ถ้าหากคุณเป็นเคยรับชมผลงานไซไฟชวนหัว Rick and Morty หรือแอนิเมชั่นสำหรับผู้ใหญ่หลายๆ เรื่อง แล้วเกิดความรู้สึกหลังดูว่าพล็อตเรื่องเหล่านั้นโคตรเจ๋งและสร้างความบันเทิงให้เป็นอย่างมาก แต่จะมีบ้างไหมที่ตัวเอกของเรื่องจะมีอัตลักษณ์เควียร์ หากคุณกำลังหาภาพยนตร์แอนิเมชั่นเควียร์สักเรื่องอยู่ เราอยากชวนให้คุณเปิดใจกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากออสเตรเลีย Lesbian Space Princess (2025) ผลงานจาก Emma Hough Hobbs (she/they) และ Leela Varghese (she/her) ที่พกความเควียร์มาเต็มพิกัด
Lesbian Space Princess ภาพยนตร์แอนิเมชันแนวไซไฟ-คอมเมดี้จากออสเตรเลีย ที่ผู้กำกับร่วมอย่าง Leela Varghese ได้ให้สัมภาษณ์ภายในพิธีเปิดเทศกาลภาพยนต์ Bangkok LGBTIQ+ Film Festival ครั้งที่ 2 โดย Baturu องค์กรวัฒนธรรมเพื่อสตรีและกลุ่มคนเพศหลากหลายร่วมกับสถานทูตออสเตรเลีย ว่า “ฉันอยากบอกเล่าเรื่องราวความสุขของเควียร์ (Queer Joy) โดยที่ไม่ต้องมุ่งเน้นไปที่แค่ประเด็นของการเปิดเผยตัวตน (Coming Out) แต่เพียงอย่างเดียว”
ถึงเวลาเควียร์ตะลุยจักรวาล
นอกเหนือจากการออกแบบลายเส้นด้วยสีสันอันฉูดฉาดแล้ว แอนิเมชั่นเรื่องนี้ยังโดดเด่นด้วยมุกตลกโปกฮาสุดขั้ว ซึ่งแน่นอนว่าไม่เหมาะกับผู้ชมที่เป็นผู้เยาว์ เต็มไปด้วยการจิกกัดสังคมชายเป็นใหญ่และการยึดติดกับระบบเพศแบบทวิลักษณ์ (Gender Binary) ไปจนถึงการทำความเข้าใจและค้นหาคุณค่าของตัวเอง ซึ่งผู้กำกับต้องการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการรับมือกับความวิตกกังวล การเยียวยาบาดแผลทางจิตใจของตัวเอง และการเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ซึ่งหลายๆ ครั้ง สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เควียร์หลายคนมองข้ามไป จนโหยหาความรักและการยอมรับจากภายนอก แม้ว่าอาจจะต้องแลกกับการอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษก็ตาม
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าเสน่ห์ของผลงานศิลปะที่รังสรรค์จากฝีมือมนุษย์มีคุณค่าและมีความหมายในตัวเสมอ เห็นได้จากการที่ทีมงานตั้งใจสร้างโลก Queernormative สีลูกกวาดนี้ขึ้นมาตั้งแต่การออกแบบตัวละคร การสร้างภาพเคลื่อนไหวและการแต่งเพลงประกอบ แม้ว่าจะมีงบประมาณในการสร้างจำกัด
อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Lesbian Space Princess คือการรวบรวมความแตกต่างหลากหลายจากคนในคอมมูผู้มีความแตกต่างหลากหลายทางเพศและผู้คนชายขอบที่ไม่ใช่ผิวขาว (People of Colour; POC) มาไว้ในผลงานชิ้นนี้อย่างเต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็น
- เจ้าหญิง Saira ให้เสียงพากย์โดย Shabana Azeez (she/her) นักแสดงจากซีรีส์การแพทย์ The Pitt
- ราชินี Leanne ให้เสียงพากย์โดย Jordan Raskopoulos (she/her) คอเมเดี้ยนและนักแสดงทรานส์เลสเบี้ยน
- ราชินี Anne ให้เสียงพากย์โดย Anne Madeleine Sami (she/they) นักแสดงเควียร์จากซีรีส์ Deadloch
- Kiki นักล่าค่าหัวฉายาจอมทำลายล้าง ให้เสียงพากย์โดย Bernie Van Tiel (she/they) นักแสดงและแรปเปอร์เควียร์ที่พยายามนำเสนอภาพตัวแทนของ Queer POC ผ่านผลงานรูปแบบต่างๆ
- Willow ให้เสียงพากย์โดย Gemma Chua-Tran (she/they) นักแสดงเควียร์ผู้ถ่ายทอดบทตัวละครแซฟฟิคจากซีรีส์ Heartbreak High
- Blade แดร็กควีนลึกลับ ให้เสียงพากย์โดยแดร็กควีนตัวจริงเสียงจริงอย่าง Kween Kong (she/her in Drag) และ he/him (Out of Drag) ผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul’s Drag Race Down Under ในปี 2022 และ RuPaul’s Drag Race Global All Stars ในปี 2024
ท่ามกลางเกย์แล็กซีอันกว้างใหญ่ไพศาล สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าได้สนใจให้ค่ากับความเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้จาก Straight White Maliens ที่โลกหมุนรอบตัวเอง เพราะแก่นของ Lesbian Space Princess คือผลงานเควียร์ โดยเควียร์และเพื่อเควียร์
Live, Laugh, Lesbian
Lesbian Space Princess เล่าเรื่องราวของเจ้าหญิง Saira แห่ง Clitopolis ดวงดาวที่ปกครองแบบมาตาธิปไตย ทายาทของราชินี Leanne ผู้ครองราชย์เคียงคู่กับราชินี Anne ทั้งคู่เปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามของเจ้าหญิงไซร่า พวกเขาต่างเป็นที่รักของทุกคนเพราะนิสัยชื่นชอบการสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ เพราะความรักสนุกที่มาพร้อมกับการจัดปาร์ตี้อยู่เนืองๆ จนไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูกสาวของราชินิทั้งสอง ทำให้เจ้าหญิง Saira โหยหาที่พึ่งทางใจ เกิดเป็นความรักแบบปุ๊ปปั๊ปกับนักล่าค่าหัว Kiki
แม้ความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นได้ไม่นาน แต่ก็ทรงพลังมากพอที่จะให้เจ้าหญิงตัดสินใจออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองเพื่อท่องอวกาศเป็นครั้งแรก เพื่อไปช่วยอดีตแฟนของเธอที่กำลังตกอยู่ในอันตรายจากชายแท้ตัวฉกาจที่ถูกขนานนามว่า Straight White Maliens โดยจับพลัดจับผลูร่วมทางไปกับยานจิตวิญญาณชายแท้ที่มีชื่อแผลงมาจากมุกตลกเล่นคำอย่าง Problematic Ship
ทว่าอุปสรรคอันใหญ่หลวงของเจ้าหญิงไซร่าไม่ใช่การผจญภัยในห้วงอวกาศ แต่เป็นการที่เธอยังไม่สามารถเรียกสิ่งสำคัญที่สุดในภารกิจนี้ ได้แก่ ขวานลาบริสหรือขวานสองหัว อาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเชื้อพระวงศ์แห่งดาว Clitopolis ออกมาได้สักที ความผิดหวังในตัวเองค่อยๆ กัดกินจิตใจของเธอหลังจากล้มเหลวไม่เป็นท่ามาครั้งแล้วครั้งเล่า
ระหว่างการเดินทาง เจ้าหญิงไซร่าได้รู้จักกับ Willow ศิลปินอัตลักษณ์ไบเซ็กช่วล อดีตสมาชิกวง Gay Pop ชื่อดังแห่งเกย์แล็กซี่ที่โหยหาตัวตนอันเป็นอิสระ ซึ่งกลายเป็นเพื่อนใหม่ที่มาช่วยตามหา Blade แดร็กควีนลึกลับเจ้าของคลับที่อ้างว่าสามารถทำให้ไซร่าเรียกอาวุธประจำกายของตัวเองออกมาได้
ภาพยนตร์มีการสอดแทรกสัญลักษณ์ของชุมชนเควียร์ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้คู่สีจากธงอัตลักษณ์แซฟฟิคของรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อาทิ บันทึกของเจ้าหญิง Saira ที่มีการนำเสนอภาพธง Sunset Lesbian Pride Flag ที่เป็นธงอัตลักษณ์เลสเบี้ยนในปัจจุบัน ไปจนถึงการนำองค์ประกอบของอดีตธงอัตลักษณ์เลสเบี้ยน ชื่อ The Labrys Lesbian Flag มาใช้ในการออกแบบตัวละครเจ้าหญิงไซร่า ทั้งการเลือกใช้สีม่วง สามเหลี่ยมคว่ำสีดำและความเชื่อมโยงกับขวานสองหัว อาวุธที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของเพศหญิงจากตำนานของเทพีอาร์เทมิสและนักรบหญิงแห่งเผ่าแอมะซอน
ท้ายที่สุดแล้ว บทเรียนสำคัญที่สุดที่เจ้าหญิง Saira จะได้รับจากการเดินทางข้ามจักรวาลคือการรู้จักที่จะรักและโอบรับในตัวตนของตัวเองที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตามค่านิยมของสังคมจากการเอาชนะความกลัวที่คอยครอบงำจิตใจเธอมาตลอด เพราะพวกเราทุกคนต่างมีคุณค่าในตัวเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องรอคอยการเติมเต็มจากผู้อื่น อัตลักษณ์เควียร์ที่เราเป็นก็เช่นเดียวกัน
You are queer enough! You are ENOUGH!