Prime Video ปล่อยตัวอย่างอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยภาพชุดใหม่ของซีรีส์ยอดนิยมระดับโลกที่แฟนๆ จำนวนมากตั้งตารอคอย Fallout (ฟอลล์เอาท์ ภารกิจฝ่าแดนฝุ่นมฤตยู) ซึ่งจะกลับมาในซีซั่น 2 ด้วยความยาวทั้งหมด 8 ตอน เริ่มสตรีมตอนแรกในวันที่ 17 ธันวาคม 2025 และสามารถรับชมตอนใหม่ได้ สัปดาห์ละ 1 ตอน จนถึงตอนจบซีซั่นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026
ตัวอย่างของซีรีส์ที่เพิ่งปล่อยออกมานั้น เผยให้เห็นทั้งงานสร้างสุดยิ่งใหญ่ สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ การเปิดตัวนักแสดงใหม่อย่าง Kumail Nanjiani และ Macaulay Culkin รวมถึงปริศนาน่าจับตาที่รออยู่บนขอบฟ้าแห่งดินแดนรกร้าง โดยซีซั่นใหม่นี้จะดำเนินเรื่องต่อจากบทสรุปในซีซั่นแรก พาผู้ชมออกเดินทางผ่านดินแดนรกร้าง “โมฮาวี” (Mojave) มุ่งหน้าไปที่เมืองหลังวันสิ้นโลกอย่าง “นิวเวกัส” (New Vegas) โดยซีรีส์ Fallout ซีซั่นที่สองนี้ สามารถรับชมได้ในมากกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ทาง Prime Video ที่เดียวเท่านั้น
Fallout เป็นผลงานซีรีส์ที่ได้รับเสียงตอบรับล้นหลามตั้งแต่เปิดตัวซีซั่นแรก จนถึงปัจจุบัน Fallout ซีซั่น 1 มียอดผู้ชมทั่วโลกแล้วมากกว่า 100 ล้านคน และติดอันดับหนึ่งในสามซีรีส์ที่มีผู้ชมมากที่สุดตลอดกาลบน Prime Video ทั้งนี้ ปัจจุบันซีรีส์ซีซั่นแรกสามารถรับชมได้ที่ Prime Video
Fallout เป็นซีรีส์ที่จากสร้างจากหนึ่งในวิดีโอเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล บอกเล่าเรื่องราวของความมั่งมีและขัดสนในโลกที่แทบไม่มีอะไรหลงเหลือ โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในช่วง 200 ปีหลังวันสิ้นโลก เหล่าผู้อาศัยผู้อ่อนโยนในสถานหลบภัยแสนสะดวกสบาย ถูกบังคับให้กลับไปสู่โลกภายนอกอันโหดร้ายซึ่งได้รับผลกระทบจากรังสีที่ตกทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษ และต้องตกใจเมื่อได้พบกับจักรวาลที่ซับซ้อน แปลกประหลาดอย่างน่าขัน และเต็มไปด้วยความรุนแรงที่รอคอยพวกเขาอยู่
การขยายเรื่องราวของซีซั่น 2 ที่พาข้ามทะเลทรายโมฮาวีมุ่งสู่ New Vegas ทำให้ทีมงานได้เปิดตัวสถานที่ยอดนิยมจากเกมหลายแห่ง ทีมงานตื่นเต้นมากที่จะได้ปลุกชีวิต Novac, Freeside, คาสิโน Lucky 38 ของ Robert House รวมถึง Area 51 ในเวอร์ชั่นของซีรีส์ให้ปรากฏบนจอ
“ผมได้หยิบสิ่งที่เป็นไอคอนิกมากๆ จาก Fallout: New Vegas ซึ่งเป็นเกมที่ผมรัก ผสานเข้ากับสิ่งที่เราทำไว้ในซีซั่น 1” Howard Cummings (ผู้ออกแบบงานสร้าง) กล่าว “เราไม่ได้ถอดรายละเอียดตามเกมแบบเป๊ะๆ ดังนั้นเราไม่ต้องผูกติดกับมันโดยตรง ผมมีอิสระทางความคิดสร้างสรรค์สูงมาก ทั้งการใช้ฉากสำคัญของเกม และการพาออกไปสู่สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์สดใหม่ไปพร้อมกัน”
“ซีซั่นนี้มีฉากในทะเลทรายโมฮาวีเยอะมาก การได้ถ่ายทำในโมฮาวีจริงๆ ช่วยเราเยอะมาก และผมคิดว่าผลลัพธ์มันออกมายอดเยี่ยมมาก” Jonathan Nolan กล่าว
ทีมงานผสานฉากจริงกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้สามารถสร้างสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่าง ชั้นดาดฟ้าของ Caswennan ให้เกิดขึ้นจริงได้ “เรามีดิจิทัลสเตจสำหรับฉากสเกลใหญ่ เช่น ยานเหาะ หรือภายในหลุมหลบภัย และเรามีทีมที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างโมเดลเสมือนและควบคุมแสงแดด ทำให้เราวางบล็อกกิ้งฉากแอ็กชั่นทั้งหมดกับทีมสตันต์ได้อย่างลงตัว และมันไม่ได้มีแค่การชกต่อย ต่อสู้และระเบิดเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการเล่าเรื่อง” Howard Cummings กล่าว
ทั้งนี้ Howard Cummings ภูมิใจกับ Freeside และ The Legion เป็นพิเศษ “Freeside ของเราได้รับแรงบันดาลใจจาก Fremont Street ยุคปี 1950 ยุคไอเซนฮาวร์ และคุณจะได้เห็นป้ายต่างๆ ที่ยกมาจากเกมแบบตรงๆ เช่น King’s School of Impersonation, The Atomic Wrangler ส่วน Legion จะมีเต็นท์ขนาดใหญ่ที่ดู ‘เพี้ยนๆ’ ไปหมด และนั่นคือสิ่งสนุกในเกมที่ผมตื่นเต้นสุดๆ คุณจะได้พบกับตัวละครใหม่ที่โดดเด่น และความดิบเถื่อนกับเครื่องแต่งกายมันๆ”
Freeside ยังเป็นสถานที่ที่นักแสดงนำอย่าง Ella Purnell ประทับใจเป็นพิเศษ เธอชอบการเดินสำรวจและตื่นตะลึงกับรายละเอียดที่ทีมงานใส่ใจ “ตอนเดินเข้าไปใน Freeside ครั้งแรก มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเมืองจริงๆ คุณเดินเข้าร้านไหนก็ได้ มีของวางเต็มชั้น คุณสามารถเดินหลงอยู่ในนั้นได้เป็นชั่วโมง ฉันไม่ได้เป็นนักแสดงแบบใช้ Method แต่พอได้เดินอยู่ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดสมจริงขนาดนั้น ทุกอย่างก็รู้สึกเหมือนเป็นโลกจริงๆ”
ซีรีส์นำแสดงโดย Ella Purnell (Yellowjackets, Sweetpea), Aaron Moten (Emancipation, Father Stu), Walton Goggins (The White Lotus, The Righteous Gemstones), Kyle MacLachlan (Twin Peaks), Moisés Arias (The King of Staten Island) และ Frances Turner (The Boys)
Fallout ผลิตโดย Kilter Films โดยมี Jonathan Nolan, Lisa Joy และ Athena Wickham รับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร Geneva Robertson-Dworet และ Graham Wagner รับหน้าที่เป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร ผู้สร้าง และโชว์รันเนอร์ ขณะที่ Todd Howard จาก Bethesda Game Studios และ James Altman จาก Bethesda Softworks ก็ร่วมเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร พร้อมด้วย Margot Lulick ซีรีส์เรื่องนี้ผลิตโดย Amazon MGM Studios และ Kilter Films ร่วมกับ Bethesda Game Studios และ Bethesda Softworks