Leviticus ภาพยนตร์สยองขวัญจากออสเตรเลีย ผลงานของ Adrian Chiarella ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่ไฟแรง ที่มาพร้อมกับการตั้งคำถามที่สุดแสนจะเจ็บปวดว่า “ความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน กลับมาเป็นเรื่องที่ยอมรับได้อีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่?”
แม้ว่าการแต่งงานของคนเพศเดียวกันในออสเตรเลียจะประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2017 ทำให้หลายคนปักใจเชื่อว่าโลกใบนี้เปิดกว้างและปลอดภัยสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่หน้าประวัติศาสตร์และแผ่นกระดาษอันสวยงามกลับไม่อาจลบเลือนความจริงอันมืดมนที่ซ่อนอยู่ใต้พรมได้ เมื่อความเกลียดชังและการไม่ยอมรับยังคงฝังรากลึกในชุมชน เขาเริ่มสังเกตเห็นการถดถอยของสังคมและการเหยียดหยามเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงคำพูดสาดเสียเทเสียในพื้นที่สาธารณะและการเมือง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ออสเตรเลียดูเหมือนจะก้าวหน้าไปมากก็ตาม
คำถามนี้เองคือชนวนเหตุที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์แนว Elevated Horror สัญชาติออสเตรเลียเรื่อง Leviticus หนังสยองขวัญที่ใช้ปีศาจเป็นตัวแทนของความบอบช้ำจากการบำบัดแก้เพศสภาพในเมืองที่ความเกลียดชังและความกลัวต่อความแตกต่างเบ่งบาน แม้กระทั่งในกลุ่มพ่อแม่ที่ดูเหมือนจะรักและเป็นห่วงลูกก็ตาม
ความร้อนแรงของตัวหนังการันตีด้วยการเปิดตัวอย่างน่าทึ่งในเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง Sundance Film Festival จนค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Neon ต้องรีบกระโดดเข้าตะครุบสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายทั่วโลกทันที ก่อนที่ภาพยนตร์จะเดินทางไปฉายประกวดต่อที่ Sydney Film Festival เพื่อพิสูจน์ความสยองขวัญเหนือธรรมชาติที่พกพาประเด็นสังคมมาอย่างเข้มข้น
แก่นแท้ของภาพยนตร์เรื่อง Leviticus มุ่งเน้นไปที่การขุดคุ้ยบาดแผลทางจิตใจอันลึกซึ้งที่เกิดจากกระบวนการที่เรียกว่า Gay Conversion Therapy หรือค่ายบำบัดเพื่อเปลี่ยนเพศสภาพ ซึ่งในโลกความเป็นจริงมันคือการทารุณกรรมทางจิตวิทยาอย่างร้ายกาจ โดยตัวหนังเล่าเรื่องราวผ่านชีวิตของ Naim วัยรุ่นอายุ 17 ปี นำแสดงโดย Joe Bird จากภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดัง Talk To Me เด็กหนุ่มที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองอุตสาหกรรมอันเงียบเหงาและอบอวลไปด้วยความเคร่งครัดทางศาสนาอย่างรุนแรง ประกายไฟแห่งความหวังเดียวในชีวิตของเขาเกิดขึ้นเมื่อเขาได้พบรักกับ Ryan เพื่อนร่วมชั้นเรียน (นำแสดงโดย Stacy Clausen จากซีรีส์ Scrublands) ณ โรงสีร้างแห่งหนึ่ง แต่ความโรแมนติกที่ควรจะสวยงามกลับถูกตราหน้าว่าเป็นบาปมหันต์โดยคนในชุมชน
ความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มทั้งสองนำไปสู่ฝันร้ายที่แท้จริง เมื่อคนในชุมชนและครอบครัวตัดสินใจเชิญนักเทศน์ผู้ประกาศตนว่าเป็นผู้ปลดปล่อยมาทำพิธีไล่ผีเพื่อ “รักษา” วัยรุ่นที่มีรสนิยมรักเพศเดียวกัน ทว่าพิธีกรรมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและมุ่งหวังจะทำลายตัวตนของมนุษย์กลับไปปลุกสิ่งลี้ลับอันดุร้ายขึ้นมา ความน่ากลัวขั้นสุดของปีศาจตนนี้ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่อัปลักษณ์ แต่เป็นความสามารถในการจำแลงกายเป็นคนที่เหยื่อปรารถนาและโหยหามากที่สุด ซึ่งในกรณีของ Naim และ Ryan อสูรกายร้ายได้เลือกที่จะก๊อปปี้ร่างของพวกเขาทั้งสองคนออกมา เพื่อใช้ความรักและความผูกพันเป็นอาวุธในการทำลายล้างจิตใจจากภายใน
ความน่ากลัวที่แท้จริงของ Leviticus อาจเป็นความรุนแรงในโลกแห่งความเป็นจริงที่เกิดขึ้นประจำวัน โดยเฉพาะฉากการรุมทำร้ายร่างกายในลานจอดรถ ซึ่งผู้กำกับยอมรับว่าเป็นฉากที่ถ่ายทำยากและท้าทายอารมณ์มากที่สุด “ฉากที่ยากที่สุดสำหรับผมคือน่าจะเป็นฉากในลานจอดรถที่มีพวกผู้ชายมาดักทุบตีพวกเขา เพราะผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาเดียวในภาพยนตร์ที่เราปลดปล่อยความรุนแรงจากการเกลียดชังคนรักเพศเดียวกันในโลกแห่งความเป็นจริงออกมา” ชิ้นส่วนความจริงที่เจ็บปวดนี้ถูกสอดแทรกเข้ามาเพื่อให้ผู้ชมตระหนักว่า ในขณะที่เรากำลังหวาดกลัวปีศาจในจอหนัง แต่ในชีวิตจริง มีผู้คนมากมายกำลังถูกทำร้ายและเสียชีวิตจากความเกลียดชังเพียงเพราะพวกเขาเลือกที่จะรักคนเพศเดียวกัน การผสมผสานระหว่างหนังสยองขวัญเกรดพรีเมียมและประเด็น Conversion Therapy ที่แหลมคม
สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดในการสร้างปีศาจของเรื่องนี้ Adrian Chiarella เล่าว่าเขาเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการไล่ผีที่ทำกับวัยรุ่นเควียร์ในหลากหลายวัฒนธรรม ตอนแรกเขาคิดจะทำหนังแนวไล่ผีแบบ The Exorcist แต่มีกลิ่นอายของความหลากหลายทางเพศ ทว่าไอเดียเหล่านั้นกลับดูเหมือนเป็นการตอกย้ำความเชื่อที่ว่ามีปีศาจเกย์อยู่จริง เขาจึงคิดมุมกลับว่า “จะเป็นอย่างไรถ้ามีอสูรกายในหนังสยองขวัญ แต่ร่างที่มันเลือกใช้คือร่างของคนที่คุณหลงรักและดึงดูดใจมากที่สุด” ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถดำดิ่งลงไปในพาร์ทที่เขาตื่นเต้นมากที่สุดได้ นั่นคือการเล่าเรื่องราวความรักท่ามกลางความสยองขวัญ
ผู้กำกับ Adrian Chiarella ตั้งใจใช้สัตว์ประหลาดจำแลงกายตัวนี้เป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบถึง Trauma หรือบาดแผลทางจิตใจที่ไม่มีวันลบเลือนจากการถูกยัดเยียดให้เข้าค่ายบำบัดแก้เพศสภาพ ในสังคมที่ความกลัวต่อความแตกต่างเบ่งบาน แม้กระทั่งในกลุ่มพ่อแม่ที่ปากบอกว่ารักและหวังดีกับลูก ทางด้าน Joe Bird นักแสดงนำได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับข้อความหลักของหนังเรื่องนี้เอาไว้ว่า “ท้ายที่สุดแล้ว ข้อความของหนังเรื่องนี้คือ ความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันสามารถฆ่าคนได้”
Leviticus เข้าฉาย 25 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์นี้ ในโรงภาพยนตร์ประเทศไทย
Resources:
- https://www.smh.com.au/culture/movies/did-homophobia-become-ok-again-backlash-inspires-breakthrough-horror-film-20260511-p5zvpy.html
- https://www.pedestrian.tv/entertainment/australian-horror-movie-leviticus-homophobia/