นาทีนี้ถ้าจะพูดถึงวงร็อคที่คาดเดาทางได้ยากที่สุดลำดับต้นๆ ของวงการเพลงนอกกระแส คงหนีไม่พ้นวงร็อคจาก New York City อย่างวง Geese วงร็อคจากนิวยอร์ก ล่าสุดพวกเขาได้ส่งอัลบั้มเต็มชุดที่สามอย่าง Getting Killed ผ่านค่าย Partisan Records
ย้อนกลับไปทำความรู้จักกับ Geese กันสักนิด สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นชื่อ พวกเขาคือวงร็อกหน้าใหม่จาก New York City ที่นำโดย Cameron Winter สิ่งที่น่าสนใจคือวงนี้มี Emily Green มือกีตาร์สาวข้ามเพศ เป็นฟันเฟืองสำคัญ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าดนตรีร็อกในยุค 2020s ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของความหลากหลายอย่างแท้จริง
อาจจะเรียกได้ว่า อัลบั้ม Getting Killed เป็นหมุดหมายสำคัญของ Geese ในการประกาศอิสระภาพทางดนตรีก็ว่าได้ หลังจากที่พวกเขาเคยพาเราไปรู้จักกับ Post-punk แบบทดลองในอัลบั้มเปิดตัวอย่าง Projector เมื่อปี 2021 และขยับไปสู่แนว Cowboy Rock ที่สนุกสนานใน 3D Country เมื่อปี 2023 มาถึงปีนี้ 2025 พวกเขาเลือกที่จะจุดชนวนระเบิดไอเดียเหล่านั้นทิ้งเสีย แล้วเก็บเศษเสี้ยวที่เหลือมาประกอบร่างใหม่เป็นวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมและดุดันกว่าเดิม
ความน่าสนใจของอัลบั้มนี้เริ่มต้นจากการที่พวกเขาได้รับคำชักชวนจากโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง Kenneth Blume ที่ข้ามมาคุยกับวงในเทศกาลดนตรี จนนำไปสู่การบันทึกเสียงที่สตูดิโอใน LA เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม โดยมีช่วงเวลาที่อัดแน่นและเข้มข้นเพียง 10 วันสำหรับการลงรายละเอียดหลัก ผลลัพธ์ที่ได้คือ Chaotic Comedy ที่มีโครงสร้างเพลงแบบระเกะระกะแต่เต็มไปด้วยพลังจากการแสดงที่เร่าร้อน
ก่อนที่จะไปถึงความโกลาหลของวันสิ้นโลก Geese ได้เปิดประตูบานแรกของอัลบั้มนี้ด้วยซิงเกิล Taxes เพลงที่เริ่มต้นด้วยสัมผัสของ Hand Percussion และ Shaker ที่ดึงเราเข้าสู่โลกที่ทั้งติดดินและใกล้ชิด เพลงนี้วางตัวอยู่บนจุดตัดระหว่างแนวดนตรี Emo และ Folk ซึ่งเป็นสองแนวทางที่มีรากฐานมาจากการบอกเล่าเรื่องราวที่ซื่อสัตย์และดิบเถื่อน
ในเชิงเนื้อหา Taxes คือบทกวีแห่งการประท้วงต่อภาระอันหนักอึ้งของการเสียภาษี ถ่ายทอดออกมาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหงุดหงิดและการยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่ความลึกซึ้งไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะในช่วงท้ายเพลง วงได้หันหัวเรือไปวิพากษ์วิจารณ์ระบบการแพทย์ของอเมริกาที่กำลังล้มเหลว รวมถึงวิกฤตสุขภาพในวงกว้าง โดยมีประโยคที่กระแทกใจอย่าง “หมอรักษาตัวเองไปเถอะ ต่อจากนี้ฉันจะทำลายหัวใจของฉันเอง”
แม้ว่า Taxes จะไม่มีเนื้อเพลงที่ยืดยาว แต่ทุกคำที่ถูกเลือกมานั้นมีน้ำหนักและเปี่ยมไปด้วยเจตนาที่ชัดเจน ความเบาบางของถ้อยคำเปิดช่องว่างให้ข้อความได้หายใจและส่งแรงปะทะถึงคนฟังได้อย่างรุนแรง มันคือความคิดที่หลายคนซ่อนไว้ในใจแต่ไม่ค่อยได้ยินใครนำมาพูดถึงในบทเพลง นั่นคือสิ่งที่ทำให้เพลงนี้โดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ซิงเกิล 100 Horses ถูกนำเสนอออกมาในฐานะเพลงร็อคที่มีจังหวะชวนขยับ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันคือเพลงที่อ้าแขนรับการล่มสลายของโลกด้วยความยินดี ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นดนตรีประกอบปาร์ตี้เต้นรำในวันสิ้นโลกที่เต็มไปด้วยความไร้สาระ ผ่านเสียงร้องของ Cameron Winter ที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างเหนือชั้น
หากใครที่ได้ติดตามการแสดงของพวกเขาที่ Newport Folk Festival อาจจะได้ยินเพลง Trinidad ที่ถูกปล่อยออกมาแบบไม่ตั้งใจ ซึ่งทางสื่อดนตรีชื่อดังอย่าง Stereogum ถึงกับนิยามว่ามัน “แตกต่างอย่างรุนแรง” จากซิงเกิลก่อนหน้า แต่นั่นคือความตั้งใจของวงที่ต้องการให้ผู้ฟังเกิดความสับสนและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน
ในอัลบั้ม Getting Killed เราจะได้ยินการทดลองที่บ้าคลั่ง ตั้งแต่การวางเลเยอร์ของ Garage Riffs ทับลงบนเสียงแซมเพิลประสานเสียงของคณะนักร้องชาวยูเครน ไปจนถึงการใช้เสียง Drum Machine ที่แผ่วเบาซ่อนอยู่หลังเสียงกีตาร์ที่แผดร้องอย่างบ้าคลั่ง บทเพลงในอัลบั้มนี้สลับสับเปลี่ยนอารมณ์ไปมาระหว่างเพลงกล่อมเด็กที่ดูแปลกประหลาด กับเพลงทดลองที่เกรี้ยวกราดและซ้ำซ้อน
สิ่งที่ทำให้ผลงานชุดนี้โดดเด่นคือการรักษาสมดุลระหว่าง “ความอ่อนโยน” กับ “ความโกรธแค้นที่ทวีความรุนแรง” สมาชิกแต่ละคนดูเหมือนจะพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม พวกเขาไม่ได้แค่เล่นดนตรีร็อค แต่พวกเขากำลังท้าทายว่าดนตรีร็อคยังเป็นอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด
Geese ในเวอร์ชันปี 2026 นี้อาจจะไม่ได้สนใจการทำเพลงตามขนบเพื่อเอาใจตลาด แต่พวกเขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ Indie Rock ด้วยการเปลี่ยนความเกลียดชังที่มีต่อกฎเกณฑ์ทางดนตรี ให้กลายเป็นงานศิลปะที่ทั้งดิบและจริงใจที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำมา หากคุณกำลังมองหาอะไรที่มากกว่าแค่เพลงร็อคฟังง่าย Getting Killed คือคำตอบที่พร้อมจะเขย่าโสตประสาทของคุณให้กระเจิง แล้วชวนคุณมาร่วมเต้นรำไปบนกองไฟแห่งความโกลาหลนี้พร้อมๆ กัน