“Sawasdee krub!” คำทักทายอย่างเป็นกันเองจาก “hongjoin” ศิลปิน-โปรดิวเซอร์หนุ่มสัญชาติสิงคโปร์จากนิวยอร์ก ที่พร้อมจะมาเปิดประตูต้อนรับแฟนเพลงชาวไทยเข้าสู่โลก Coming-of-age ของเขาอย่างเป็นทางการ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ทำเพลงเองบนแล็ปท็อปในห้องนอนมานานกว่า 6 ปี ล่าสุดปล่อยเดบิวต์อัลบั้มเต็มในชื่อ ‘CLOCKWORK’ ที่เปรียบเสมือนไดอารี่บันทึกช่วงเวลาการเติบโต ความรัก และความสัมพันธ์ ผ่านเรื่องเล่า 12 บทเพลงที่หมุนเวียนไปตามเข็มนาฬิกา 12 ชั่วโมง
The Noize Magazine ชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับตัวตนผ่านบทสัมภาษณ์ hongjoin ฉบับนี้ ทั้งวิธีคิดเบื้องหลังงานดนตรีที่ผสมผสานความอบอุ่นแบบเอเชียนป็อปเข้ากับความอิสระของอเมริกันอินดี้ และมุมมองของชายหนุ่มที่เชื่อมั่นว่า “ความจริงใจของมนุษย์” คือสิ่งเดียวที่เทคโนโลยีไม่มีวันพรากไปจากศิลปะได้
The Noize Magazine: ช่วยแนะนำตัวเองและเส้นทางสายดนตรีของตัวเองเล็กน้อย สำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่เพิ่งเคยรู้จักกับ hongjoin
hongjoin: สวัสดีครับ ผมชื่อ hongjoin ศิลปินและโปรดิวเซอร์อิสระมาจากสิงคโปร์ครับ ตอนนี้อยู่ที่บรูคลิน นิวยอร์ก ผมทำเพลงมาได้ 6 ปีแล้วครับ แบบเรียนรู้ด้วยตัวเองจากศูนย์เลย ผมมองว่าดนตรีของผมก็เป็นเหมือนกับไดอารี่นะ แล้วมันก็ค่อยเป็นค่อยไป เพราะว่าผมอยากที่จะแชร์เรื่องราวให้กับโลกได้รับรู้ ผมเคยปล่อยโปรเจ็กต์มาก่อนหน้านี้ทั้ง Petrichor, F(OOL), KOMOREBI แล้วตอนนี้ผมก็ได้ปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ตัวเต็มที่มีชื่อว่า CLOCKWORK ครับผม เพลงส่วนใหญ่ของผมมักจะหยิบสิ่งรอบตัวมาเขียนเกี่ยวกับการเติบโต ความรัก แล้วก็ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งที่มันอาจจะไม่ได้มีตัวอักษรอธิบายได้ ผมตื่นเต้นมากที่จะได้ให้ชาวไทยได้ฟังเพลงของผมแล้วครับ
The Noize Magazine: คุณมีศิลปินคนไหนที่เป็นแรงบันดาลใจด้านดนตรีให้กับตัวเองตั้งแต่แรกเริ่มเส้นทางสายดนตรีนี้? แล้วช่วงนี้มีศิลปินคนไหนที่คุณชื่นชอบอยู่บ้าง?
hongjoin: ผมจำได้ว่าผมดูวิดีโอของ Jeremy Zucker ที่เล่าเรื่องราวการโปรดิวซ์เพลง Lakedown ของเขา แล้วมันก็เป็นวิดีโอที่ทำให้ผมคิดว่า จริงๆ เราไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์แพงๆ ในการทำเพลงดีๆ นี่นา จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังใช้ไมโครโฟนตัวเดิมที่ผมเริ่มใช้ตั้งแต่ครั้งแรก (AKG C214) แล้วผมก็ใช้กับทุกๆ เพลงเลย ผมคิดว่าสิ่งที่มันดีสำหรับการโปรดิวซ์เพลงในโลกปัจจุบันนี้ก็คือการที่มันสามารถเข้าถึงได้นั่นแหละ ส่วนศิลปิน แน่นอนว่าต้องเป็น Jeremy Zucker, Dayglow, Charlie Burg
The Noize Magazine: สำหรับอัลบั้มเดบิวต์อย่าง ‘CLOCKWORK’ คุณได้ชื่ออัลบั้มมาจากไหน อยากให้ช่วยเล่าเบื้องหลังในการทำเพลงทั้ง 12 เพลง เพื่อเป็นตัวแทน 12 ชั่วโมงบนหน้าปัดนาฬิกาให้ฟังหน่อย
hongjoin: CLOCKWORK มาจากความรู้สึกที่ว่าความรักและการเติบโตส่วนใหญ่ดำเนินไปโดยมีนาฬิกาที่มองไม่เห็นเป็นกลไกภายใน มันเกิดขึ้นเป็นประจำเลยในช่วงเวลาที่เราตกหลุมรัก แล้วทุกๆ อย่างก็รวดเร็วขึ้น แล้วก็ช้าลง ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่กับใคร แล้วกลไกในหัวใจมันก็ดูจะวนซ้ำๆ เป็นแพทเทิร์นเดิมๆ แม้กระทั่งช่วงเวลาที่เรารู้ดีอยู่แล้ว สำหรับทั้ง 12 เพลงแทน 12 ชั่วโมง มันให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาตินะเวลาผมเห็นมัน คุณเริ่มที่จุดใดจุดหนึ่ง ก่อนที่จะมีความสุข ความสูญเสีย ความสับสน การยอมรับ จนกระทั่งคุณเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้น แต่ว่ามันก็เปลี่ยนไปแล้ว เหมือนกับนาฬิกา ที่เดินอยู่ตลอดเวลา
The Noize Magazine: อยากให้ช่วยเล่าขั้นตอนการทำอัลบั้มนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม พอมันเป็นการโปรดิวซ์ด้วยตัวเองแล้ว การทำงานของอัลบั้มนี้แตกต่างจากงานก่อนหน้าอย่าง KOMOREBI ยังไงบ้าง
hongjoin: KOMOREBI มันค่อนข้างที่จะเป็นส่วนตัวแล้วก็มีความเป็นโปรเจ็กต์ที่โดดเดี่ยวสำหรับผม ผมนั่งอยู่คนเดียวกับความรู้สึกของตัวเองและเครื่องดนตรีของผม แต่สำหรับ CLOCKWORK ผมทำเพลงแบบตั้งใจแล้วว่าจะเปิดกว้างมากกว่าเดิม ผมอยากที่จะทำงานร่วมกับคนอื่น ไม่ใช่แค่เข้ามามีส่วนร่วมเท่านั้น เพื่อนสนิทของผมที่มหาวิทยาลัยบางคนก็เข้ามาช่วยทำในอัลบั้มนี้ และเพราะว่าพวกเขาเป็นคนที่ผมรักมากๆ การทำงานในอัลบั้มนี้มันก็เหมือนกับการใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าการทำงาน ผมคิดว่าความอบอุ่นมันปรากฎออกมาผ่านทางตัวดนตรี มันเป็นการโปรดิวซ์ด้วยตัวเองทั้งหมดในแง่ของทิศทางความคิดสร้างสรรค์ของอัลบั้ม แต่การที่ได้ไว้ใจคนอื่นๆ ในห้องอัดเสียง มันทำให้ผมกล้ามากขึ้นนะ กล้าเสี่ยงมากขึ้น กล้าลองทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะทำถ้าเกิดอยู่คนเดียว
The Noize Magazine: จากที่คุณบอกมา อยากให้ช่วยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้ให้หน่อยได้ไหม ว่าคุณถ่ายทอดความรู้สึกของการที่เวลามันพร่ามัว ในจุดที่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต มาบรรจบกันผ่านความรัก มันส่งผลต่อการเรียงเรียงดนตรีหรือการเรียงลำดับเพลงในอัลบั้มนี้ยังไงบ้าง
hongjoin: ผมคิดว่ามันเกิดขึ้นผ่านสัญชาตญาณมากกว่าความตั้งใจครับ เมื่อคุณรู้สึกตกหลุมรักอย่างจัง หรือว่าอกหักขั้นสุด สมองของผมจะไม่รับรู้เวลาแบบเป็นเส้นตรงนะ มันมีบางอย่างที่ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน หรือบางเพลงที่ทำให้คุณรู้สึกถึงบางสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ผมอยากให้อัลบั้มนี้เคลื่อนไหวไปในทิศทางนั้น ลำดับเพลงที่เรียงเอาไว้ผมตั้งใจมากๆ เลยนะ มันมีการเชื่อมโยงเสียงระหว่างเพลง มีรายละเอียดเล็กๆ ที่ปรากฎขึ้นมา มันสนุกที่ได้เห็นแฟนๆ สังเกตรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ ผมก็หวังนะครับว่าการค้นพบสิ่งเล็กๆ เหล่านี้จะทำให้พวกเขารักอัลบั้มนี้มากยิ่งขึ้นด้วย นั่นก็คือสิ่งที่ทำให้อัลบั้มแตกต่างจากการปล่อยซิงเกิลแหละ ในความคิดของผมนะ มันให้โอกาสผมได้แสดงออกในรูปแบบของเสียงที่หลากหลายมากขึ้น แล้วก็สร้างโลกขึ้นมาโดยที่มีเสียงดนตรีโอบรับอยู่
The Noize Magazine: ซิงเกิลหลักอย่าง ‘Universe’ ได้แรงบันดาลใจจากนิทานคลาสิกเรื่อง ‘เจ้าชายน้อย’ ที่คุณรับบทเป็นเจ้าชายที่ตกหลุมรักดอกกุหลาบ อะไรที่ทำให้คุณเลือกเรื่องนี้เป็นประตูบานใหญ่ของอัลบั้มนี้
hongjoin: เจ้าชายน้อยเป็นหนึ่งในนิทานที่ผมชอบที่สุดในวัยเด็กนะ มันมีบางอย่างในเรื่องนั้นที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดใจของการที่รักอะไรบางอย่างมากจนเกือบจะทำลายคุณ แต่ก็ยังเลือกที่จะรักมันต่อไป แล้วก็เจ้าชายกับดอกกุหลาบเป็นภาพสะท้อนความรักครั้งแรกที่ซื่อสัตย์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา เพลง Universe มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมนะ เพราะว่ามันวางฐานความรู้สึกของอัลบั้มนี้ทั้งหมด การพบรัก การสูญเสียมัน และค่อยๆ หาทางกลับไปหามันอีกครั้ง นั่นคือแก่นของ CLOCKWORK เจ้าชายน้อยเพียงแค่ให้ภาษาที่สวยงามที่สุดในการอธิบายถึงสิ่งนี้
The Noize Magazine: เพลงไหนในอัลบั้มนี้ที่คุณชื่นชอบที่สุด หรืออาจจะเป็นเพลงที่คุณรู้สึกว่ามีความซื่อสัตย์ที่สุด
hongjoin: มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผมนะ แต่ตอนนี้คงเป็นเพลง ‘Surprise’ เพลงปิดท้ายอัลบั้ม ผมเขียนเพลงนี้ขึ้นมาในคืนก่อนวันคริสต์มาสที่สิงคโปร์ ใช้แค่คีย์บอร์ดกับไมโครโฟนราคาถูกๆ นี่แหละ การได้กลับบ้านไปอยู่ท่ามกลางสิ่งต่างๆ ในวัยเด็ก บรรยากาศแบบนั้นทำให้ผมได้ทบทวนทุกยอ่าง แล้วก็ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปว่าทำไมผมถึงเริ่มทำเพลงตั้งแต่แรก เพลงนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็ชวนให้นึกถึงเพลงเก่าๆ ด้วยครับ
The Noize Magazine: การเดินทางของคุณมีอิทธิพลกับงานเพลงและช่วยหล่อหลอมโลกแห่งการเติบโตที่ไม่เหมือนใครผ่าน ‘CLOCKWORK’ ยังไงได้บ้าง
hongjoin: การเติบโตมาในสิงคโปรและตอนนี้ก็มาอาศัยอยู่ที่บรู๊คลิน ทำให้ผมมีมุมมองสองด้านนะ ผมคิดว่ามันปรากฏอยู่ในงานเพลงของผมโดยที่ผมไม่ได้พยายามจะใส่มันเข้าไปอยู่ตลอด ผมได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันมากมาย เพราะงั้น แทนที่ผมจะรู้สึกขัดแย้ง ผมกลับเลือกที่จะเรียนรู้แล้วมองว่ามันเป็นเหมือนความอุดมสมบูร์ งานเพลงของผมก็เลยเป็นการรวมตัวของทุกสิ่งที่ผมซึมซับมา ผมชอบที่จะเชื่อมโยงมันเข้ากับความใกล้ชิดของความรู้สึกแบบเพลงป๊อปแบบเอเชีย และความเปิดกว้างของงานเพลงอินดี้อเมริกัน อัลบั้ม CLOCKWORK เป็นเวอร์ชั่นที่สมบูรณ์ที่สุดของสิ่งเหล่านั้น แล้วผมก็มีความสุขมากที่มันเป็นอัลบั้มแรกที่ผมรู้สึกว่า ทุกๆ ส่วนของผมได้มาอยู่รวมกันในสิ่งนี้สิ่งเดียว
The Noize Magazine: คุณมองการเติบโตของ hongjoun เป็นยังไงต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้า?
hongjoin: ในด้านดนตรี ผมอยากพัฒนาตัวเองต่อไปทั้งในฐานะการร่วมงานกับศิลปินคนอื่นๆ และการแสดงสด ผมกำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่ SCAPE Ground Theater สิงคโปร์ มันรู้สึกเหมือนเป็นก้าวสำคัญจริงๆ นะครับ ผมกำลังจะไปทัวร์ครั้งแรกในฐานะศิลปินเปิดให้กับ EJEAN ด้วย ได้ขึ้นเวทีมากขึ้น ไปหลายเมือง แล้วก็ได้มีช่วงเวลากับผู้คนที่เชื่อมโยงกันผ่านเสียงดนตรี แล้วผมก็หวังว่า เมื่อผมวางมือจากการเป็นศิลปินแล้ว ผมจะได้มีโอกาสมีส่วนร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่ในอนาคตได้ด้วย
The Noize Magazine: งานเพลงของคุณให้ความรู้สึกถึงการพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการทำงานของมนุษย์ แต่ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมดนตรีเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องด้วย AI และอัลกอริทึมบนโซเชียลมีเดีย คุณวางแผนที่จะรักษาความเป็นมนุษย์ผ่านเสียงดนตรีของคุณไว้อย่างไรบ้าง
hongjoin: แม้ว่า AI จะเข้ามามีบทบาทในโลกมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมเชื่อมั่นนะครับว่าดนตรีและศิลปะจะเป็นสิ่งเดียวที่ไม่ถูกแทนที่ พูดกันตามตรงนะ ผมคิดว่าการป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างสรรค์ดนตรีในแบบที่ผมเท่านั้นที่จะทำได้ แม้ว่า AI จะสามารถจำลองหลากหลายสิ่ง แต่มันก็ไม่สามารถจำลองความรู้สึกที่แท้จริงของการเป็นเด็กอายุ 18 ปี และเผชิญกับความอกหักครั้งแรกได้หรอกครับ ยิ่งดนตรีมีความเฉพาะเจาะจงและเป็นส่วนตัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหาอะไรมาทดแทนไม่ได้มากขึ้นเท่านั้น ผมยังรู้สึกสบายใจกับการมีพื้นที่ชุมชนที่มีตัวตนจริง ศิลปิน AI จะมาเล่นคอนเสิร์ตและพูดคุยกับแฟนๆ ที่สนับสนุนพวกเขาได้จริงมั้ย ผมคิดว่าไม่นะครับ และการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์เป็นสิ่งที่เราจะโหยหาและแสวงหาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นอะไรก็ตาม
The Noize Magazine: จากการเล่นดนตรีในห้องนอนของคุณ สู่การมียอดสตรีมเพลงมากกว่า 10 ล้านครั้ง แล้วคำแนะนำที่ดีที่สุดที่คุณเคยได้รับมาคืออะไร
hongjoin: น่าจะเป็นคำแนะนำจากคุณพ่อของผมครับ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเป็นศิลปินโดยตรงหรอกนะ แต่ผมนำสิ่งที่ท่านบอกมาใช้ในชีวิตจริง แล้วผมก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ชี้นำทิศทางของผมในสิ่งที่ผมอยากจะเป็นในฐานะคนคนหนึ่งด้วย ท่านพูดประมาณว่า “แบ่งเค้กชิ้นใหญ่ๆ ให้คนอื่นบ้าง คุณอาจจะกินน้อยลงในตอนนี้ แต่สิ่งที่คุณให้ไปจะกลับคืนมาหาคุณเป็นสิบเท่าในอนาคต ชีวิตจะสนุกกว่าเมื่อคุณเฉลิมฉลองกับทุกคน”
The Noize Magazine: ท้ายสุด อยากฝากอะไรให้กับแฟนๆ ที่เพิ่งได้มีโอกาสฟัง hongjoin เป็นครั้งแรกบ้างไหม
hongjoin: สวัสดีครับแฟนเพลงจากประเทศไทย ผมหวังว่าสิ่งนี้จะทำให้คุณรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลงนะครับ เติมความโรแมนติกให้กับชีวิตของคุณด้วยอัลบั้มนี้ และปล่อยให้ความเจ็บปวดจากการเติบโตกลายเป็นสิ่งสวยงาม! ผมหวังว่าจะได้ไปเยือนประเทศของคุณสักวันนะครับ!