การโคจรมาพบกันของ beabadoobee และ The Marías ใน All I Did Was Dream Of You

| |

วงการเพลงอินดี้ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อเจ้าหญิงแห่งวงการเบดรูมป๊อปอย่าง beabadoobee หรือ Bea Kristi กลับมาทวงบัลลังก์พร้อมเซอร์ไพรส์ใหญ่ด้วยการดึงตัว María Zardoya นักร้องนำจากวง The Marías มาร่วมถ่ายทอดความฝันในซิงเกิลล่าสุด All I Did Was Dream Of You ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นแรกหลังจากที่เธอทิ้งช่วงไปนับจากอัลบั้ม This Is How Tomorrow Moves ในปี 2024

การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปล่อยเพลงทั่วไป แต่เป็นการเปิดศักราชใหม่ของ beabadoobee อย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือระดับโลกระหว่างค่ายคู่ใจอย่าง Dirty Hit และค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Interscope ซึ่ง Bea ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Dazed ว่าเธอรู้สึกตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหวที่จะให้แฟนเพลงได้ฟังผลงานใหม่นี้ โดยเธอยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาเธอได้ถอยออกมาใช้ชีวิตจริง อยู่กับเพื่อนฝูง และทบทวนการทำงานของตัวเองจนทำให้มองเห็นคุณค่าของดนตรีในมุมที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

เธอกล่าวว่าตอนนี้เธอให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์แบบของผลงานมากกว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก “ถ้าฉันไม่คิดว่าเพลงนั้นมันเพอร์เฟกต์ ฉันก็จะไม่ปล่อยมันออกมา” Bea ยืนยันหนักแน่นถึงจุดยืนใหม่ที่เน้นความพึงพอใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างยิ่งหลังจากที่อัลบั้มชุดก่อนของเธอสามารถไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 34 บนชาร์ต Billboard 200 ได้สำเร็จ

All I Did Was Dream Of You คือส่วนผสมที่กลมกล่อมระหว่างดนตรีแนว Dream-pop ที่มีความล่องลอย ผสมผสานกับกลิ่นอาย Shoegaze และ Grunge ในยุค 90s ที่เป็นลายเซ็นของ Bea มาโดยตลอด แต่ความพิเศษคือเสียงร้องของ María Zardoya ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มให้บทเพลงนี้มีมิติของความฝันที่ชัดเจนขึ้น Bea เล่าว่า María ร้องเพลงนี้ออกมาได้อย่างงดงามและคอยให้กำลังใจเธอตลอดการทำงานร่วมกัน ส่งผลให้เพลงนี้กลายเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่จะนำพาทุกคนไปสู่โปรเจกต์ถัดไปที่เธอกำลังซุ่มทำอยู่

นอกจากตัวเพลงจะน่าสนใจแล้ว มิวสิกวิดีโอของ All I Did Was Dream Of You ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Bugonia ของผู้กำกับระดับโลกอย่าง Yorgos Lanthimos โดยเฉพาะฉากสุดท้ายของหนังที่ตราตรึงใจ Bea และแฟนหนุ่มของเธอเป็นอย่างมาก จนนำมาสู่การถ่ายทำในกรุง Vilnius ประเทศลิทัวเนีย ท่ามกลางอุณหภูมิที่ดิ่งต่ำลงถึง -17 องศาเซลเซียส

Bea เล่าประสบการณ์สุดโหดในครั้งนี้ว่า “ฉันต้องร้องเพลงอยู่บนทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง มันบ้ามากและฉันเกือบจะตายในที่นั่นจริงๆ แต่มันออกมาสวยงามคุ้มค่ามาก” ซึ่งการถ่ายทำครั้งนี้เธอได้ทำงานร่วมกับแฟนหนุ่มและเพื่อนสนิทชาวลิทัวเนีย ทำให้ภาพที่ออกมามีความเป็นส่วนตัวและมีสไตล์ที่จัดจ้านมากยิ่งขึิ้น

ก่อนหน้านี้ไม่นาน beabadoobee เพิ่งจะฝากผลงานการคัฟเวอร์เพลง Say Yes ของ Elliott Smith ในอัลบั้มรวมเพลงการกุศล HELP(2) ของ War Child Records ร่วมกับศิลปินแถวหน้าอย่าง Arctic Monkeys และ Olivia Rodrigo ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าชื่อของเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของศิลปินกระแสหลักไปเรียบร้อยแล้ว การกลับมาด้วย All I Did Was Dream Of You จึงไม่ใช่แค่การรักษามาตรฐานเดิม แต่เป็นการพิสูจน์ว่าเธอพร้อมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในฐานะศิลปินที่มีอิสระทางความคิดอย่างแท้จริง

สตรีม All I Did Was Dream Of You ได้เลยที่ https://beabadoobee.ffm.to/allididwasdreamofyou

photo by Aboveground

Previous

การกลับมาอย่างเหนือชั้นของ Robyn ใน Blow My Mind จากเพลงแดนซ์สู่จดหมายรักถึงลูกชาย

Kim Gordon กับอัลบั้ม PLAY ME เมื่อตัวแม่ลุกขึ้นมาตบหน้าอัลกอริทึมและโลกทุนนิยม

Next