ออกผจญภัยสู่ความเวิ้งว้างสุดป่วนเคล้าเสียงหัวเราะและคราบน้ำตาไปกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นสัญชาติออสเตรเลีย Lesbian Space Princess (2025) ร่วมกำกับและเขียนบทโดย Emma Hough Hobbs (she/they) และ Leela Varghese (she/her) ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นสมาชิกในชุมชนเพศหลากหลายที่ต้องการสร้างผลงานเควียร์โดยเควียร์และเพื่อเควียร์
ในครั้งนี้ The Noize Magazine ได้ร่วมพิธีเปิดเทศกาลภาพยนต์ Bangkok LGBTIQ+ Film Festival ครั้งที่ 2 โดย Baturu องค์กรวัฒนธรรมเพื่อสตรีและ LGBTIQ+ ระดับโลกร่วมกับสถานทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ซึ่งได้มีโอกาสรับชม Lesbian Space Princess บนจอใหญ่แบบจุใจ พร้อมทั้งพูดคุยกับหนึ่งในผู้กำกับ Leela Varghese ที่บินลัดฟ้ามาร่วมงานเปิดตัวเทศกาลภาพยนตร์ดังกล่าวที่จัดขึ้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2026
Lesbian Space Princess ชวนคุณออกค้นหาว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเจ้าหญิง Saira แห่ง Clitopolis สุดอินโทรเวิร์ต ซึ่งเติบโตมาแบบไข่ในหินออกบุกตะลุยจักรวาลอันกว้างใหญ่และทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่มากหน้าหลายตาที่มาทั้งความหวังดี รวมทั้งจุดประสงค์ร้ายที่คาดไม่ถึง เจ้าหญิง Saira ต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามที่ขวางหน้าเพื่อหาทางช่วยอดีตแฟนของเธอที่กำลังตกอยู่ในอันตรายจากเงื้อมมือของมนุษย์ชายแท้หรือ Straight White Maliens
Lesbian Space Princess นับเป็นพื้นที่ให้กับเควียร์และผู้คนชายขอบที่ไม่ใช่ผิวขาว (People of Colour; POC) ได้มีโอกาสโลดแล่นผ่านภาพตัวแทนหลากหลายรูปแบบทั้งบนจอและนอกจอ ไม่ว่าจะเป็นบทเจ้าหญิง Saira ให้เสียงพากย์โดย Shabana Azeez (she/her) นักแสดงจากซีรีส์การแพทย์ The Pitt ที่มีเชื้อสาย Indo-Fiji หรือกลุ่มประชากรในประเทศหมู่เกาะแถบแปซิฟิกใต้ที่มีเชื้อสายมาจากเอเชียใต้
สมทบด้วยตัวละครหลักอีกตัวอย่าง Kiki นักล่าค่าหัวฉายาจอมทำลายล้างให้เสียงพากย์โดย Bernie Van Tiel (she/they) นักแสดงและแรปเปอร์เควียร์เชื้อสายฟิลิปปินส์-ออสเตรเลีย รวมถึง Willow ให้เสียงพากย์โดย Gemma Chua-Tran (she/they) นักแสดงเควียร์เชื้อสายเวียดนามที่ฝากผลงานไว้กับตัวละครแซฟฟิคจากซีรีส์ Heartbreak High และอีกมากมาย
Leela Varghese ผู้ทำให้เควียร์ได้ท่องอวกาศ
ผู้กำกับ Leela เล่าถึงการทำงานของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าไอเดียแรกเริ่มเดิมทีของโปรเจ็คนี้ตั้งใจจะให้มีกลิ่นอายคล้ายคลึงกับอนิเมะผจญภัยอวกาศของญี่ปุ่นอย่าง Cowboy Bebop เวอร์ชั่นเควียร์
“แต่ที่จริงพวกเราเป็นแค่พวกขี้แพ้ ดังนั้นแล้วมาสร้างตัวละครที่ดูเหมือนตัวเอง เชื่อมโยงถึงกันได้และเข้าใจง่าย แทนที่จะเอาแรงบันดาลใจมาจากงานที่สร้างโดยมุมมองของผู้ชาย แบบนี้น่าจะดีกว่า” Leela กล่าวติดตลก
เจ้าหญิงไซร่าที่เป็นตัวหลักในเรื่องดูจะมีความคล้ายคลึงกับตัวของผู้กำกับในแง่ของการเลือกคู่เดทที่มาพร้อมกับธงแดงในความสัมพันธ์ แต่ในบางมิติตัวละครนี้กลับตัดสินใจได้ดีกว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอซะอีก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการรักตัวเอง (Self Love) อีกสิ่งสำคัญที่ภาพยนตร์เรื่องนี้อยากสื่อสารกับคนดู
ในส่วนของงานภาพ พาร์ทเนอร์ของเธออย่าง Emma Hough Hobbs ที่ทำหน้าที่เป็น Animator หลักร่วมกับทีมงานได้ช่วยกันออกแบบตัวละครและปรับให้ทิศทางของเรื่องมีความสดใส สอดแทรกมุกตลกเสียดสีตามแบบฉบับของชาวออสซี่ที่ในบางครั้งอาจจะไม่เหมาะกับผู้เยาว์ พวกเขาร่วมกันรังสรรค์โลกแบบ Queernormative ออกมาเป็นผลงานในแบบที่ผู้ชมได้เห็นกันใน Lesbian Space Princess
ด้านการทำพลงประกอบที่ชวนติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง Leela เริ่มเขียนเพลงจากกีตาร์คู่ใจของตัวเอง พร้อมทำงานร่วมกับนักแต่งเพลงเพิ่มเติม รวมถึงนักแสดงในเรื่องที่ลงแรงร่วมกัน โดยเฉพาะ Gemma ผู้รับบท Willow ตัวละครที่เป็นนักร้องเบอร์ใหญ่ของเกย์แล็คซี่ ทำให้โลกของ Lesbian Space Princess ทวีความมหัศจรรย์ยิ่งขึ้น
“ฉันอยากจะสร้างผลงานที่บอกเล่าเรื่องราวความสุขของเควียร์ (Queer Joy) ที่เต็มไปด้วยความสนุกโดยที่ไม่ต้องมุ่งเน้นไปที่แค่เรื่องของการเปิดเผยตัวตน (Coming Out) ของคนเพศหลากหลายแต่เพียงอย่างเดียว”
ในฐานะคนทำหนังที่มีอัตลักษณ์เควียร์ เพศกำเนิดหญิงและไม่ได้มีผิวขาว Leela สัญชาติเลบานอน-อินเดียในวัย 34 ปีกล่าวกับ The Noize Magazine ว่าตลอดช่วงเวลาที่ศึกษาและจบการศึกษาจากสาขาวิชาภาพยนตร์ที่ออสเตรเลีย ตัวเองไม่เคยได้มีโอกาสร่วมทำหนังกับ POC เหมือนกันกับตนเลยสักครั้ง กระทั่งโปรเจ็คหนังสั้นตอนเธอมีอายุ 27 ปี ไม่ต้องพูดถึงการที่ได้รู้จักกับผู้กำกับมืออาชีพในบ้านเกิดที่มีรูปร่างหน้าตาหรือสีผิวที่เหมือนกับตัวเอง
Leela เล่าถึงช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่เธอยังไม่มั่นใจจะนำเสนอเรื่องราวของความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งกว่าจะตกผลึกกับตัวเองได้ว่าต้องการจะสร้างผลงานแบบไหนผ่านภาพตัวแทนแบบใดบ้างบนจอก็เป็นความท้าทายอย่างมาก
“เวลาที่พูดถึงความแตกต่างหลากหลาย ฉันอยากนำเสนอมุมมองที่น่าสนใจของสังคมที่เราอยู่ มันเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้เรียนรู้ผู้คนที่เราอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้คลุกคลีในชีวิตประจำวัน”
“แน่นอนว่าเราต้องการภาพตัวแทนเควียร์ที่ไมใช่แค่เควียร์ผิวขาวในสื่อให้มากขึ้น เพราะการที่ผู้คนได้เห็นตัวเอง นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เราเป็น ได้รับรู้ถึงตำแหน่งแห่งที่ของตัวเองบนโลกใบนี้แล้ว ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจชั้นดีกับสายผลิตให้รังสรรค์ผลงานและบอกเล่าเรื่องราวอันแตกต่างหลากหลายออกมายิ่งขึ้น”
Leela Varghese หวังว่าต่อจากนี้คนทำหนังรุ่นใหม่จะมีโอกาสได้มีบุคคลในวงการที่เป็นแบบอย่างในการผลิตผลงานออกมามากขึ้นในแบบที่เธอในตอนนั้นอยากให้มี