The Army, The Navy ส่งอัลบั้มเดบิวต์ Fake Brave Life ยกระดับกลายมาเป็นงานสตูดิโอโปรดักชั่นแบบเต็มรูปแบบ

| |

The Army, The Navy วงอินดี้ร็อกดูโอ้ของเพื่อนสนิทสองคนอย่าง Maia Ciambriello และ Sasha Goldberg ได้ส่งอัลบั้มเต็มชุดแรกอย่าง Fake Brave Life ออกมาให้แฟนเพลงได้สัมผัสกันเป็นที่เรียบร้อย

การเดินทางของพวกเธอเริ่มต้นจากการเป็นเพียงคนคุ้นหน้าที่เติบโตมาในย่าน Bay Area แม้ว่า Maia Ciambriello และ Sasha Goldberg จะเจอกันบ้างในวัยเด็ก แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่โคจรมาพบกันจริงๆ คือช่วงเวลาที่พวกเธอเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สาขาการเขียนเพลงที่ Loyola University New Orleans ท่ามกลางเมืองที่อบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมและเสียงดนตรีอันหลากหลาย

เมื่อพูดถึงจุดเริ่มต้นของ The Army, The Navy วงเกิดขึ้นมาแบบไม่ได้มีแผนการล่วงหน้าใดๆ เลยด้วยซ้ำ ในฐานะรูมเมทที่แชร์ห้องนอนร่วมกัน ตอนแรกต่างคนต่างแยกย้ายกันทำเพลงของตัวเองอยู่คนละมุมห้อง โดยมี Maia นั่งแต่งเพลงอยู่ที่มุมหนึ่ง และ Sasha อยู่อีกมุมหนึ่ง แต่ในท้ายที่สุด พลังงานสร้างสรรค์ของทั้งคู่ก็ดึงดูดเข้าหากัน พวกเธอเริ่มหันมาสนใจกระบวนการทำงานของกันและกัน และตัดสินใจนำไอเดียจากสองสมองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาผสมผสานกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เหนือชั้นยิ่งกว่าเดิม

พวกเธอเปิดใจถึงการเดินทางอันยาวนานและน่าทึ่งในครั้งนี้ว่า “พวกเราตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกที่จะได้แชร์ผลงานชิ้นนี้ให้ทุกคนได้ฟังกันเสียที เพลงเหล่านี้ใช้เวลาบ่มเพาะนานหลายปี และมันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อมากที่ได้เห็นพวกมันออกไปโลดแล่นในโลกกว้าง พวกเราซาบซึ้งใจมากสำหรับแฟนเพลงทุกคน รวมถึงโปรดิวเซอร์ นักเขียนเพลง และนักดนตรีที่ยอดเยี่ยมทุกคนที่ช่วยกันปลุกปั้นให้อัลบั้มนี้มีชีวิตขึ้นมา อัลบั้ม Fake Brave Life รู้สึกเหมือนเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของพวกเรา เป็นบันทึกเสียงชุดแรกจากอีกหลายๆ แผ่นที่จะตามมาในอนาคต และพวกเรากำลังตั้งตารอทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้”

หากย้อนมองกลับไป เส้นทางความสำเร็จของวงดนตรีคู่นี้เติบโตอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ต้นปี 2023 หลังจากที่ซิงเกิลแรกอย่าง “Vienna (In Memorium)” กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ และพวกเธอก็ไม่ปล่อยให้กระแสลดลง ด้วยการตอกย้ำความปังผ่านการปล่อยอีพีสองชุดรวดในปี 2024 อย่าง Fruit for Flies และ Sugar for Bugs 

ด้วยความสำเร็จที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ นี้เอง ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจทุ่มเทสุดตัวให้กับการทำอัลบั้มเต็มชุดแรก จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงกระบวนการทำเพลงแบบส่วนตัวและเรียบง่ายระหว่างเพื่อนสนิทสองคนในห้องนอน ได้ยกระดับกลายมาเป็นงานสตูดิโอโปรดักชั่นแบบเต็มรูปแบบ โดยได้ดึงตัวโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง Drew Vandenberg ที่เคยฝากผลงานไว้กับ Faye Webster, Of Montreal และ Toro y Moi ร่วมด้วย Mikey Freedom Hart สมาชิกวง BLEACHERS ผู้เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Taylor Swift, Lana Del Rey และ The Chicks นอกจากนี้ยังได้นักดนตรีแบ็คอัพฝีมือฉกาจและวงเครื่องสาย String Quartet มาร่วมแต่งเติมวิสัยทัศน์ของพวกเธอให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ด้วยความสำเร็จที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ นี้เอง ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจทุ่มเทสุดตัวให้กับการทำอัลบั้มเต็มชุดแรก จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงกระบวนการทำเพลงแบบส่วนตัวและเรียบง่ายระหว่างเพื่อนสนิทสองคนในห้องนอน ได้ยกระดับกลายมาเป็นงานสตูดิโอโปรดักชั่นแบบเต็มรูปแบบ โดยได้ดึงตัวโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง Drew Vandenberg ที่เคยฝากผลงานไว้กับ Faye Webster, Of Montreal และ Toro y Moi ร่วมด้วย Mikey Freedom Hart สมาชิกวง BLEACHERS ผู้เคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Taylor Swift, Lana Del Rey และ The Chicks นอกจากนี้ยังได้นักดนตรีแบ็คอัพฝีมือฉกาจและวงเครื่องสาย String Quartet มาร่วมแต่งเติมวิสัยทัศน์ของพวกเธอให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

The Army, The Navy - Walls (Official Audio)

“Walls” เป็นหนึ่งในไม่กี่เพลงที่มีบทสนทนาโต้ตอบกันในอัลบั้ม ซึ่งผสมผสานประสบการณ์ชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ได้อย่างกระชับและตรงจุด เนื่องจากชีวิตของพวกเธอผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง Maia กล่าวว่า “การเลิกราของเธอทั้งหมดก็คือการเลิกราของฉัน และการเลิกราของฉันทั้งหมดก็คือของเธอเช่นกัน” เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้ว่าด้วยเรื่องของความรักและการสูญเสียมันไป ซึ่งทั้งคู่เห็นพ้องตรงกันว่า “2 Collide” เพลงปลุกพลังใจหลังการเลิกรา (breakup anthem) มีงานเขียนเนื้อเพลงที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งในอาชีพนักดนตรีของพวกเธอ เสียงเปิดของกีตาร์ที่พลิ้วไหวค่อย ๆ สร้างแรงขับเคลื่อนในขณะที่ผู้เล่าเรื่องในเพลงกำลังรวบรวมความแข็งแกร่ง “I’m not gonna drop to my knees and give you what you want/ This time” (ฉันจะไม่ยอมคุกเข่าและให้ในสิ่งที่เธอต้องการอีกแล้ว… ในครั้งนี้) 

แม้ว่าวง The Army, The Navy จะหยิบเอาชีวิตจริงของพวกเธอมาใช้เป็นวัตถุดิบในการแต่งเพลงบ่อยครั้ง แต่ผลงานของพวกเธอก็ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงแค่อัตชีวประวัติ (เรื่องจริงของตัวเอง) ล้วนๆ ในคลาสแต่งเพลงสุดโปรดที่พวกเธอเลือกเรียนซ้ำตอนเป็นนักศึกษาปริญญาตรี ทั้งคู่มักจะถูกโจทย์สั่งให้เขียนเพลงในสไตล์ของศิลปินคนอื่น ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พวกเธอมีความยืดหยุ่นและเชี่ยวชาญในการเข้าไปสวมบทบาทเป็นตัวละครในโลกที่ห่างไกลจากชีวิตจริงของตัวเองอย่างมาก 

เพลง “Stars Stay Awake” ที่ยิ่งใหญ่และขับเคลื่อนด้วยเครื่องสาย สามารถใช้เป็นเพลงประกอบฉากไคลแมกซ์ของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ได้เลย “มันให้ฟีลแบบ The Hunger Games มาก ๆ เลยค่ะ” Maia กล่าว “มีความเป็นแซฟฟิคสูงมาก” Sasha เสริม เพลงนี้มีความเป็นจักรวาลและอวกาศเหมือนกับชื่อเพลง ท่อนฮุกกระแทกใจราวกับจรวดที่กำลังพุ่งทะยานผ่านกำแพงเสียง “You know our world is ending/ Your cosmic and condescending nature brings me back to places/ I’m not nurtured, I’m not safe in.” (เธอก็รู้ว่าโลกของเรากำลังจะจบลง… ความคิดที่หลงตัวเองและมองลงมาจากอวกาศของเธอมันพัดฉันกลับไปยังสถานที่ที่ฉันไม่เคยได้รับการดูแล และไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยสำหรับฉันเลย)

The Army, The Navy - Stars Stay Awake (Official Audio)

แน่นอนว่า Fake Brave Life เป็นอัลบั้มที่เข้มข้นดุดัน แต่ท้องฟ้าสีครามเข้ม (deep indigo sky) ที่ทั้งคู่จินตนาการไว้ตลอดกระบวนการเขียนและอัดเพลงนั้น ก็ยังคงมีแสงสว่างจากดวงดาวอันไกลโพ้นส่องตัดผ่านลงมา “เรามักจะถูกดึงดูดด้วยดวงดาวและเปลวไฟเสมอเวลาเขียนเพลงค่ะ” Sasha กล่าว “แสงสว่างเป็นสิ่งสำคัญมากในเนื้อเพลงของเรา” แสงสว่างอันเจิดจ้านั้นเผยให้เห็นในเพลง “Pretty, Pink and Soft” เพลงอารมณ์ฉุนเฉียวสุดเหวี่ยงแบบน่ารัก ๆ ที่ไต่ระดับไปจนถึงจุดพีคอันเร่าร้อน ก่อนจะตัดสลับอารมณ์ลงมาเป็นจังหวะที่นุ่มนวลคล้ายระบำฮูลา ในเพลงส่วนใหญ่ของพวกเธอมักจะสวมบทบาทเป็นเหยื่อผู้ช้ำรัก แต่เพลง “Pretty, Pink and Soft” พลิกบทบาทนั้นโดยสิ้นเชิง “I don’t like second chances/ They’re so out of fashion” (ฉันไม่ชอบการให้โอกาสครั้งที่สองหรอก มันเชยไปแล้ว) พวกเธอร้องในท่อนฮุก “You can’t read my mind/ But I think I like to keep you guessing.” (เธออ่านใจฉันไม่ได้หรอก แต่ฉันคิดว่าฉันชอบปล่อยให้เธอเดาไปเรื่อยๆ มากกว่า) มันเป็นความโกรธปนขี้เล่น ซึ่งจะถูกสลัดทิ้งไปเมื่อเพลงจบลง

Fake Brave Life ปิดท้ายด้วยเพลงที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม พวกเธอเปิดเผยว่า “คุณต้องกล้าหาญมากที่จะปล่อยผลงานเพลงของคุณออกสู่โลกกว้าง คุณต้องกล้าและยอมรับว่าจะมีบางคนที่ไม่ชอบมัน และการแกล้งทำเป็นกล้าหาญ (faking that bravery) นานพอ ในที่สุดมันจะเปลี่ยนกลายเป็นความกล้าหาญที่แท้จริงเองค่ะ” 

“เราอยากให้ผู้ฟังของเรารู้สึกว่ามีคนมองเห็นพวกเขา ได้รับการยอมรับในความเปราะบางและความกล้าหาญของตัวเอง เราอยากให้พวกเขาอินและเข้าถึงเนื้อเพลงแล้วย่อยมันออกมา เราอยากให้พวกเขารู้สึกมีแรงผลักดันที่จะทำในสิ่งที่น่ากลัว แม้ว่าในตอนนั้นพวกเขาจะยังไม่มีความมั่นใจที่จะทำมันเลยก็ตาม”

การ “แกล้งกล้า” (fake brave) คือการที่คุณได้พบเจอความกล้าหาญของตัวเองโดยบังเอิญ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่วง The Army, The Navy ทำในห้องพักในหอพักของพวกเธอเมื่อหลายปีก่อน สำหรับพวกเธอแล้ว ทั้งหมดนี้คือการผจญภัยอันโลดโผนที่พวกเธอนำมาถ่ายทอดได้อย่างงดงามในอัลบั้ม Fake Brave Life

สตรีมอัลบั้ม Fake Brave Life” จาก The Army, The Navy ได้เลยที่ https://ffm.to/fakebravelife

The Army, The Navy - Pretty, Pink and Soft (Official Audio)
Previous

Zolita ส่งซิงเกิล HARDCORE ปลดล็อกความดาร์กในอัลบั้มใหม่ HELL’S BELLES

Bebe Rexha สลัดปลอกคอค่ายยักษ์! ประกาศกร้าวเป็นอิสระส่ง ‘DIRTY BLONDE’ ทวงคืนตัวตนที่แท้จริง

Next