วง Trousdale กลับมาอีกครั้งพร้อมกับการยกระดับผลงานชุดสำคัญในเวอร์ชันขยายร่าง Growing Pains Deluxe อัลบั้มสตูดิโอลำดับที่สองที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้ว พร้อมเพลงใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการประสานเสียงและเนื้อหาที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก สามารถเยียวยาหัวใจที่แตกสลายได้อย่างไร
การกลับมาในฐานะ Growing Pains Deluxe ถือเป็นก้าวสำคัญของสามสหาย Quinn D’Andrea, Georgia Greene และ Lauren Jones หลังจากปล่อยอัลบั้มดั้งเดิมไปได้ราวหนึ่งปี พวกเธอเลือกที่จะเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ด้วยการมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้แฟนเพลง ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดฟังคือการปล่อยซิงเกิลใหม่อย่าง “Where Did You Go” เพลงของคนคิดถึงคนรักเก่าที่เต็มไปด้วยความสูญเสียและคำถามอ้างว้าง ดึงอารมณ์ดิ่งกระชากใจใครก็ตามที่ยังมูฟออนไม่ได้ ผสมผสานไปกับแทร็กเดิมที่ถูกนำมาตีความใหม่ได้อย่างมีชั้นเชิง
ความพิเศษของเวอร์ชันนี้คือการรวบรวมเหล่ากัลยาณมิตรทางดนตรีมาร่วมสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็น Rachael Price จากวง Lake Street Dive, วง Tors, Ken Yates และ HAFFWAY ยิ่งไปกว่านั้น Trousdale ยังโชว์ความเหนือชั้นด้วยการนำบทเพลงคลาสสิกขึ้นหิ้งของ Neil Young อย่าง “Old Man” มาคัฟเวอร์ใหม่ในสไตล์ของตัวเอง เสียงร้องและไลน์ประสานที่เป็นเอกลักษณ์
ทางวงได้เปิดใจถึงความรู้สึกในช่วงปีที่ผ่านมาว่า “มันเป็นปีที่บ้าคลั่งมากนับตั้งแต่ปล่อย ‘Growing Pains’ ออกไป และพวกเราภูมิใจกับสิ่งที่เราทำสำเร็จซับซ้อนนับตั้งแต่วันนั้น อัลบั้มนี้พาพวกเราเดินทางไปทั่วโลก และพวกเราโชคดีมากที่ได้เชื่อมต่อกับพวกคุณทุกคนผ่านบทเพลงเหล่านี้ พวกเราแค่อยากชวนเพื่อนๆ มาร่วมร้องในเพลงโปรดของพวกเรา และในที่สุดก็ได้แชร์สองเพลงใหม่ให้พวกคุณได้ฟังกัน”
ในส่วนของภาคการผลิต อัลบั้มนี้ได้ John Mark Nelson โปรดิวเซอร์มือทองที่เคยฝากผลงานการเขียนเพลงและทำเพลงให้ศิลปินชื่อดังอย่าง Suki Waterhouse และ Shaboozey แถมยังเคยเป็นซาวด์เอนจิเนียร์ให้ตัวแม่ระดับ Taylor Swift และ Mitski มารับหน้าที่โปรดิวซ์ร่วมกับทางวง การบันทึกเสียงส่วนใหญ่เน้นการเล่นสดร่วมกันในห้องอัด (Live in the room) ทำให้ตัวเพลงมีประกายของป๊อป โทนอุ่นและกลิ่นอายคันทรีที่กลมกล่อมกว่าเดิม มอบความรู้สึกสนิทสนมราวกับวงมานั่งเล่นให้ฟังอยู่ตรงหน้า ดนตรีของพวกเธอทำหน้าที่เปลี่ยนผ่านอารมณ์หม่นหมอง ทั้งความวิตกกังวล ความเหงา และความอกหัก ให้กลายมาเป็นพลังงานบวกที่งดงาม
“มันเป็นสิ่งเตือนใจว่า แม้ในห้วงเวลาที่หนาวเหน็บที่สุด การเริ่มต้นใหม่ก็เป็นไปได้เสมอ” D’Andrea อธิบายถึงแก่นแท้ของอัลบั้ม