Bebe Rexha สลัดปลอกคอค่ายยักษ์! ประกาศกร้าวเป็นอิสระส่ง ‘DIRTY BLONDE’ ทวงคืนตัวตนที่แท้จริง

| |

ป๊อปสตาร์สาวสุดซ่าอย่าง Bebe Rexha เลือกที่จะหันหลังให้กับค่ายยักษ์ พร้อมกับปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า DIRTY BLONDE ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังเป็นที่เรียบร้อย

การเดินทางครั้งใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพการงานของ Bebe Rexha หลังจากที่เธอตัดสินใจจับมือเป็นพันธมิตรกับ EMPIRE ค่ายเพลงและตัวแทนจัดจำหน่ายอิสระชื่อดัง เพื่อทวงคืนอำนาจในการสร้างสรรค์ผลงานกลับมาเป็นของตัวเองแบบ 100% ผลลัพธ์ที่ได้คืออัลบั้มความยาว 13 แทร็คที่ไร้ซึ่งการเซ็นเซอร์ ไร้การตีกรอบ และเต็มไปด้วยความสัตย์จริงในฐานะมนุษย์และคนดนตรีคนหนึ่ง ซึ่งเธอได้เปิดใจถึงผลงานชิ้นโบแดงนี้เอาไว้ว่า “DIRTY BLONDE กลายเป็นสิ่งที่มีความหมายและยิ่งใหญ่สำหรับฉันมากกว่าที่เคยคาดคิดเอาไว้มาก การทำอัลบั้มนี้ในฐานะศิลปินอิสระช่วยเตือนสติให้ฉันจำได้ว่า ทำไมฉันถึงตกหลุมรักดนตรีตั้งแต่แรกเริ่ม มันทำให้ฉันมีอิสระที่จะเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง กล้าที่จะเสี่ยง และสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นของฉันอย่างแท้จริง DIRTY BLONDE คือตัวตนของฉันในเวอร์ชันที่จริงแท้ที่สุด ซื่อสัตย์ ไม่ยอมจำนน และมีอิสระ”

หากเปิดฟังตั้งแต่เพลงแรกอย่าง Hysteria ซิงเกิลแทร็กเปิดสนามที่ปล่อยออกมาให้ชิมลางก่อนหน้านี้ จะพบว่าเธอไม่ได้พยายามปรับอารมณ์คนฟังให้ค่อยๆ ไต่ระดับ แต่เป็นการกระชากคนฟังเข้าสู่โลกของเธอทันทีด้วยดนตรีสไตล์ Techno บีทหนักหน่วงผสมผสานกับไลน์ร้องอันทรงพลังที่สะท้อนถึงความอัดอั้นและความสับสนทางอารมณ์ได้อย่างไร้ที่ติ ก่อนจะหักดิบอารมณ์เข้าสู่เพลง Tokyo ที่หยิบเอาฟลิ่งของดนตรี UK Garage มาใช้ ซึ่งเป็นแนวเพลงที่แฟนๆ ไม่ค่อยได้ยินจากเธอ บ่งบอกชัดเจนว่าเมื่อไม่มีข้อจำกัดของค่ายเพลง เธอก็พร้อมจะสนุกกับแนวเพลงที่หลากหลายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Bebe Rexha & Faithless - New Religion

ไฮไลต์สำคัญที่ตอกย้ำความสำเร็จของอัลบั้มนี้คือ New Religion ผลงานที่เธอเข้าไปคอลแลบบอเรชันกับวงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ระดับตำนานของอังกฤษอย่าง Faithless โดยหยิบเอาความคลาสสิกของเพลง Insomnia ในปี 1995 มาปัดฝุ่นและตีความใหม่ให้กลายเป็นเพลงคลับแดนซ์ร่วมสมัย จนกวาดยอดสตรีมบน Spotify ไปแล้วเกือบ 20 ล้านครั้ง โดย Bebe Rexha ได้เล่าถึงเบื้องหลังของเพลงนี้ว่า “New Religion คือความรอดของฉันบนฟลอร์เต้นรำ มันคือเรื่องของการปลดปล่อยและยอมจำนนให้กับเสียงเพลงอย่างสิ้นเชิง ฉันเคยอยู่ในช่วงเวลาที่มืดมนตอนที่เขียนเพลงนี้ขึ้นมา และฉันก็ตระหนักได้ว่าดนตรีคือสิ่งเดียวที่ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลย เมื่อเสียงเบสกระแทกเข้ามา คุณจะรู้สึกถึงมันได้ในร่างกาย และทันใดนั้นคุณจะรู้สึกเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ฉันหวังว่าเมื่อคนได้ยินเพลงนี้ พวกเขาจะอยากลุกขึ้นมาเต้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด ฉันหวังว่ามันจะทำให้พวกเขารู้สึกมีชีวิตชีวา”

ความกล้าหาญของ Bebe Rexha ในแง่ของการทำเพลงไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ในช่วงกลางของอัลบั้มเราจะได้ยินความดิบและสดใหม่ในเพลง S.H.I.T. ที่สะบัดบ๊อบใส่กรอบเดิมๆ รวมถึงเพลง Çike Çike ที่เติมแต่งความเป็น Funky House ได้อย่างสะใจ ในขณะเดียวกัน เธอก็ยอมเปิดเปลือยบาดแผลและความเปราะบางในใจผ่านมาลาดป๊อปน้ำดีอย่าง I Like You Better Than Me เพลงที่ว่าด้วยการยอมสูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อใครสักคน และต่อเนื่องความรู้สึกหม่นด้วย Nobody’s There ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังทางอารมณ์ที่ร้อยเรียงให้อัลบั้มนี้มีมิติมากกว่าแค่แผ่นเพลงแดนซ์ทั่วไป

DIRTY BLONDE ปิดฉากลงอย่างสวยงามและทรงพลังด้วย Sad Girls ผลงานที่ได้โปรดิวเซอร์แถวหน้าระดับโลกอย่าง David Guetta มาร่วมสร้างสรรค์ ถ่ายทอดดนตรีสไตล์ Progressive House ที่ดีไซน์มาเพื่อเปลี่ยนคราบน้ำตาให้กลายเป็นพลังบนฟลอร์เต้นรำ การเลือกปิดอัลบั้มด้วยเพลงนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจของ Bebe Rexha ที่ต้องการสรุปใจความสำคัญของอัลบั้มว่า ต่อให้ชีวิตจะเจ็บปวดแค่ไหน สุดท้ายเราก็แค่เลือกที่จะลุกขึ้นมาเต้นรำและก้าวต่อไป

สตรีมเลยที่ https://bebe.ffm.to/dirtyblonde

Bebe Rexha - Drink And A Little Love (Official Visual)

อัลบั้ม ‘DIRTY BLONDE’ จาก Bebe Rexha

1. Hysteria
2. Tokyo
3. New Religion (met Faithless)
4. S.H.I.T.
5. Çike Çike 
6. I Like You Better Than Me
7. Drink and a Little Love
8. One Day
9. Time
10. The Way I Want You
11, Nobody’s There
12. Night Falls
13. Sad Girls (met David Guetta)

Previous

The Army, The Navy ส่งอัลบั้มเดบิวต์ Fake Brave Life ยกระดับกลายมาเป็นงานสตูดิโอโปรดักชั่นแบบเต็มรูปแบบ

Julia Jacklin กลับมาพร้อม The Gem และซิงเกิลใหม่ “Get Away From Me (I Think I’ll Love You Soon)”

Next