Alien Earth ซีรีส์ความยาว 8 ตอน ที่เริ่มฉายบน Disney+ Hotstar เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา บอกเล่าเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ในภาพยนตร์ Alien ของ Ridley Scott ในปี 1979 ซึ่งผู้สร้างอย่าง Noah Hawley ต้องการที่จะให้ซีรีส์เชื่อมโยงกับภาพยนตร์แฟรนไชส์สุดคลาสสิค ในขณะเดียวกัน ก็พร้อมที่จะพาไปสำรวจในเรื่องราวที่ยังไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน อาจจะเรียกได้ว่า FX’s Alien: Earth เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ทะเยอทะยานที่สุดของ FX และตัวของโนอาห์เองก็มีการวางแผนในระยะยาวสำหรับเล่าเรื่องราวในหลายซีซั่นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เขาต้องการให้แฟนๆ ค่อยๆ ปรับตัวกับเรื่องราวใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในซีรีส์ชุดนี้ ด้วยการเริ่มต้นจากสิ่งที่ผู้ชมคุ้นเคย นั่นก็คือ “เหล่าหุ่นยนต์” นั่นเอง
ถ้าหากบอกว่า Alien Earth เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของเด็กๆ ที่ติดอยู่ท่ามกลางดงสัตว์ประหลาดและเครื่องจักรกลก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เด็กๆ ที่ว่านั่นอาจจะไม่ใช่เด็กจริงๆ เพราะว่าพวกเขาคือ Synthetic hybrids ที่มีร่างกายเป็นหุ่นยนต์ แต่มีจิตสำนึกของเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการการทดลองของ Prodigy Corporation และผลลัพธ์ที่ได้คือความบริสุทธิ์แบบใหม่ที่ต้องเผชิญหน้ากับระบบทุนนิยมและสิ่งมีชีวิตกระหายเลือดแห่งห้วงจักรวาลอย่าง Xenomorph
ยินดีต้อนรับ The Lost Boys ไฮบริดจาก Prodigy
สำหรับแฟรนไชส์ Alien ทุกคนอาจจะเคยเห็นกับหุ่นยนต์ที่หน้าตาเหมือนมนุษย์ที่รู้จักกันในชื่อ Synthetics มาตลอด เช่น Ash ใน Alien ภาคแรก, Bishop ใน Aliens, David ใน Prometheus และ Andy ใน Alien: Romulus โดยใน Alien: Earth ทุกคนก็จะยังได้พบกับหุ่นยนต์ที่มีเลือดสีขาวเหมือนน้ำนมเช่นเดิม แต่ทุกคนจะได้พบเห็นหุ่นยนต์รูปแบบอื่นๆที่แตกต่างกันออกไป ทั้ง Cyborgs มนุษย์ที่ได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วยเครื่องจักร และ Hybrids ร่างเทียมที่มีจิตสำนึกที่ถูกอัปโหลดมาจากร่างของมนุษย์จริง
ทุกคนอาจจะยังไม่เคยพบกับ Hybrids ในจักรวาล Alien เพราะว่าพวกเขาเกิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่เริ่มต้นเรื่องราวใน Alien: Earth และไฮบริดเหล่านี้ ถือเป็นผลงานของ Boy Kavalier ซีอีโอของ Prodigy Corporation คู่แข่งระดับโลกของ Weyland-Yutani นายทุนที่อยู่เบื้องหลังการนำอสุรกายสุดอันตรายมาทดลองเพื่อแสวงหากำไร
สำหรับ Hybrids ที่เป็นการอัปโหลดจิตสำนึกเข้าสู่ร่างเทียมนั้น กลุ่มแรกมาจากเด็กๆ ที่ป่วยหนักในระยะสุดท้าย และอาสาเข้าร่วมการทดลอง บอย คาวาเลียร์ ตั้งชื่อเล่นให้กับกลุ่มนี้ว่า “The Lost Boys” แม้ว่าพวกเขาจะประกอบด้วยเด็กทั้งชายและหญิงก็ตาม และตั้งชื่อใหม่ให้พวกเขาจากตัวละครแฟนตาซีของ J.M. Barrie ใน Peter Pan “บอยคิดว่า ‘ร่างกายเหล่านี้ที่มีจิตสำนึกเด็กๆ เป็นสมบัติของฉัน เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความเป็นอมตะที่กำลังถูกพัฒนา จึงขอสงวนสิทธิ์ในการตั้งชื่อ’” Noah Hawley ผู้สร้างซีรีส์ชุดนี้กล่าว
“ผมมีสัญชาตญาณว่าปีเตอร์แพนเป็นอุปมาอุปไมยคลาสสิกเกี่ยวกับการเติบโตของเด็กๆ พอผมอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็นึกขึ้นได้ว่า ‘นี่มันเรื่องสยองขวัญชัดๆ’” โนอาห์กล่าว “มันมืดมนสุดๆ เลย ปีเตอร์แพนนี่แทบจะเป็นพวกต่อต้านสังคมเลยนะ เขาเป็นเด็กหลงทางที่ไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่ แต่แน่นอนว่าเราต้องโตเป็นผู้ใหญ่ถ้าอยากจะมีชีวิตรอดบนโลกที่ร้อนและชื้นแฉะใบนี้”
คำถามต่อไปว่า เมื่อเหล่าเด็กๆ ถูกอัปโหลดจิตสำนึกเข้าไปในร่างเทียม จะเกิดอะไรขึ้น โนอาห์กล่าวว่า “เมื่อเด็กๆ ถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมการทดลองทางการแพทย์นี้ พ่อแม่ต้องยกเด็กให้กับพวกเขา และไม่มีวันที่จะได้เจอเด็กๆ อีก” นั่นหมายความว่า เด็กๆ เหล่านี้ ไม่สามารถกลับไปหาพ่อแม่ของพวกเขาได้อีก กลายเป็นเด็กหลงทางที่ไร้อ้อมกอดของพ่อแม่
เหล่า The Lost Boys ที่ทุกคนกำลังจะได้พบใน Alien Earth นั้น โนอาห์รู้สึกว่ามันสามารถกลายเป็นอีกเส้นเรื่องหนึ่งที่เล่าเรื่องราวย้อนกลับไปสู่ภาพยนตร์ต้นฉบับ โดยเฉพาะใน Aliens ภาคสอง “ผมมีแนวคิดเรื่อง Peter Pan และผมก็คิดว่า ‘แล้วในหนังสองภาคแรกมีอะไรแบบนี้บ้างไหม’” เขากล่าว “ในหนังของ James Cameron คุณมี Newt ที่เป็นเด็กจริงๆ และคุณก็มี Hudson ใน Aliens ภาคสอง ที่อาจจะเป็นตัวละครที่ทำตัวเป็นเด็กมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์” เขายังเสริมต่อด้วยว่า “นั่นเป็นการบรรจบกันของคนที่เป็นผู้ใหญ่ที่ทำตัวเหมือนเด็ก และเด็กที่ทำตัวฉลาดกว่าผู้ใหญ่ทุกคน และผมก็คิดว่า ‘อ้อ นี่แหละ มันอยู่ในนั้น’”
โนอาห์ต้องการที่จะเล่าเรื่องราวของฮีโร่ผู้ไร้เดียงสาอย่างกลุ่ม Lost Boys โนอาห์เปิดเผยว่า กลุ่มเด็กหลงพวกนี้จะอ่อนไหวเป็นพิเศษ หากพวกเขารู้ว่าความอ่อนแอเป็นอย่างไร ก่อนที่จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่ง “เด็กๆ มักมีจิตใจที่สูงส่ง โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เคยเจ็บป่วย พวกเขามีสติปัญญาและความรู้สึกที่เกินวัย” โนอาห์กล่าว
“ผมคิดว่ามันน่าสนใจที่จะพาเด็กๆ ที่มีจิตใจที่บริสุทธิ์เหล่านี้เข้าสู่จักรวาลแห่งศีลธรรมอันซับซ้อน ที่สร้างขึ้นจากบาปของลัทธิทุนนิยม และมหาเศรษฐีพันล้านคนนี้ที่ยังเป็นเด็กอยู่”
ทำความรู้จักกับกลุ่ม Lost Boys
ผู้นำของกลุ่ม Lost Boys คือ Wendy (รับบทโดย Sydney Chandler) เด็กที่อ่อนแอและเจ็บออดๆ แอดๆ เธอตัดสินใจที่จะทิ้งร่างเดิมและย้ายเข้าไปในร่างเทียมที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งไม่สามารถแก่ตัวลงได้ นอกจากนี้แล้วยังมีพลังเหนือมนุษย์ ทั้งแข็งแกร่งและทนทานกว่ามนุษย์ธรรมดาที่มีสุขภาพร่างกายดีที่สุด
นอกจาก Wendy แล้ว ใน Alien Earth ยังจะพาคุณไปพบกับ Peter Pan นั่นคือ บอย คาวาเลียร์ ชายหนุ่มผู้ร่ำรวยที่ไม่ได้มีใครเชื่อว่าเขาจะมีเจตนาในการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างแท้จริง การทดลองของเขาไม่ได้แค่ต้องการจะช่วยชีวิตเด็กที่ป่วย แต่ต้องการพิสูจน์แนวคิดสำหรับร่างที่เขาสามารถเข้าไปอยู่ได้ เมื่อแก่ตัวลง
แน่นอนว่าชื่อของ บอย คาวาเลียร์ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชี้ให้เห็นชัดเจนได้ว่า “มีบางอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเกี่ยวกับคนนี้ที่เป็นเด็กในร่างผู้ใหญ่ และเขาก็เป็นสัญลักษณ์ของมหาเศรษฐีที่พัฒนาขึ้นมาในโลกสมัยใหม่ แล้วมันก็มีบางอย่างในชื่อนั้นที่ผมชอบด้วย” Samuel Blenkin อธิบายถึงตัวละครของเขาว่า “ผมคิดว่าเขาสนุกกับการบงการคนอื่น และผมก็คิดว่าเขาสนุกกับความรู้สึกที่เขาได้รับเมื่อเขาสร้างสรรค์บางสิ่งขึ้นมาในรูปแบบที่ไม่ใช่อารมณ์ แปลกมากที่ผมคิดว่าเขาเป็นศิลปินและนักสร้างสรรค์มากกว่านักวิทยาศาสตร์”
Curly เปรียบเสมือนพี่สาวคนโตของไฮบริดคนอื่นๆ คนที่มารับบท Curly คือ Erana James กล่าวว่า “เธอกำลังพุ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มที่สู่ชีวิตใหม่นี้และไม่หันกลับไปมอง” แม้จะผ่านเรื่องราวที่เลวร้ายมาหรืออาจเป็นเพราะสิ่งที่เธอผ่านมา Curly มองโลกแง่บวกและไม่อยากที่จะจมอยู่กับเรื่องแย่ๆ เธอเสริมต่อด้วยว่า “เธอเป็นเด็กที่ป่วยหนักมากตอนที่เธอยังเด็ก และอายุขัยของเธอไม่นานนัก และเธอได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”
Tootles รับบทโดย Kit Young จาก Shadow and Bone เขากล่าวว่า “พวกเรากำลังเล่นเป็นเด็กเหล่านี้ที่ไม่รู้ตัวว่าพวกเขากำลังถูกเอาเปรียบ” แต่สำหรับตัวละครของเขาอย่าง Tootles ก็ไม่ได้เรียกตัวเองตามชื่อที่ Prodigy ตั้งให้เขา เพราะมันไม่ใช่ตัวตนของเขา “เราไม่ได้ถูกเชิญไปงานปาร์ตี้ที่เราคิดว่าเราถูกเชิญ แต่เราทุกคนอายุแค่ 8 – 12 ปี เพราะงั้นเราไม่รู้ แล้วพัฒนาการของเราที่ดำเนินไปในขณะที่เราเริ่มที่จะได้สัมผัสกับสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ แต่แล้วก็ถูกโยนเข้าสู่เขตสงครามอย่างกะทันหัน มันเป็นตัวกำหนดการเติบโตของเราอย่างมาก”
Slightly รับบทโดย Adarsh Gourav ซึ่งตัวละครนี้ ในตอนที่ยังเป็นเด็ก เขาชื่อ Arush และมาจากครอบครัวที่แตกแยก นักแสดงกล่าวว่า “ผมคิดว่าเส้นทางตัวละครของเขาคือการมองหาการไถ่บาปในบางสิ่งบางอย่าง ที่ผมรู้สึกว่าเขาต้องการทำในสิ่งที่ถูกต้อง” Slightly มอง Wendy เป็นเหมือนพี่สาวคนโต เพราะเธออยู่มานานกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มอิจฉาเธอ เพราะเธอเป็นคนเดียวใน Lost Boys ที่มีสมาชิกในครอบครัวหลงเหลืออยู่
ซึ่งตัวของ Asarsh Gourav ชอบที่ตัวละครของเขามีพลังวิเศษที่ไร้ขีดจำกัด แต่ในทางกลับกัน “ผมคิดว่าสิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดเกี่ยวกับ Slightly คือความจริงที่ว่าเขาถูกบังคับให้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เขาต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับพลังของเขา ดังนั้นผมคิดว่าสถานการณ์นี้ในตัวมันเองกลายเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุด”
Smee เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อายุน้อยกว่า รับบทโดย Jonathan Ajayi เขาอธิบายว่า “สมีเป็นเด็กใจดีที่มีความไร้เดียงสา แต่ผมไม่คิดว่ามันเกิดจากการขาดสติปัญญา” Smee เป็นคนที่มีจิตใจเชิงบวก ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่ออยู่กับโครงเรื่องแนวสยองขวัญ มันก็อาจเป็นเรื่องแย่ได้ Slightly คือเพื่อนสนิทของเขา ที่เป็นเหมือนพี่ชายของเขา Jonathan Ajayi กล่าวว่า “ผมคิดว่าจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาก็ต่อสู้เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ผมก็คิดว่านั่นคือจุดอ่อนของเขาด้วย เพราะเมื่อสิ่งนั้นถูกท้าทาย เขาก็จะล้มเหลว และเขาจะสูญเสียความเป็นเด็กไปในระดับหนึ่ง คุณอาจจะพูดอย่างนั้น”
Nibs เป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม Lost Boys ในแง่ของจิตสำนึกของมนุษย์ นั่นจึงทำให้เธอไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นมากเท่ากับคนอื่นๆ Lily Newmark ผู้รับบทนี้อธิบายถึงตัวละครของเธอเอาไว้ว่า “เธอมีปัญหากับความเป็นจริงใหม่ของเธอมากกว่า Lost Boys คนอื่นๆ และตื่นเต้นกับความสามารถทางกายภาพใหม่ของเธอน้อยกว่า Lost Boys คนอื่นๆ”
แม้จะอายุน้อย แต่เธอก็ยังคอยสงสัยอยู่เสมอว่าชีวิตใหม่ของเธอมีความหมายอย่างไร เธอสนิทกับ Wendy และมองว่า Curly เป็นพี่สาวคนโต แต่การเป็นเด็กตัวเล็กๆ ในร่างกายของผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่ซับซ้อน Lily Newmark กล่าวเสริมว่า “มีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของเธอที่ส่งผลกระทบต่อเธอแตกต่างกันไปเพราะเธออยู่ในร่างกายไฮบริดมากกว่าที่จะเป็น ถ้าเธอยังอยู่ในร่างกายของเด็กที่เป็นมนุษย์ การตระหนักถึงสิ่งนั้นทำให้เธอตั้งคำถามว่าเธอเป็นใครจริงๆ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการแยกกันระหว่างจิตใจและร่างกาย”
การเตรียมตัวสำหรับเหล่า The Lost Boys
ในจักรวาลของ Alien ยังไม่เคยมี Hybrids เกิดขึ้นมาก่อน นั่นจึงทำให้นักแสดงที่รับบทเป็นกลุ่มเด็กหลงต้องเตรียมตัวสำหรับบทบาทนี้เป็นอย่างมาก จากบทสัมภาษณ์ของ Den of Geek นั้น พวกเขาได้บอกว่าเหล่านักแสดงต้องทำงานร่วมกับโค้ชด้านการเคลื่อนไหว Daniel O’Neil และโค้ชด้านพัฒนาการเด็ก April Beresford เพื่อทำกิจกรรมแบบเด็กๆ เช่น การทาสีหิน การร้องเพลง และการลองทำกิจกรรมแบบเด็กก่อนวัยเรียนอื่นๆ
“ในวันแรก โค้ชด้านการเคลื่อนไหวของเราวางเก้าอี้ไว้กลางห้อง เปิดเพลง และพูดว่า ‘ไปเลย’ ในตอนนั้นพวกเราทุกคนเป็นผู้ใหญ่ที่แทบจะไม่รู้จักกันเลย และตอนนี้เรากำลังเล่นเก้าอี้ดนตรี” Sydney Chandler ผู้รับบท เวนดี้ กล่าว “นั่นช่วยทำลายกำแพงทั้งหมดสำหรับพวกเราในฐานะนักแสดงและในฐานะตัวละคร ฉันคิดว่ากลุ่มเพื่อนร่วมงานทุกคนควรทำอะไรแบบนั้นเพราะมันช่วยให้คุณทิ้งอคติหรือความกลัวใดๆ ก็ตามได้”
Alien Earth ฉายในวันพุธ เริ่ม 13 สิงหาคมนี้ เวลา 7.00 น. ทาง Disney+ Hotstar
Resources:
- https://www.denofgeek.com/tv/alien-earth-noah-hawley-peter-pan/
- https://www.vanityfair.com/hollywood/story/alien-earth-fx-exclusive/
- https://collider.com/alien-earth-character-guide-set-visit/