Baby Queen ปล่อย Permanently Obsessed เพราะความคลั่งรักมันคือหน้ากากที่สวมทับการกลัวความผิดหวังเอาไว้ใต้นั้น

| |

ศิลปินสาวสายอินดี้ป๊อปจากลอนดอนอย่าง Baby Queen กำลังจะทำให้คุณต้องหันกลับมามองความสัมพันธ์ของตัวเองใหม่อีกครั้ง หลังจากที่เธอเพิ่งส่งซิงเกิลล่าสุด “Permanently Obsessed” เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ผลงานที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด การตั้งคำถาม และการยอมรับความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับกลไกการป้องกันตัวเองของมนุษย์ ผ่านท่วงทำนองป๊อปที่ฟังสนุก

เพลงนี้ที่จะอยู่ใน “I Hope You Don’t Remember Me” อัลบั้มเต็มชุดที่สองของเธอที่มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 ภายใต้สังกัด Insanity Records โดยปล่อยตามหลังเพลงฮิตก่อนหน้านี้อย่าง “Word Vomit”, “Feel Something” และซิงเกิลชื่อเดียวกับอัลบั้ม ซึ่งในพาร์ทของการทำงานนั้น Baby Queen ยังคงจับมือกับโปรดิวเซอร์คู่ใจอย่าง Alex Casnoff ในการเขียนและโปรดิวซ์ร่วมกัน โดยบินไปบันทึกเสียงกันถึง Los Angeles สหรัฐอเมริกา และยังได้ Alex Casnoff มาช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยเสียงเปียโนและซินธิไซเซอร์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศเฉพาะตัวให้กับเพลงนี้

Baby Queen - Permanently Obsessed (Official Visualiser)

เบื้องหลังเนื้อหาที่ดูเหมือนเป็นการคลั่งรัก แท้จริงแล้วมันคือการเปิดโปงบาดแผลในใจของตัวศิลปินเองอย่างหมดเปลือก โดยเบลล่าได้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า “ในขณะที่ฉันกำลังเขียนเพลงนี้ ฉันเริ่มตระหนักถึงความอับอายภายในใจของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ มันคือความเชื่อพื้นฐานที่ว่าฉันเป็นคนที่ไม่น่ารักและไม่คู่ควรกับความรัก สำหรับฉันแล้ว คำว่ารักเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก และมันมักจะผูกติดอยู่กับความกลัวอย่างลึกซึ้ง เมื่อมองย้อนกลับไป และเพราะฉันเขียนถึงมันไว้เยอะมาก บวกกับการที่แทบจะคลานเข้าไปรับการบำบัดหลังจากอัดเสียงเสร็จ ทำให้ฉันเข้าใจมันมากขึ้น ฉันมักจะมองหาความสัมพันธ์ที่จะช่วยตอกย้ำความเชื่อเดิมๆ ของตัวเองเสมอ ฉันต้องการใครสักคนที่เขาไม่ได้ต้องการฉัน หรือคนที่ฉันไม่สามารถครอบครองได้ หรือใครสักคนที่ฉันต้องพยายามอย่างหนักหรือต้องยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ได้ความรักจากเขามา ความจริงก็คือ ฉันมีช่วงเวลาที่ยากลำบากมากในการเชื่อมโยงกับผู้คน เพราะฉันไม่มีการขีดเส้นขอบเขตที่ดีพอ และฉันกำลังพยายามอย่างสิ้นหวังที่จะปกป้องตัวเอง”

เบลล่าจึงหยิบความคลั่งรักมาเขียนผ่านมุมมองของเธอที่มันไม่ใช่เรื่องของความโรแมนติก แต่เป็นหน้ากากที่สวมทับการกลัวความผิดหวังเอาไว้ใต้นั้น เธอเล่าต่อว่า “การคลั่งรักใครสักคนจริงๆ แล้วมันก็เป็นแค่อีกรูปแบบหนึ่งของการปกป้องตัวเอง การยกใครสักคนขึ้นไปไว้บนหิ้งทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะไม่มีวันรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา เพราะคุณไม่ได้ให้โอกาสเขาได้เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง และในขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะไม่มีวันรู้จักคุณเช่นกันเพราะคุณมักจะตั้งการ์ดเอาไว้เสมอ ดังนั้นมันจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการรัก ถ้าฉันเลือกคนที่เอื้อมถึงยากที่สุด โอกาสที่พวกเขาจะเข้ามาใกล้จนรู้จักฉันหรือปฏิเสธตัวตนที่แท้จริงของฉันก็น้อยลงตามไปด้วย การเขียนเพลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า ทั้งหมดนี้มันไม่เคยเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ”

ความจริงที่น่าตลกแต่ร้องไห้ตามได้ก็คือ คนที่เราคิดว่าเรากำลังรักนักหนา อาจเป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนของสิ่งที่เราขาดหายไปในใจเท่านั้น ซึ่งเธอยังบอกไว้อีกว่า “อีกฝ่ายไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงหรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในแบบที่ฉันจับพวกเขาไปใส่ในจินตนาการที่หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง พวกเขาเป็นเพียงภาพลวงตาในความคิดของฉัน เป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉันสร้างขึ้นมา เป็นด้านดีๆ ของฉัน และเป็นคำตอบของคำถามมากมายที่ไม่มีคำตอบ พวกเขาเป็นรูปทรงที่เข้ามาเติมเต็มรูโหว่ขนาดใหญ่ในใจฉัน คนพวกนั้นน่าสงสารนะที่เป็นแค่ตัวประกอบในละครเวทีที่มีอยู่แค่ในหัวของฉันเท่านั้น เพลงนี้มันตบหน้าเราฉาดใหญ่เลยล่ะ มันสนุก มันเสียดสีตัวเอง และมันดูไร้สาระ แต่มันเป็นความจริงที่เจ็บปวดมาก และนี่คือสิ่งที่เพลงเหล่านี้เป็น มันคือบทที่แตกต่างกันของเรื่องราวที่แสนจะคุ้นเคยว่า เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้แหละ! นี่คือสิ่งที่ฉันทำ! ฉันมันพวกเสพติดความรักตลอดกาล และถ้าไม่ใช่กับคุณ ก็คงเป็นใครสักคนอยู่ดี”

สตรีม ‘Permanently Obsessed’ จาก Baby Queen ได้เลยที่ https://BQueen.lnk.to/permoID

Previous

Leviticus | ค่ายบำบัดแก้เพศสภาพหรือแดนชำระบาป? หนังสยองขวัญที่ใช้ปีศาจสะท้อนความโหดร้ายของค่ายบำบัดเกย์

ความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้มาหลายปี LP กลับมาทวงบัลลังก์เพลงอกหักในซิงเกิล Love Is All I Have พร้อมเปิดตัวอัลบั้มใหม่ Room 12

Next