The Last Dinner Party ปล่อยซิงเกิลใหม่ Knocking at the Sky ส่งท้ายอัลบั้ม From The Pyre (Deluxe)

| |

หลังจากที่ The Last Dinner Party ปล่อยอัลบั้ม From The Pyre ไปเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา ล่าสุดพวกเขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้มดีลักซ์ของ From The Pyre ที่อัญเชิญเพลง Big Dog เพลงที่พวกเขาใช้แสดงสดแต่ยังไม่เคยถูกบรรจุในอัลบั้มไหนมาก่อน และเพลงใหม่ที่ปล่อยออกมาพร้อมกับอัลบั้มดีลักซ์นี้อย่าง Knocking at the Sky นั่นเอง

สำหรับเพลงใหม่อย่าง Knocking at the Sky นั้น พวกเขาพาทุกคนดำดิ่งเข้าไปสู่เข้าไปสู่โลกสไตล์ภาพยนตร์กอธิค ที่ในครั้งนี้ได้ร่วมงานกับ Henry Spychalski และได้โปรดิวเซอร์มือทองอย่าง Animesh Raval โดยทางวงเลือกที่จะหยิบเอาประสบการณ์ตรงจากการเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกามาถ่ายทอดเป็นเรื่องเล่าสุดระทึก

ความน่าสนใจของ “Knocking at the Sky” คือการพัดพาผู้ฟังออกจากกรอบเดิม ๆ แล้วดิ่งลึกเข้าไปสู่โลกสไตล์กอธิคภาพยนตร์ (Cinematic Gothic) ซึ่งต่างจากงานก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เพลงนี้แต่งขึ้นโดยสมาชิกทุกคนในวงร่วมกับ Henry Spychalski และได้โปรดิวเซอร์มือทองอย่าง Animesh Raval มาร่วมงาน โดยพวกเธอเลือกที่จะหยิบเอาประสบการณ์ตรงจากการเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกามาถ่ายทอดเป็นเรื่องเล่าสุดระทึก

The Last Dinner Party - Knocking at the Sky

Abigail Morris นักร้องนำของวงได้เปิดเผยความรู้สึกเบื้องหลังบทเพลงนี้กับ Jack Saunders จาก Radio 1’s New Music Show with Jack Saunders ไว้อย่างน่าสนใจว่า “มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่เราต้องใช้เวลาอยู่ในแอลเอแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ สำหรับฉันแล้วมันเป็นสถานที่ที่บ้าบอมาก มันให้ความรู้สึกมหัศจรรย์ในแง่ที่สวยงาม แต่มันก็มีความน่ากลัวและดูเหนือธรรมชาติอยู่ด้วย ฉันเลยอยากเขียนเพลงที่บอกเล่าตำนานแบบอังกฤษเกี่ยวกับการไปอยู่ในลอสแอนเจลิส จากมุมมองนั้นมันเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับฮอลลีวูด ชื่อเสียง และความพิลึกพิลั่นของแอลเอ”

ขณะที่ Georgia Davies มือเบสของวงช่วยเสริมว่า “มันเหมือนมีสภาพอากาศและวัฒนธรรมย่อยที่แปลกประหลาดเป็นของตัวเอง แล้วคุณจะพบว่าตัวเองโดนวิถีชีวิตแบบแอลเอกลืนกินไปเลย พอจู่ ๆ กลับมาลอนดอน แค่ต้องเดิน 15 นาที คุณจะเริ่มรู้สึกแบบ ฉันต้องการรถยนต์แล้วล่ะ หรือคิดถึงเครื่องปรับอากาศขึ้นมาทันที”

ทางด้านดนตรี Emily Roberts มือกีตาร์ได้เล่าถึงเหตุผลที่เพลงนี้กลายมาเป็นหมุดหมายสุดท้ายของอัลบั้มว่า “ฉันคิดว่าเพราะมันเป็นเพลงที่ใช้เวลานานที่สุดกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ มันผ่านการปรับเปลี่ยนมาหลายเวอร์ชันมาก และพวกเราก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ลงตัวตอนที่อัดเสียงอัลบั้มชุดที่สองเสร็จ จนกระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อนพวกเราได้กลับเข้าสตูดิโออีกครั้งเพื่อทำมันให้เสร็จร่วมกับโปรดิวเซอร์ Animesh Raval ซึ่งฉันคิดว่าผลลัพธ์มันออกมาดีมากๆ พวกเราภูมิใจกับมันมาก”

ทางวงยังได้ขยายความถึงคอนเซปต์ภาพรวมของซิงเกิลนี้ไว้ด้วยว่า “Knocking at the Sky คือเรื่องเล่าสุดท้ายจาก From The Pyre หลังจากที่พวกเราสร้างอัลบั้มเกี่ยวกับการเล่าเรื่องและการสร้างโลกจำลองขึ้นมา พวกเราคิดว่ามันเหมาะสมแล้วที่จะจบองก์นี้ด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกแห่งตำนานอันแสนน่ากลัว นั่นก็คือลอสแอนเจลิส ฮอลลีวูดคือเทพนิยายขั้นสุดยอด เดิมพันของมันอยู่ในระดับที่เหนือจริง ภูมิประเทศก็ดูควบคุมไม่ได้และดูปลอมเปลือก แถมมันยังเต็มไปด้วยตัวละครราวกับหลุดมาจากนิทานกริมม์ที่ทุกคนต่างดิ้นรนและต่อสู้ท่ามกลางการเดินทางของฮีโร่ในแบบของตัวเอง”

ไม่เพียงแค่ตัวเพลงเท่านั้นที่ทรงพลัง แต่มิวสิกวิดีโอที่กำกับโดย Sinclair Bryant ก็ทำออกมาได้น่าทึ่งไม่แพ้กัน โดยตัววิดีโอสร้างขึ้นเพื่อคารวะความคลาสสิกของหนังแนวฟิล์มนัวร์ยุคเก่า ภาพยนตร์แนวสยองขวัญไล่เฉือดย้อนยุค และภาพยนตร์ใต้ดินของ John Waters ซึ่งช่วยขับเน้นความหลอนปนเซ็กซี่ของบทเพลงให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

สตรีมอัลบั้ม From The Prye (Deluxe) จาก The Last Dinner Party ได้เลยที่ https://tldp.lnk.to/ftpdeluxe

Previous

[Exclusive Interview] ชวน hongjoin พูดคุยเกี่ยวกับเส้นทางดนตรี กับการถ่ายทอดความรักและการเติบโตผ่านกลไกเวลาในอัลบั้ม ‘CLOCKWORK’