[Exclusive Interview] Kid Sistr คลื่นลูกใหม่วงอินดี้ร็อก กับอัลบั้ม EP ใหม่อย่าง American Teenage Prophecy เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเควียร์

| | , ,

เมื่อพูดถึงคลื่นลูกใหม่วงอินดี้ร็อกที่น่าจับตามองคงจะหนีไม่พ้นกับ Kid Sistr วงอินดี้ร็อกหน้าใหม่ประกอบไปด้วย Sabel Englert (guitar/vocals), Becca Webster (drums/vocals) และ Sara Keden (bass/vocals) ซึ่งกำลังฉายแววความโดดเด่นหลังจากปล่อยอัลบั้ม EP อย่าง American Teenage Prophecy ออกมา วันนี้ The Noize Magazine มีโอกาสได้พูดคุยกับสามสาวเกี่ยวกับอัลบั้ม EP ใหม่ของพวกเขา และการบอกเล่าเรื่องราวของเควียร์ผ่านผลงานที่พวกเขาสร้างสรรค์ออกมา

ในปี 2020 วง Kis Sistr เริ่มทำเพลงจริงจังกันอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนหน้านั้นพวกเขาได้มีการฟอร์มวงเล็กๆ ของตัวเองขึ้น นำโดยซาร่าและเบคก้าที่เติบโตมาด้วยกันในแถบชานเมืองคอนเนคติกัต แต่วงไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างขนาดนั้น กระทั่งซาร่าไปเรียนต่อในวิทยาลัยดนตรีที่ฟลอริดา ทำให้ได้พบกับอีกหนึ่งสมาชิกของวงอย่างซาเบลที่มาจากชานเมืองนิวยอร์ก

“ตอนนั้นซาเบลอยากเล่นดนตรีที่บ้านเกิดของเธอ ฉันก็เลยเสนอให้ชวนเบคก้ามาเป็นมือกลองให้กับเรา มันเป็นการแสดงครั้งแรกของพวกเราเลยในปี 2017 แต่ก็ทุลักทุเลเพราะว่าซาเบลดันเป็นหลอดลมอักเสบ ทำให้ร้องเพลงไม่ถนัดสักเท่าไหร่” ซาร่าพูดถึงการรวมตัวของพวกเธอก่อนที่จะกลายมาเป็น Kid Sistr ในปัจจุบัน “แต่การขึ้นโชว์ในครั้งนั้นก็ทำให้เรารับรู้ถึงความพิเศษของการฟอร์มวงของพวกเราได้ทันทีเลย”

Kid Sistr - American Teenage Prophecy
Kid Sistr – American Teenage Prophecy

The Noize Magazine: พูดถึงเรื่องของดนตรี Kid Sistr มีใครเป็นแรงบันดาลใจบ้างไหม

Sara Keden: ตัวฉันในช่วงวัยรุ่นคลั่งไคล้ The Runaways มาก พวกเขาเจ๋งสุดยอดไปเลย ซึ่งฉันไม่อยากจะเชื่อว่าพวกเขาสร้างชื่อเสียงในฐานะร็อคสตาร์ชื่อดังตอนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับฉันในตอนนี้ Cherry Bomb ก็เป็นวงหญิงล้วนอีกวงที่ฉันชื่นชอบ ฉันเองเคยร้องเพลงของพวกเขาในคอนเสิร์ตด้วย ดูเท่มาก แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากตั้งวงดนตรีหญิงล้วนขึ้นมาเองบ้าง

Sabel: สำหรับฉันในวัยเด็กก็ชื่นชอบศิลปินหญิงเท่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Avril Lavigne หรือ Hayley Williams และอีกหลายๆ คน สมัยประถม ฉันเคยรบเร้าให้แม่พาไปห้าง Sears เพื่อซื้อเสื้อผ้าที่เป็นแบรนด์ของ Avril Lavigne ซึ่งกลายเป็นเสื้อคู่ใจที่ฉันใส่มันแทบทุกวันเลยล่ะ 

นอกจากนั้นแล้ว ตัวฉันเองก็ชอบฟังเพลงมันส์ๆ จากเกม Guitar Hero ในโหมด Expert เอามากๆ จนต้องดาวน์โหลดเพลงจากเกมส์ลงใน iPod ไว้ฟังทุกที่ทุกเวลา บรรดาเพลงโปรดก็อย่างเช่น Bombtrack โดย Rage Against The Machine หรือไม่ก็ Barracuda ผลงานจากวง Heart และเพลงในตำนานอย่าง One ของ Metallica เพลงเดียวในเกมส์ที่ฉันเล่นไม่ชนะ

ฉันเติบโตมากับการฟังและเล่นดนตรีแนวพังค์และคลาสสิคร็อคมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น Led Zeppelin, The Police, Green Day และ The Beatles ฉันใฝ่ฝันมาตลอดที่จะได้อยู่ในวงดนตรี แม้ว่าในตอนนั้นฉันเองก็ไม่รู้จักวงดนตรีหญิงล้วนเท่าไหร่นัก แต่คนที่ฉันอยากจะเล่นดนตรีด้วยกันมาตลอด (รวมถึง Sara ด้วย) ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจที่จะเป็นตัวเอง ทั้งหมดนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ธรรมชาติมากๆ ที่สุดท้ายแล้วฉันได้มาอยู่ในวงดนตรีหญิงล้วน

TNM: อัลบั้ม EP ล่าสุดของพวกคุณที่เพิ่งปล่อยออกมาอย่าง American Teenage Prophecy นำเสนอเรื่องราวที่ลึกซึ้งและซับซ้อนของความเป็นวัยรุ่นอเมริกัน อยากรู้ว่าทำไมถึงเลือกที่จะเล่าเรื่องราวเหล่านี้ออกมาผ่านเสียงดนตรี

Sara: พวกเราทุกคนในวงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ช่วงเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ดังนั้นแล้วบางทีเวลาที่เราอยู่ด้วยกันก็จะมีด้านป่วนๆ ของความเยาว์วัยที่เล็ดรอดออกมา ฉันจดจำช่วงเวลาตอนนั้นที่มีทั้ง Becca และ Sabel อยู่ในนั้นได้ แล้วก็อยากจะถ่ายทอดเรื่องราวพวกนั้นออกมา

TNM: ถ้าอย่างนั้น ช่วยเล่าการทำงานของอัลบั้ม EP ให้พวกเราฟังที มีอะไรที่แตกต่างไปจากการทำงานครั้งก่อนๆ มากน้อยแค่ไหน

Sara: ความแตกต่างในการทำอัลบั้ม EP นี้แน่ๆ เลยคือการที่พวกเรามีเวลาในการสร้างสรรค์งานมากขึ้น Suzy Shinn ผู้ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้โจทย์เราในการทำเพลงเดโม่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าเพลงนั้นๆ จะออกมาดี

Becca: นอกจากนี้ Suzy ยังช่วยวางแผนให้เราได้ซ้อมและทดลองเล่นเพลงสด ซึ่งวิธีนี้ทำให้เราทั้งสามคนหาจังหวะทางดนตรีให้กลมกลืนกันยิ่งขึ้นในตอนอัดเพลงจริง ฉันคิดว่ามันช่วยให้พวกเราร่วมกันสร้างและนำเสนอตัวตนที่เป็นเนื้อแท้ของพวกเราผ่านการเล่นดนตรีด้วยกันในห้องซ้อมจนเข้าขามากขึ้น

Sabel: พวกเราได้เรียนรู้ที่จะตั้งคำถามกับตัวเองและการเขียนเพลงของพวกเราด้วย ระหว่างทำอัลบั้ม EP นี้มีการเปลี่ยนเพลงกันหลายครั้งมาก ซึ่งสอนให้เราอย่าไปยึดติดกับอะไรหรือถือว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวขนาดนั้น แต่ในขณะเดียวกันพวกเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะโน้มน้าวและต่อสู้เพื่อให้ไอเดียที่เราเชื่อว่ามันดีได้เกิดเช่นกัน

Kid Sistr - Guts (Official Visualizer)

TNM: “American Teenage Prophecy” ให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง อยากรู้ว่ามีภาพยนตร์เรื่องไหนไหมที่มาเป็นแรงบันดาลของผลงานคราวนี้?

Kid Sistr: แน่อนว่ามี และนี่คือสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจของพวกเรา ได้แก่ ภาพยนตร์ชีวประวัติของวง The Runaways, Dazed and Confused และ Labyrinth

TNM: แล้วถ้ามีโอกาสที่ Kid Sistr ได้เขียนเพลงประกอบภาพยนตร์เควียร์แนว coming of age มีธีมของเรื่องไหมว่าจะเป็นประมาณไหน แล้วอยากให้ใครมาเป็นผู้กำกับ?

Kid Sistr: ภาพยนตร์เรื่องนี้มันจะต้องจบอย่างมีความสุข เราต้องการเรื่องราวของเควียร์ที่ลงเอยด้วยความสุขอีกมาก และคนที่จะมากำกับอยากให้เป็นผู้กำกับหญิงอย่าง Diablo Cody (ผู้กำกับเรื่อง Juno, Jennifer’s Body, Forbidden Fruits) ไม่มีใครจะเหมาะสมไปมากกว่าเธอคนนี้แล้ว

TNM: ขณะที่วงการเพลงถูกรุกรานด้วยการใช้ AI ทาง Kid Sistr ตั้งใจจะคงไว้ซึ่งตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์และสร้างสรรค์งานด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองอย่างไรบ้าง? 

Kid Sistr: สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความก็คือ เราจะไม่มีทางให้คอมพิวเตอร์เขียนเพลงออกมาเด็ดขาด การใส่หัวใจ รวมถึงความเป็นมนุษย์ลงไปในงานศิลป์ทุกแขนงคือขั้นตอนสำคัญในการสร้างสรรค์ศิลปะที่ไม่สามารถละเลยได้

Kid Sistr - American Teenage Prophecy (Official Music Video)

TNM: เรื่องราวของเควียร์มักถูกมองข้ามในประวัติศาสตร์ของวงการดนตรี Kid Sistr ตั้งใจจะสร้างการรับรู้ให้กับชุมชนเควียร์อย่างไรบ้าง?

Becca: นักร้องในวงการชื่อดังหลายๆ คนมีความเป็นเควียร์อยู่ในตัว อาจจะเป็นเพราะความเป็นเควียร์สร้างแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานของพวกเขา ฉันคิดถึงสไตล์ที่พวกเขาแสดงออกมา อาทิ David Bowie, Prince หรือ Rolling Stones แฟนเพลงของพวกเขาชื่นชอบศิลปินเหล่านี้จากความกล้าที่จะแสดงออกทางเพศและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ

TNM: จากผลงาน American Teenage Prophecy ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ช่วยส่งต่อความหวังไปให้กับเหล่าผู้ฟังเควียร์ในช่วงเวลาที่ชุมชน LGBTQIAN+ ทั่วโลกกำลังถูกลิดรอนสิทธิและต้องเผชิญหน้ากับความเกลียดชังที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทางวงมีอะไรอยากที่จะบอกกับผู้ฟังเหล่านั้นบ้างไหม

Sara: ฉันเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าการเป็นเควียร์คือสิ่งมหัศจรรย์และพรอันแสนประเสริฐของโลกใบนี้ เพราะเควียร์นำพามาซึ่งมุมมองใหม่ในการใช้ชีวิต (ที่ไม่ได้ยึดติดกับกรอบเพศแบบไบนารี่เดิมๆ) ถ้าคุณเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชนที่กำลังหวาดกลัว ฉันอยากให้คุณรู้ว่าเรารักคุณมากๆ และอยากให้เชื่อไว้เสมอว่าการที่คุณกล้าที่จะเป็นตัวเองในแบบที่อยากเป็นแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ต่อให้สิ่งที่แสดงออกมาจะเล็กน้อยสักแค่ไหนก็ตาม

Becca: ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่ Sara พูด พวกเราโชคดีมากๆ ที่เกิดเป็นเควียร์ มันเปรียบเสมือนประตูเชื่อมไปสู่การใช้ชีวิตนอกกรอบแคบๆ ที่จำกัดความคิดและการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายๆ คนไม่เคยได้สัมผัส การเป็นเควียร์เต็มไปด้วยอิสระที่ทำให้เราสามารถเป็นทุกอย่างได้ตามที่ปรารถนาเลยล่ะ

TNM: ก่อนจะจากกัน Kid Sistr อยากฝากข้อความอะไรถึงแฟนเพลงชาวไทยหรือคนที่เพิ่งได้มาฟังเพลงของวงเป็นครั้งแรกบ้างไหม?

Sara: พวกเราวง Kid Sistr ตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้ทำความรู้จักกับแฟนเพลงชาวไทย ฉันเองมีเชื้อสายฟิลิปปินส์จากฝั่งแม่และการมีรากเป็นเอเชียสำคัญต่อตัวตนของฉันมากเช่นกัน 

ฉันรู้สึกตื้นตันเหลือเกินระหว่างที่อยู่กองถ่ายเอ็มวี Boys in Skirts เพราะมีนักแสดงที่นำเสนอภาพตัวแทนชาวเอเชียเยอะมาก ซึ่งตลอดเวลาที่เติบโตมา พวกญาติๆ ที่มีอายุมักชอบกรอกหูฉันว่า “คนเอเชียไม่มีใครเค้าเป็นเกย์กันหรอก” แต่ในความเป็นจริงเแล้วมีคนเชื้อสายเอเชียในสังคมตั้งมากตั้งมาย เห็นได้จากกองถ่ายเอ็มวีของพวกเราก็ได้ พวกเค้ามีตัวตนอยู่จริงๆ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจในความเป็นตัวเองอย่างบอกไม่ถูกเลย สิ่งเหล่านี้คือความสำคัญของการมีอยู่ของ Kid Sistr สำหรับฉัน “การที่ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างอิสระ ได้ใช้ชีวิตเต็มที่ในแบบของตัวเอง” ฉันหวังว่าผู้ฟัง โดยเฉพาะผู้ฟังใหม่ๆ ที่เพิ่งรู้จัก Kid Sistr จะรู้สึกและรับรู้ได้ถึงสิ่งเดียวกันเวลาที่ฟังผลงานของพวกเรา

Kid Sistr - Boys in Skirts (Official Music Video)

สตรีม American Teenage Prophecy จาก Kid Sistr ได้เลยที่ https://kidsistr.lnk.to/ATPEP

Previous

Teenage Sex and Death at Camp Miasma หนังเควียร์สแลชเชอร์เรื่องใหม่จากผู้กำกับนอนไบนารี่ Jane Schoenbrun เตรียมฉายในไทยเร็วๆ นี้

[Exclusive Interview] Kid Sistr: The Rising Indie-Rock Wave Sharing Queer Stories Through New EP ‘American Teenage Prophecy’

Next