆ นั่นมันเป็นตอนที่เริ่มน่าตื่นเต้นสำหรับฉัน ฉันอยากให้ทุกอย่างมันมีความหมาย ในทุกๆ แง่มุมของมัน” แล้วสำหรับการอัดเสียงที่สตูดิโอนั้น เธอไปอัดเสียงที่ The Larks Tongue สตูดิโอใน Buckinghamshire ที่รายล้อมไปด้วยความเงียบสงบของชนบทและสัตว์ป่า “สตูดิโอของฉันน่าทึ่งมากๆ พวกเขาใช้พลังงานหมุนเวียนมาใช้เป็นพลังงานหลัก แล้วฉันก็คิดว่า มันจะเจ๋งแค่ไหนนะ ถ้าภาพทั้งหมดมันถูกสร้างขึ้นมาด้วยพลังธรรมชาติทั้งหมด เราสร้างภาพโดยไซยาโนไทป์ (การสร้างภาพพิมพ์เขียว โดยอาศัยแสงแดดเพื่อทำปฏิกิริยากับเคมี) แล้วฉันก็รู้สึกเหมือนกับศิลปินจริงๆ”

ในอัลบั้ม Phosphorescent จะปล่อยออกมาให้ฟังในวันที่ 13 มกราคม 2023

Pre-save อัลบั้ม Phosphorescent จาก Gabrielle Aplin ได้ที่นี่

First S.

นัก(หัด)เขียน ที่ผันตัวจากการเป็นนักเรียนกฎหมายมาใช้เวลาไปกับเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง ซีรีส์ หรือเรื่องราวเบื้องหลัง ไปพร้อมๆ กับการค้นหาความต้องการของชีวิต

Previous

ในที่สุด ซิงเกิลใหม่ของ Hailee Steinfeld ที่มีชื่อว่า ‘Coast’ ก็ปล่อยออกมาให้เราฟังกันแล้ว

The Eavesdropperings: From Dickinson’s Fans, with Love.

Next