จากนิยายขายดีสู่มหากาพย์ไซไฟ Project Hail Mary การเดิมพันครั้งใหม่ของ Ryan Gosling ที่จะเปลี่ยนนิยาม “ฮีโร่” ไปตลอดกาล

| |

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2020 ในวันที่โลกทั้งใบกำลังหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ วงการภาพยนตร์ตกอยู่ในสภาวะระส่ำระสาย กองถ่ายต้องปิดตัว โรงหนังกลายเป็นที่รกร้าง แต่ท่ามกลางความเงียบงันนั้น Andy Weir ผู้เขียนนิยายขายดีอย่าง The Martian กลับส่งต้นฉบับลายมือชื่อที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ด้วยซ้ำไปให้กับนักแสดงหนุ่มมากฝีมืออย่าง Ryan Gosling

คำขอของ Andy Weir นั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เขาไม่ได้ต้องการแค่ให้ Ryan Gosling มาสวมบทนำในภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่องใหม่อย่าง Project Hail Mary เท่านั้น แต่เขาต้องการให้พระเอกหนุ่มจาก La La Land และ Barbie เข้ามานั่งแท่นเป็นโปรดิวเซอร์เพื่อปั้นโปรเจกต์นี้ด้วยตัวเอง

เมื่อ “วิทยาศาสตร์” มาบรรจบกับ “อารมณ์ความรู้สึก”

ชื่อของ Andy Weir การันตีความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่ผสมผสานกับความดราม่าได้อย่างลงตัว ดังที่เขาเคยพิสูจน์มาแล้วใน The Martian เมื่อปี 2011 (และเวอร์ชันภาพยนตร์ปี 2015) ว่าคนดูพร้อมจะเอาใจช่วยตัวละครที่แก้ปัญหายากๆ ทางฟิสิกส์ ตราบใดที่พวกเขารู้สึกผูกพันกับตัวละครนั้น

แต่สำหรับ Project Hail Mary ความรู้สึกมันต่างออกไป มันเริ่มต้นด้วยความโดดเดี่ยวอย่างที่สุด ชายคนหนึ่งตื่นขึ้นมาเพียงลำพังในห้วงอวกาศลึก โดยที่ความทรงจำว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรค่อยๆ เลือนหายไป Ryan Gosling เล่าว่าเขาอ่านบทนี้จบในรวดเดียว “มันเป็นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่มาก และตัวละคร Ryland Grace ก็ไม่ใช่คนที่นิ่งสงบหรือกล้าหาญตามแบบฉบับวีรบุรุษดั้งเดิมเลย เขาไม่ได้เพ้อฝันว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แต่เขาก็ไม่เคยหยุดพยายาม” Ryan Gosling กล่าว

ช่วงเวลาที่ Ryan Gosling ได้รับต้นฉบับคือช่วงที่โรงหนังทั่วโลกปิดตัวลง เขาเล่าติดตลกแต่แฝงความจริงจังว่า “ที่นี่ผมกำลังได้รับโอกาสให้สร้างประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ในขณะที่โรงหนังกลับปิดสนิท”

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาของ Project Hail Mary กลับเข้ากับสถานการณ์โลกในตอนนั้นอย่างประหลาด มันว่าด้วยเรื่องราวของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะดับสูญ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหวัง มันสนับสนุนความเชื่อที่ว่ามนุษย์เรามีความสามารถในการแก้ปัญหาที่ “เป็นไปไม่ได้” และถ้าเราไม่ยอมแพ้ ปาฏิหาริย์ก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

Project Hail Mary | เตรียมออกปฎิบัติภารกิจสะเทือนจักรวาล!

เมื่อโปรเจกต์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง Ryan Gosling รู้ดีว่าเขาต้องการมือโปรมาช่วย เขาตัดสินใจโทรหา Amy Pascal โปรดิวเซอร์หญิงเหล็กผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Spider-Man: Into the Spider-Verse และ Little Women ซึ่งเธอเองก็ตกหลุมรักเนื้อเรื่องนี้ทันทีที่ได้อ่าน เธอมองว่าจุดเด่นของเรื่องไม่ใช่แค่ไซไฟ แต่มันคือเรื่องของศรัทธา “เราอยู่ในยุคที่ทุกคนหวาดกลัวกันและกัน ไม่มีใครไว้ใจใคร ทุกคนต่างอยู่ในกะลาของตัวเองและไม่อยากฟังความเห็นต่าง แต่หนังเรื่องนี้บอกเราว่า คุณต้องหัดฟัง คุณต้องเรียนรู้ภาษาของคนอื่น คุณต้องเข้าใจที่มาของเขา ไม่อย่างนั้นคุณก็ช่วยโลกไม่ได้” Amy Pascal อธิบาย

เพื่อให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด Amy Pascal จึงดึงตัวคู่หูผู้กำกับที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำ “เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้” อย่าง Phil Lord และ Christopher Miller มารับหน้าที่กำกับ ทั้งคู่เคยฝากผลงานสุดสร้างสรรค์ไว้ใน Spider-Man: Into the Spider-Verse, The Lego Movie และ 21 Jump Street มาแล้ว

Christopher Miller เล่าว่าเขาอ่านต้นฉบับจบภายใน 24 ชั่วโมง เพราะหยุดอ่านไม่ได้ ส่วน Phil Lord เสริมว่าสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้พิเศษคือจุดเปลี่ยนในช่วงกลางเรื่อง จากหนังแนวเอาตัวรอดในอวกาศ กลับกลายมาเป็นการศึกษาตัวละครที่ลึกซึ้งระหว่างบุคคลสองคนที่ต้องเรียนรู้วิธีการสื่อสารกัน

นอกจากทีมงานระดับพระกาฬแล้ว ยังได้ Aditya Sood โปรดิวเซอร์จาก The Martian มาร่วมทัพด้วย ความเชี่ยวชาญในงานของ Andy Weir ทำให้เขามองเห็นศักยภาพของ Project Hail Mary ตั้งแต่วันแรก เขาชี้ให้เห็นว่าจังหวะเวลาที่โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นมันน่าทึ่งมาก เพราะมันตรงกับช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ และต้องพึ่งพาเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ชาญฉลาดเพื่อช่วยชีวิตพวกเราทุกคน

Project Hail Mary เข้าฉาย 19 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

ตัวอย่างสุดท้าย Project Hail Mary - ภารกิจกู้สุริยะ [Official ซับไทย]
Previous

ลืมภาพจำเดิมของ Arlo Parks แล้วกระโจนสู่ฟลอร์เต้นรำไปกับ Get Go เพลงที่เปลี่ยนความเหงาให้เป็นพลัง

การกลับมาอย่างเหนือชั้นของ Robyn ใน Blow My Mind จากเพลงแดนซ์สู่จดหมายรักถึงลูกชาย

Next