เมื่อพูดถึงนักบุญแห่งไอร์แลนด์ ชื่อของ Saint Patrick อาจลอยขึ้นมาเป็นอันดับแรก แต่ในปี 2023 รัฐบาลไอร์แลนด์ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการประกาศให้วันที่ 1 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวัน Saint Brigid’s Day เป็นวันหยุดราชการครั้งแรกเพื่อเป็นเกียรติแก่สตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ไอริช ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่คริสตจักรนำเสนอ ยังมีความลับที่น่าสนใจซ่อนอยู่ ทั้งรากเหง้าความเป็นแม่มด และความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ “Soulmate” เพศเดียวกันที่ถูกขานขานว่าเป็นตำนานเลสเบี้ยนรุ่นบุกเบิกของไอร์แลนด์เลยก็ว่าได้
นักบุญ Brigid บุคคลสองโลก
ในยุคที่ผู้หญิงไร้ซึ่งอิสระ ไม่มีสิทธิ์มีเสียงในสังคม นักบุญบริจิดคือสตรีผู้กล้าที่จะปฏิเสธสิ่งที่สังคมชายเป็นใหญ่กำหนดเกี่ยวกับผู้หญิงเอาไว้
เธอเกิดในพื้นที่ทางตอนเหนือของไอร์แลนด์ในปัจจุบัน บิดานับถือเพแกน มารดาเป็นคาทอลิก และชื่อของเธอถูกตั้งตามเทพีเคลติกผู้ทรงอำนาจ ผู้ปกครองเปลวไฟ บทกวี และการเยียวยา ตำนานเล่าว่าเธอเกิดในช่วงเวลารอยต่อระหว่างกลางคืนและกลางวัน ช่วงต้นชีวิตของเธอ บริจิดใช้ชีวิตอยู่กับมารดา ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน ดูแลฟาร์ม เมื่อเธออายุได้ 18 ปี บิดาของเธอกลับกดดันให้แต่งงาน ตามแบบฉบับของผู้หญิงในยุคก่อน แต่เธอกลับปฏิเสธการแต่งงาน โดยปรารถนาที่จะอุทิศชีวิตให้กับพระเจ้า และดูแลคนยากจน คนป่วย และคนชรา
ตำนานเล่าว่า เมื่อเธอต้องการสร้างอาราม เธอไปทูลขอที่ดินจากกษัตริย์แห่ง Leinster ในช่วงเวลานั้น แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา เธอจึงยื่นข้อเสนอที่ดูน่าขันว่า “ขอที่ดินเพียงเท่าที่ผ้าคลุมของเธอจะคลุมมิด” กษัตริย์ตอบตกลงด้วยความสมเพช แต่ทันทีที่เธอวางผ้าคลุมลง มันกลับขยายตัวกว้างออกไปครอบคลุมพื้นที่หลายเอเคอร์ จนกษัตริย์ต้องยอมยกที่ดินที่ Kildare ให้เธอแต่โดยดี พื้นที่แห่งนี้ต่อมากลายเป็นอารามคู่ที่รุ่งเรืองที่สุดในยุโรป เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะและการศึกษา
Ger Moane ศาสตราจารย์ด้านสตรีศึกษาชาวไอริช บอกกับ GCN ว่า “ฉันคิดว่าความเป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างสองขั้วแบบนั้นหมายความว่าเธอเปิดกว้างมาก คุณจะรู้สึกเสมอว่าเธอยินดีต้อนรับทุกคนเข้ามาในพื้นที่เปิดกว้างนั้น และความเปิดกว้างนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นบุคคลที่น่าดึงดูดในแง่ของความเป็นเควียร์”
การเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งในยุคของเธอที่ท้าทายมาตรฐานและความคาดหวังต่างๆ เพื่อใช้ชีวิตอย่างแท้จริงในแบบของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาว LGBTQIAN+ สามารถเข้าใจได้
องค์อุปถัมภ์ของการยุติการตั้งครรภ์
จากชีวประวัตินักบุญอย่าง Vita Prima and Vita Brigitae (Life of Saint Brigit) ที่เขียนขึ้นโดย Cogitosus นักบวชชายจาก Kildare ราวปี ค.ศ. 650 บันทึกว่า นักบุญบริจิดช่วยให้การตั้งครรภ์ของผู้ที่มาขอความช่วยเหลือนั้นมลายหายไป ถือเป็นการยุติการตั้งครรภ์ครั้งแรกในไอร์แลนด์
ซึ่งปฏิหารย์การยุติการตั้งครรภ์ในช่วงยุคกลางของไอร์แลนด์ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เพราะมีนักบุญชายอีก 3 ท่าน (St. Ciarán of Saigir, St. Áed mac Bricc และ St. Cainnech of Aghaboe) ได้รับการพูดถึง แต่มีแค่เพียงนักบุญบริจิดเท่านั้น ที่ถูกพูดถึงว่าการยุติการตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นบาป แต่เป็นการเยียวยาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ เพื่อคืนศักดิ์ศรีและความบริสุทธิ์ให้กับผู้หญิงที่พลาดพลั้ง การยุติการตั้งครรภ์ในบริบทนี้จึงเป็นเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาแห่งการปลดปล่อยและความเมตตา ทำให้เธอกลายเป็น “องค์อุปถัมภ์ด้านความยุติธรรมในการเจริญพันธุ์” (Patroness of Reproductive Justice) ในปัจจุบัน
Lorraine Grimes นักประวัติศาสตร์จากเมืองกัลเวย์ เขียนถึงหนังสือพิมพ์ The Irish Post ในปี 2018 ระบุว่า “มีการกล่าวอ้างว่าเธอได้ทำปาฏิหาริย์มากมาย เรื่องที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่ละเมิดคำปฏิญาณพรหมจรรย์และตั้งครรภ์” เธอเขียนต่อว่า “ด้วยพลังแห่งศรัทธาอันล้นเหลือของบริจิด ได้อวยพรให้เธอ ทำให้ทารกในครรภ์หายไปโดยไม่คลอดออกมา และไม่เจ็บปวด”
จนกว่าความตายจะพรากจากกัน
เรื่องราวของนักบวชหญิงคาทอลิกที่รักเพศเดียวกัน มีให้เห็นอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ และบนสื่อบันเทิงอย่างแพร่หลาย แต่หนึ่งในนั้นที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามกันไป แม้กระทั่งบนหน้าประวัติศาสตร์ ก็ถูกลบเลือนไปอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือเรื่องราวของ Brigid และ Darlughdach นั่นเอง
เรื่องราวเกิดขึ้นในอารามที่บริจิดเป็นอธิการิณี มีนักบวชหญิงรุ่นน้อง Darlugdach (หรือDar Lugdach, Der Lugdach or Dharlughdach) ศิษย์คนโปรดของบริจิด เธอถูกเรียกว่า “anam cara” ที่แปลว่า “เพื่อนทางจิตวิญญาณ” บันทึกประวัติศาสตร์ระบุว่าทั้งคู่สนิทสนมกันมากถึงขั้น “นอนร่วมเตียงเดียวกัน” และไม่เคยแยกห่างจากกันแม้แต่ตอนเดินทางไกล เป็นที่รู้กันว่า บันทึกประวัติศาสตร์มักจะกล่าวถึงคู่รักหญิงว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมหลายคนจึงคาดเดากว่า “บริจิดและดาร์ลูห์ดาชเป็นคู่รักเลสเบี้ยน” นอกจากนี้แล้ว Ger Moane อธิบายเอาไว้ด้วยว่า “พวกเธอทำทุกอย่างด้วยกัน ไม่ว่าบริจิดจะเดินทางไปที่ไหน ดาร์ลูห์ดาชก็จะไปด้วย”
เวลาผ่านไปยาวนาน จนกระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายของบริจิดมาถึง ในวัย 70 ปี ดาร์ลูห์ดาชกลับทำใจไม่ได้ และวิงวอนที่จะขอตายไปพร้อมกับเธอ แต่บริจิดปฏิเสธ และปรารถนาให้อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่ต่ออีก 1 ปี เพื่อสืบทอดตำแหน่งอธิการิณีแห่งอารามคิลแดร์ต่อไป “เพื่อเป็นการจารึกชื่อของเธอไว้ในพงศาวดารของไอร์แลนด์” Ger Moane อธิบาย
หลังจากนั้น 1 ปี ดาร์ลูห์ดาชสิ้นใจในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 526 ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของบริจิดพอดิบดี ทำให้ทั้งคู่ได้รับการระลึกถึงในวันฉลองเดียวกันมาจนถึงปัจุบ้น
แม้ว่าเรื่องราวของบริจิดและดาร์ลูห์ดาชจะถูกเขียนขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตไปกว่า 100 ปี อาจจะไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด แต่ Ger Moane บอกกับ GCN เอาไว้ว่า “ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในเรื่องราวนั้นก็ยังคงมีอยู่บ้าง ดาร์ลูฟ์ดาชเป็นคู่ชีวิตของบริจิดอย่างแน่นอน”
Imbolc วันเฉลิมฉลองของเพแกนและบริจิด
Imbolc เทศกาลแห่งไฟของชาวเพแกน เริ่มต้นทุกๆ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ยาวไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตก ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ตามประเพณีของชาวเคลต์ เช่นเดียวกับ Samhain (Halloween) และ Bealtaine (May Day) นั่นเอง
Imbolc เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างครีษมายัน และ วิษุวัต ในวันนี้ ถือเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเทพีบริจิดแห่งเพแกนด้วยเช่นกัน ในช่วงเวลาหลายร้อยปีผ่านมานั้นเอง ก็ได้มีการรับเอานักบุญบริจิดเข้ามาเฉลิมฉลองด้วยเช่นกัน
การเฉลิมฉลอง Imbolc ของเพแกนและการเฉลิมฉลองวันนักบุญบริจิดของศาสนาคริสต์สามารถพบได้ในการเฉลิมฉลองอิมโบลกในยุคปัจจุบัน ผู้ร่วมเฉลิมฉลองบางครั้งทำไม้กางเขนบริจิดจากต้นกก รวมถึงตุ๊กตาข้าวโพดหรือรูปปั้นบริจิดด้วย
สัญลักษณ์ของนักบุญบริจิด
สัญลักษณ์ของบริจิดคือไม้กางเขนที่ทำจากกก เช่นเดียวกับที่ใบแชมร็อกเกี่ยวข้องกับนักบุญแพทริก ไม้กางเขนเรียบง่ายนี้เกี่ยวข้องกับบริจิด เธอถักทอไม้กางเขนนี้จากกกสีเขียวที่ใช้ทำเป็น “พรม” บนพื้นบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านขณะที่เขากำลังจะตาย เธออธิบายถึงชีวิตและความตายของพระเยซู เมื่อเขาได้ฟังเรื่องราวของเธอ เขาขอรับบัพติศมาก่อนตาย ประเพณีการถักทอไม้กางเขนของบริจิดสืบทอดกันมาทั่วไอร์แลนด์และในส่วนอื่นๆ ของโลก
ตามประเพณีแล้ว จะมีการถักทอไม้กางเขนใหม่ในวันนักบุญบริจิดทุกวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ไม้กางเขนเก่าจะถูกเผา บางคนเชื่อว่าการเก็บไม้กางเขนไว้บนคานหลังคาจะช่วยปกป้องบ้านจากไฟไหม้และโรคภัย ในสมัยของบริจิด บ้านส่วนใหญ่มุงด้วยฟางและหลังคาไม้ ไม้กางเขนยังถูกวางไว้ใต้ชายคาโรงนาหรือในคอกวัวเพื่อปกป้องสัตว์ด้วย
Photo by Haley Owens on Unsplash
แม้ว่าเรื่องราวของ Saint Brigid จะถูกเล่าขานอยู่แค่เพียงปฏิหารย์ และในพื้นที่เฉพาะกลุ่ม แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว เธอคืออีกหนึ่งบุคคลที่เป็นแบบอย่าง ทั้งการเป็นหญิงสาวผู้ไม่ยอมจำนนต่อสังคมชายเป็นใหญ่ ผู้ที่กล้ายืนหยัดเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ว่าไม่ได้เป็นบาป และความรักระหว่างเธอกับหญิงสาวไม่ใช่เรื่องที่จะถูกลบเลือน
Happy Feast of Saint Brigid & Darlughdach of Kildare
Resources:
- https://qspirit.net/brigid-darlughdach-saint-soulmate/
- https://gcn.ie/st-brigid-queer-icon-irish-community/
- https://digitalcommons.du.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1026&context=undergraduate_theses
- https://en.wikipedia.org/wiki/Imbolc
- https://en.wikipedia.org/wiki/Brigid_of_Kildare
- https://en.wikipedia.org/wiki/Dar_Lugdach
- https://www.britannica.com/biography/Saint-Brigit-of-Ireland
- https://brigidine.org.au/about-us/our-symbols/
- https://www.cta-usa.org/perspectives/st-brigid-of-kildare-patroness-of-reproductive-justice
- https://feminismandreligion.com/2025/01/08/st-brigid-reproductive-justice-and-the-realms-of-the-miraculous-by-elanur-williams/
- https://www.history.com/articles/imbolc
- https://www.bitesize.irish/blog/what-is-imbolc/
- Horner, Lora Lynn, “How The ‘Abortion Miracle’ Motif In Medieval Irish Hagiographies Structured Gender Roles In Relation To Female Reproductivity And Sexual Sin” (2018). Essential Studies UNDergraduate Showcase. 19.
https://commons.und.edu/es-showcase/19 - Originally published October 2009 as part of the Dictionary of Irish Biography
Last revised October 2009
https://doi.org/10.3318/dib.002412.v1
Cover Image: IRL 2025; Brigid of Kildare; Graffiti in the Republic of Ireland; June 2025 Republic of Ireland photographs, Qwertzu111111, [wikimedia.org], licensed under the Creative Commons Attribution-Share Alike 4.0 International license