ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาและปัญหาข้าวยากหมากแพง แต่ Kim Gordon กลับเปลี่ยนความอึดอัดเหล่านั้นให้กลายเป็นศิลปะที่ทรงพลัง เธอแสดงให้เห็นว่าแม้ในวัย 70 ปี เธอก็ยังเป็นศิลปินที่ “หัวขบถ” ที่สุดคนหนึ่งของวงการ และไม่เคยหยุดที่จะตั้งคำถามกับโลกที่แสนจะผิดปกติใบนี้
Kim Gordon อดีตสมาชิกผู้ก่อตั้งวงดนตรีระดับตำนานอย่าง Sonic Youth เธอยังคงเดินหน้าสาดความเกรี้ยวกราดและสติปัญญาลงในงานศิลปะอย่างไม่หยุดยั้ง ล่าสุดเธอเพิ่งส่งอัลบั้มเดี่ยวชุดใหม่ที่มีชื่อว่า PLAY ME ภายใต้สังกัด Matador Records ออกมาเขย่าโสตประสาทผู้ฟัง พร้อมกับคำถามสำคัญที่ว่า เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ปกติจริงๆ หรือ
PLAY ME คือการทดลองทางดนตรีที่ไร้ขีดจำกัด Kim Gordon ยังคงร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คู่ใจอย่าง Justin Raisen ผู้ที่เคยปั้นซาวด์ดิบๆ ในอัลบั้มก่อนหน้ามาแล้ว ในผลงานชุดนี้พวกเขาขยับขยายขอบเขตของดนตรีไปไกลกว่าเดิม ด้วยการผสมผสานบีทแบบ Trap ที่หนักหน่วง เข้ากับบรรยากาศหลอนระทึกของ Witch House และเสียงรบกวนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Noise Rock เสียงร้องของเธอยังคงมาในสไตล์กึ่งพูดกึ่งบ่น (Spoken Word) ที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน เธอไม่ได้แค่ร้องเพลง แต่เธอกำลังร่ายมนตร์ดำใส่ระบอบทุนนิยมที่กัดกร่อนจิตวิญญาณของมนุษย์สมัยใหม่ โดยเฉพาะในซิงเกิลอย่าง NOT TODAY และ DIRTY TECH ที่วิพากษ์วิจารณ์การพึ่งพาเทคโนโลยีจนเกินพอดี
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของอัลบั้มนี้อยู่ที่เพลงโปรโมตอย่าง PLAY ME ซึ่งชื่อเพลงดูเหมือนจะเชิญชวนให้กดฟัง แต่เนื้อแท้กลับเป็นการเสียดสีวัฒนธรรมการบริโภคดนตรีในปัจจุบัน เธอตั้งคำถามถึงการที่ผู้คนเลือกฟังเพลงตาม “อารมณ์” ที่อัลกอริทึมจัดหมวดหมู่ไว้ให้เสร็จสรรพ เช่น “เพลงสำหรับเช้าที่สดใส” หรือ “เพลงสำหรับวันฝนตก”
Kim Gordon มองว่าความสะดวกสบายเหล่านี้กำลังทำให้มนุษย์หยุดคิดและหยุดสำรวจความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ทุกอย่างถูกป้อนให้จนเรากลายเป็นเพียงผู้รับสารที่เฉื่อยชา การประชดประชันนี้สะท้อนให้เห็นว่าในโลกที่ทุกอย่างถูกคิดมาให้พร้อม เราอาจกำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
ความเซอร์ไพรส์ของอัลบั้มนี้คือเพลง BUSY BEE ที่ได้ยอดฝีมืออย่าง Dave Grohl อดีตมือกลองจาก Nirvana และหัวเรือใหญ่แห่ง Foo Fighters มานั่งหลังกลองชุดให้ การตีกลองที่ทรงพลังของเขาสอดรับกับดนตรีทดลองของ Kim Gordon ได้อย่างน่าอัศจรรย์ สร้างพลังงานที่พลุ่งพล่านและดิบเถื่อนอย่างถึงที่สุด
นอกจากเรื่องดนตรีแล้ว ประเด็นทางการเมืองก็ยังคงเข้มข้น ในเพลง BYEBYE25! เธอเลือกใช้วิธีการนำคำศัพท์ที่เคยถูกสั่ง “แบน” หรือเป็นคำต้องห้ามในยุครัฐบาลของ Donald Trump มาเรียงต่อกันเป็นเนื้อเพลง นี่ไม่ใช่แค่การร้องเพลง แต่มันคือการประท้วงเชิงสัญลักษณ์และการท้าทายระบบอำนาจนิยมที่พยายามปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก
สื่อดนตรีชื่อดังอย่าง NME ชื่นชมว่า PLAY ME ได้สะท้อนยุคสมัยที่วัฒนธรรมกำลังผ่านช่วงเวลามืดหม่น ขณะที่ทุนนิยมยังคงกัดกร่อนชีวิตสมัยใหม่อย่างไม่หยุดหย่อน
สตรีมอัลบั้ม PLAY ME จาก Kim Gordon ได้ที่ https://kimgordon.lnk.to/playme
Photo credit: Moni Haworth