EGOISM ถ่ายทอดความอารมณ์ชั่ววูบผ่านซิงเกิลใหม่ It Takes Two

| |

EGOISM วงดนตรีสามชิ้นมากฝีมือแห่งเมืองซิดนีย์ ที่ประกอบไปด้วย Scout Eastment (she/her), Olive Rush (they/them) และ Adam Holmes (he/him) กลับมาอีกครั้งพร้อมผลงานเพลงคุณภาพที่ผสมผสานกลิ่นอายดนตรีอินดี้ป็อปยุค 2000s เข้ากับซาวด์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ในเพลงที่ชื่อว่า It Takes Two ผลงานที่กำลังสร้างแรงสะเทือนครั้งใหม่บนชาร์ตเพลงระดับสากลและเพลย์ลิสต์ยอดนิยมทั่วโลก

เปิดฉากด้วยเสียงกีตาร์แบบเลื่อนโน้ตที่ฟังดูผ่อนคลายและปล่อยใจ ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มดีกรีความเข้มข้นจนกลายเป็นความรู้สึกเร่งด่วน ดนตรีของ It Takes Two นำพาผู้ฟังเข้าสู่ห้วงอารมณ์ของการตัดสินใจชั่ววูบ ช่วงเวลาที่คนสองคนตกลงใจที่จะก้าวเข้าหากันโดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะจบลงอย่างไร เบื้องหลังเสียงกีตาร์ที่สดใสคือเรื่องราวของแรงดึงดูดที่ไม่สามารถต้านทานได้

Scout Eastment ได้อธิบายถึงแนวคิดและเบื้องหลังของการแต่งเนื้อร้องในผลงานชิ้นนี้ไว้ว่า “เมื่อก่อนฉันมักจะเขียนเนื้อเพลงในรูปแบบเรื่องราวที่ชัดเจนตรงไปตรงมา แต่สำหรับเพลงนี้มันมีความเป็นนามธรรมมากขึ้น ฉันพยายามจะดักจับช่วงเวลาของอารมณ์ชั่ววูบที่คนสองคนตัดสินใจมีความสัมพันธ์กัน ทั้งๆ ที่ต่างฝ่ายต่างรู้ประวัติและเรื่องราวในอดีตของกันและกันเป็นอย่างดี ดนตรีและเนื้อหาของเพลงนี้พูดถึงความตื่นเต้นของการกล้าที่จะเสี่ยงและการยอมจำนนต่อความปรารถนา”

แรงกดดันระหว่างการยับยั้งชั่งใจและความต้องการอันแรงกล้า กลายเป็นขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ It Takes Two มีมิติ เพลงค่อยๆ ไต่ระดับไปสู่ท่อนฮุกที่สะท้อนถึงความตื่นเต้นและจุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการปล่อยใจให้เป็นไปตามอารมณ์ ซึ่งการถ่ายทอดอารมณ์ที่สมจริงนี้ทำให้เพลงกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

EGOISM - It Takes Two (Official Video)

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากทัวร์คอนเสิร์ต Just a Local Band Tour ที่ขายบัตรหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง EGOISM ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำ โดย It Takes Two สามารถคว้าอันดับ 1 ในเพลย์ลิสต์ Local Noise บน Spotify พร้อมทั้งขึ้นเป็นภาพปกประจำเพลย์ลิสต์ นอกจากนี้ยังติดชาร์ต New Music Friday AU & NZ และ All New Rock อีกด้วย ฝั่ง Apple Music ก็ไม่น้อยหน้า เพลงนี้เดินหน้าเจาะชาร์ต Good Times ในอันดับที่ 11 รวมถึงชาร์ต New In Alternative และ New Music Daily ในอีกหลายประเทศ เช่นเดียวกับ Amazon Music, Qobuz และ Audiomack ที่พร้อมใจกันใส่เพลงนี้ลงในเพลย์ลิสต์แนะนำ

อ่านบทสัมภาษณ์ Egoism จาก The Noize Magazine ได้ที่นี่

ด้านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เพลงนี้เปิดตัวครั้งแรกในรายการ Home & Hosed ทางสถานีวิทยุระดับประเทศ triple j และได้รับคัดเลือกให้เปิดบนหน้าจอทีวีช่อง ABC TV และ ABC Entertains ตลอดช่วงปลายเดือนเซปเทมเบอร์ที่ผ่านมา

ความน่าสนใจอีกประการคือการเติบโตของวงในตลาดเอเชีย ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ EGOISM ในภูมิภาคนี้ และเป็นอันดับสองของโลกทั้งบน Apple Music และ YouTube โดยมิวสิควิดีโอเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นสามารถสร้างยอดชมได้สูงถึงประมาณ 70,000 ครั้ง ขณะที่เกาหลีใต้ก็มีฐานผู้ฟังบน YouTube ที่เหนียวแน่น สำหรับประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไต้หวัน ต่างถูกปักหมุดให้เป็นตลาดสำคัญที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดบน Spotify โดยเฉพาะแฟนเพลงชาวไทยที่เริ่มติดตามวงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านทาง YouTube และกระแสความนิยมที่ส่งต่อมาจากงานโชว์เคสที่สิงคโปร์

แม้ว่าก้าวแรก EGOISM จะนิยามตัวเองว่าเป็นเพียง “วงดนตรีท้องถิ่นจากซิดนีย์” แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงกลับขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง อัลบั้มเดบิวต์ ‘And Go Nowhere‘ ที่วางจำหน่ายไปเมื่อปี 2025 เคยทะยานขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต AIR และเปิดตัวสูงถึงอันดับ 9 บนชาร์ต ARIA มาแล้ว พวกเขายังเคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น half alive, Teenage Dads, The Rions, Middle Kids, Last Dinosaurs, Hatchie, UPSAHL และ Eliza & The Delusionals

การเปิดตัวซิงเกิล It Takes Two จึงไม่ใช่แค่การปล่อยเพลงใหม่ทั่วไป แต่เป็นการยืนยันถึงก้าวต่อไปที่มั่นคงของ EGOISM ในการเดินหน้าขยายฐานแฟนเพลงทั่วโลก ก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางแสดงทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่รอบใหม่บนฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และเตรียมความพร้อมสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตในระดับภูมิภาคเอเชียที่กำลังจะมาถึงในอนาคต

ฟัง It Takes Two ได้เลยที่นี่ https://egoism.ffm.to/ittakestwo

อ่านบทสัมภาษณ์ Egoism จาก The Noize Magazine ได้ที่นี่

Previous

MX LONELY เผยด้านที่เปราะบางที่สุดผ่าน PERFECT HOUSE EP ใหม่ที่เปลี่ยนความแตกสลายให้กลายเป็นศิลปะดนตรีร็อก