Transgender ในโลกฮอลลีวูด กับพื้นที่เปิดกว้างที่ดูไม่เปิดจริง

| |

การนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ Transgender ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งภาพยนตร์และทีวีซีรีส์ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากที่จะเพิ่มการรับรู้ถึงตัวตนของกลุ่มคนข้ามเพศแล้ว ก็ยังช่วยในการสร้างความเข้าใจและทำให้ผู้ชมเล็งเห็นถึงปัญหาที่พวกเขาเจอได้อีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าในทุกวันนี้ เรื่องราวของ Transgender กลับไม่เป็นที่พูดถึงเท่าที่ควร

ในโลกของ cisgender (คนที่นิยามเพศตัวเองตอนนี้ตรงกับเพศกำเนิด) ที่สื่อต่างๆ เต็มไปด้วยเรื่องราวของ cis straight ทำให้การปรากฏตัวของ LGBTQIAN+ Community มีจำนวนแตกต่างกับจำนวนของ cisgender อย่างมาก แล้วยิ่งมองลึกลงไปถึงกลุ่มของ Transgender ก็ยิ่งมีน้อยลงไปอีก 

หลายๆ ครั้งเรากลับไปยินคนพูดกันว่า ‘มีการยัดเยียดตัวละคร LGBTQIAN+ อีกแล้ว’, ‘ตัวละครข้ามเพศอีกแล้วเหรอ’ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่า ในปี 2021 มีการนำเสนอตัวละครทรานส์เจนเดอร์ในซีรีส์ต่างๆ (สหรัฐอเมริกา) แค่เพียง 42 ตัวละครเท่านั้น (นับจากฤดูกาลปี 2021-2022) ทั้งตัวละครปัจจุบันและตัวละครใหม่ มีตัวละคร trans women แค่เพียง 20 ตัวละคร trans men 14 ตัวละคร และมีเพียง 8 ตัวละครเท่านั้นที่เป็น non-binary ซึ่ง 41 คน จาก 42 คน เป็นนักแสดงหรือนักพากย์ที่เป็นนักแสดงข้ามเพศ

GLAAD (Gay & Lesbian Alliance Against Defamation) ทำการสำรวจและทำรายงานเป็นประจำทุกปี เกี่ยวกับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศในแง่มุมต่างๆ โดยเฉพาะการทำรายงานเกี่ยวกับตัวละคร LGBTQ ทั้งบนโทรทัศน์ เคเบิลเน็ตเวิร์กและช่องสตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงในโลกภาพยนตร์ เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพรวม และการเปลี่ยนแปลงที่จะมีการนำเสนอเรื่องราวของ LGBTQIAN+ ที่เกิดขึ้นบนพื้นที่สื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ 

Transgender บนจอซีรีส์

ในรายงานของปี 2021 ก็ได้มีการรวบรวมเอาไว้ว่าในช่องทีวีของสหรัฐอเมริกา มีตัวละครทรานส์เจนเดอร์ทั้งหมดเพียง 8 คนเท่านั้น นับจากซีรีส์ทั้งหมดที่ทำการฉายในปี 2021-2022 โดยมีตัวละครข้ามเพศชาย 4 คน ตัวละครข้ามเพศหญิง 4 คน ไม่มีตัวละครที่เป็นทรานส์นอนไบนารี่ ส่วนช่องทางเคเบิลเน็ตเวิร์ก มีตัวละครข้ามเพศชาย 4 คน ตัวละครข้ามเพศหญิง 2 คน และตัวละครทรานส์นอนไบนารี่ 2 คน แตสำหรับช่องทางสตรีมมิ่ง กลับมีตัวละครที่เป็นทรานส์เจนเดอร์จำนวนมากเมื่อเทียบกับช่องทางที่ฉายผ่านทางโทรทัศน์ อย่างตัวละครข้ามเพศชาย มี 6 คน ตัวละครข้ามเพศหญิง 14 คน และตัวละครทรานส์นอนไบนารี่ 6 คน เรียกได้ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเทียบกับจำนวนตัวละครทั้งหมด ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากๆ

TRANSGENDER ทรานส์เจนเดอร์ ทีวีซีรีส์ tv series 2021-2022
จำนวน Transgender แยกตามประเภทของการออกอากาศของทีวีซีรีส์ ประจำฤดูกาล 2021-2022
GLAAD : Where We Are on TV Report – 2021-2022

จากผลการสำรวจของ GLAAD เกี่ยวกับตัวละคร LGBTQ ในซีรีส์มีทั้งหมด 637 คน ที่เป็นตัวละครเดิมและตัวละครใหม่ ทั้งที่ออกอากาศแบบไพรม์ไทม์ เคเบิล และช่องทางสตรีมมิ่ง มีตัวละครข้ามเพศทั้งหมด 42 คนเท่านั้น แม้ว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น 13 ตัวละครจากปี 2020 แต่ก็ลดลง 2 เปอร์เซ็นจากเดิม นอกจากนี้แล้ว จากตัวละครข้ามเพศทั้งหมด 42 คน มี 20 คน เป็นตัวละครสเตรท 7 คนเป็นไบเซ็กชวล 1 คนเป็นเกย์ 1 คนเป็นเลสเบี้ยน และ 13 คน เป็นตัวละครที่ไม่ทราบรสนิยมทางเพศ เนื่องจากไม่ได้มีการยืนยันเอาไว้ เช่น ทางช่อง The CW มีตัวละครทรานส์ซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Nia Nal ที่กลับมาในซีซั่นสุดท้ายของซีรีส์ Supergirl ในขณะที่ซีรีส์ใหม่อย่าง 4400 ก็ได้มีการแนะนำตัวละครข้ามเพศด้วย หรือแม้กระทั่งซีรีส์ 9-1-1: Lone Star, New Amsterdam, Big Sky, Good Trouble, Single Drunk Female, Euphoria, Somebody Somewhere, Billions, The L Word: Generation Q, The End, Sort Of, Dafne and the Rest, With Love, Sex Education, Cowboy Bebop, Star Trek: Discovery และ Saved by the Bell เป็นต้น ก็ได้มีการนำตัวละครข้ามเพศและนอนไบนารี่เข้ามาเป็นตัวละครในเรื่องด้วยเช่นกัน

สำหรับตัวละครนอนไบนารี่นั้น GLAAD ได้มีการเริ่มนับแยกตัวละครเหล่านี้ออกมา เพื่อสร้างการรับรู้ของคำจำกัดความของ Non-binary ด้วย ตามรายงานของปี 2021 มีตัวละครนอนไบนารี่ทั้งหมด 17 คน และส่วนใหญ่ปรากฏตัวบนสตรีมมิ่งเป็นหลัก ซึ่งจะรวมไปถึง Grey’s Anatomy, Another Life, Motherland: Fort Salem, Feel Good และ Just Like That, The Sex Lives of College Girls, The Girl in the Woods, Ridley Jones, Rutherford Falls และอีกหลายเรื่อง ผู้สร้างซีรีส์ที่ต้องการจะสร้างตัวละครนอนไบนารี่ขึ้นมา จำเป็นที่จำต้องพิจารณาถึงวิธีการต่างๆ ในการเลเบลและวิธีการสร้างอย่างรอบคอบ เพื่อลดความสับสนทั้งในการใช้คำเรียก ไปจนถึงการสร้างสมมติฐานที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับนอนไบนารี่อีกด้วย

Sexual Orientation หรือรสนิยมทางเพศ นั้นหมายถึงแรงดึงดูดทางร่างกาย โรแมนติด และหรืออารมณ์ความรู้สึกที่ยั่งยืนของบุคคลต่อบุคคลอื่น (เช่น straight, gay, lesbian, bisexual, pansexual) ในขณะที่ Gender Identity หรืออัตลักษณ์ทางเพศ จะหมายถึงความรู้สึกภายในของบุคคล ความรู้สึกส่วนของของการเป็นหญิงหรือเป็นชาย หรืออยู่นอกเหนือกรอบของสองเพศนั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือ รสนิยมทางเพศเป็นเรื่องที่คุณดึงดูดและตกหลุมรักด้วย ส่วนอัตลักษณ์ทางเพศจะอธิบายว่าคุณเป็นใครนั่นเอง ซึ่งคนข้ามเพศเองก็มีรสนิยมทางเพศเช่นเดียวกันกับ cisgender นั่นหมายความว่า พวกเขาก็อาจจะเป็น straight, lesbian, gay, bisexual, pansexual, asexual หรือว่า queer ก็ได้เช่นกัน (สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SOGIESC คืออะไรได้ที่นี่)

Nick Adams รองประธานของ GLAAD Media Institute ได้กล่าวเอาไว้ในรายงานว่า “มันเป็นเรื่องที่วิเศษมากๆ ที่ได้เห็นตัวละครข้ามเพศปรากฏตัวในซีรีส์คอเมดี้มากขึ้น เพราะมันช่วยให้ผู้คนหัวเราะไปพร้อมๆ กับเรา ไม่ใช่หัวเราะเพราะเรา แต่อย่างไรก็ตาม นั่นจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงด้วย เนื่องจากซีรีส์คอเมดี้ 9 ใน 11 เรื่องบนสตรีมมิ่งเป็นซีรีส์มีตัวละครทรานส์รวมอยู่ด้วย แต่ไม่มีตัวละครทรานส์เจนเดอร์ในซีรีส์คอเมดี้ที่ฉายบนโทรทัศน์เลย นอกจากนี้แล้ว เรายังหวังว่าจะได้เห็นครีเอเตอร์คนอื่นๆ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคนข้ามเพศในความสัมพันธ์อันเป็นที่รัก โดยเฉพาะความสัมพันธ์แบบเลสเบี้ยน เกย์ และไบเซ็กชวลด้วย ตัวละครข้ามเพศในทีวีมีแค่เพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นเลสเบี้ยนหรือเกย์ ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงชุมชนได้อย่างถูกต้อง ในขณะที่การฉายผ่านเน็ตเวิร์กและสตรีมมิ่งต่างมีการวางแผนโปรแกรมการฉายเอาไว้ เราหวังว่าพวกเขาจะใช้รายงานนี้เพื่อดูว่าการเป็นตัวแทนของทรานส์ยังคงขาดอยู่ตรงไหน และติดต่อเข้ามายัง GLAAD รวมไปถึงนักเขียน ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ด้วย เพื่อทำการปรับปรุงและสร้างความซับซ้อนให้กับตัวละครทรานส์และนอนไบนารี่ รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ บนทีวี”

Transgender ในโลกภาพยนตร์

แต่สำหรับบนจอภาพยนตร์นั้น ก็ยังไม่มีตัวละครข้ามเพศหรือตัวละครนอนไบนารี่ที่เป็นตัวละครหลักจากสตูดิโอใหญ่ๆ จากรายงาน 2021 GLAAD Studio Responsibility Index ที่รวบรวมเอาผลงานจาก 44 สตูดิโอขนาดใหญ่ที่ฉายในปี 2020 มา ก็ทำให้เห็นเลยว่า สตูอิโอกระแสหลักก็ยังคงล้าหลังกว่าสื่อบันเทิงในรูปแบบอื่น ทาง GLAAD ก็ได้บอกอีกด้วยว่านี่นับเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน ที่ไม่มีตัวละครทรานส์เจนเดอร์ในรายงานฉบับนี้

GLAAD เสนอความเห็นเกี่ยวกับการรวมนักแสดงข้ามเพศและนักแสดงนอนไบนารี่ในภาพยนตร์ด้วยว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นนักแสดงข้ามเพศได้รับคัดเลือกในบทบาทที่ไม่ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นคนข้ามเพศ และหวังว่าจะได้เห็นสิ่งนี้ต่อไป นอกจากนี้แล้ว เราก็ยังหวังว่าจะได้เห็นภาพยนตร์อื่นๆ ที่บอกเล่าเกี่ยวกับตัวละครข้ามเพศอย่างชัดเจน การนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติการให้อิสระกับคนข้ามเพศ” 

นอกจากนี้แล้ว ในรายงานยังมีการบอกด้วยว่า “เราอยากเห็นภาพยนตร์ก้าวเท่าทันกับทีวีในการเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลง และเร่งการยอมรับด้วยการแบ่งปันและยกระดับประสบการณ์ของคนข้ามเพศ ซึ่ง GLAAD และ TRANSform Hollywood ของ 5050by2020 ก็มีคู่มือดิจิทัลเชิงลึกฟรี ที่ให้คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานร่วมกันกับเหล่านักเล่าเรื่องที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ และส่งเสริมสภาพแวดล้อมการผลิตที่รวมเอาคนข้ามเพศเข้าไปด้วยมากขึ้น และถือเป็นขั้นตอนแรกที่เชื่อถือได้ และเป็นทรัพยากรที่ได้รับการพิสูจน์แล้วสำหรับการเริ่มต้นในการดำเนินงาน”

The Vito Russo Test
GLAAD : 2021 GLAAD Studio Responsibility Index

จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า แม้กระทั่งในโลกของฮอลลีวูดเอง ที่มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพิ่มพื้นที่ให้กับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จำนวนของนักแสดงทรานส์เจนเดอร์และตัวละครทรานส์เจนเดอร์ กลับไม่เพิ่มขึ้นบนหน้าจอเท่าที่ควร หลายคนอาจจะคิดว่าแค่มีก็เพียงพอแล้ว แต่อันที่จริงแล้ว ควรที่จะต้องมีเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ อีกทั้งยังควรที่จะต้องมีการนำเสนอที่ถูกต้อง เหมาะสม และสร้างความเข้าใจอันดีให้กับผู้ชมอีกด้วย ซึ่งการนำเสนอเรื่องราวและการนำทรานส์เจนเดอร์เข้าไปนั้น จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับผู้ชมได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง เนื่องจากภาพยนตร์และซีรีส์ถือเป็นสื่อที่เข้าถึงกลุ่มคนได้ในจำนวนมาก และสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องได้ หากมีการนำเสนอที่ดี ผ่านกลุ่มทรานส์เจนเดอร์และนอนไบนารี่ ที่พวกเขาสามารถถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านั้นออกมาได้

sources:

  • https://www.glaad.org/whereweareontv21
  • https://www.glaad.org/sri/2021

Photo by Sharon McCutcheon on Unsplash

First S.

นัก(หัด)เขียน ที่ผันตัวจากการเป็นนักเรียนกฎหมายมาใช้เวลาไปกับเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง ซีรีส์ หรือเรื่องราวเบื้องหลัง ไปพร้อมๆ กับการค้นหาความต้องการของชีวิต

Previous

พอดแคสต์ Be Witches, Bitches EP.10: จุดเริ่มต้นของการล่าแม่มด

Our Flag Means Death: ล่องเรือออกสู่มหาสมุทรแห่งความหลากหลาย

Next