DICE บอยแบนด์ทีพ้อพจากค่าย SONRAY MUSIC ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 10 คน ซึ่งไม่นานมานี้ได้มีการประกาศยูนิตย่อยเป็นครั้งแรกสำหรับปล่อยงานเพลงต่างสไตล์ แต่นำเสนอความสามารถอันล้นเหลือของแต่ละคนให้ได้ฉายแสงออกมาเป็นที่ประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็น DICEBLUE นำทีมโดยอเล็กซ์, เจย์, จีซัง, โอโบ และชีสที่มาพร้อมกับเพลง ‘ลองกอด (smoke)’ ผลงานโชว์พลังเสียงและท่อนแร็ปที่มีความหมายเสียดแทงให้แก่ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน
คราวนี้ถึงตาของสมาชิกในยูนิต DICERED ได้แก่ มิน, อาโป, แมดดอค, อ๊อตโต้ และเฟรม ซึ่งรังสรรค์ผลงานเพลงสุดจี๊ด ติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังกับเดบิวต์ซิงเกิลอย่าง ‘ล็อกเป้า (LOCK PAO)’ ที่เฉลิมฉลองตัวตนอันหลากหลายของศิลปินอย่างมั่นใจและทลายกรอบเพศแบบทวิลักษณ์ (Gender Binary) โดยเฉพาะการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเอ็มวี
พื้นที่ปลอดภัยในการโอบรับความหลากหลาย
โดยทั่วไปแล้วบทบาทของการเป็นบอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปมักผูกติดกับกรอบเพศแบบชายจริงหญิงแท้ที่กำหนดให้ต้องแสดงออกตามเพศกำเนิดของตัวเอง แต่เอ็มวีเพลงล็อกเป้า (LOCK PAO) กลับเพิกเฉยต่อกรอบที่กดทับและเลือกที่จะนำเสนอความลื่นไหลของอัตลักษณ์ทางเพศ
“ไม่รู้ว่าคนอื่นจ้องใคร ผมไม่สนใจ เพราะผมจ้องเล่นคุณ
ไม่รู้ว่าคนอื่นจ้องไร จ้องนู้น จ้องนี่ แต่ผมจ้องแต่คุณ”
ทันทีที่เพลงท่อนแรกขึ้น ความคาดหวังของผู้ชมจะคิดไปโดยอัตโนมัติว่า “คุณ” ที่จะสื่อผ่านทาง MV จะต้องหมายความถึงนางเอกเอ็มวี แต่สุดท้าย DICERED กลับเลือกที่จะฉีกกฎเกณฑ์ทุกอย่างทิ้งไป เพราะเป้าหมายของพวกเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพศตรงข้ามแต่เพียงอย่างเดียว และคนๆ หนึ่งไม่จำเป็นต้องดึงดูดได้แค่เพศเดียวเท่านั้น
เอ็มวีเพลงล็อกเป้ากลายเป็นที่รู้จักชั่วข้ามคืนในฐานะเพลงชาติของชาวไบเซ็กชวล (Bi Anthem) เพลงใหม่จากการนำเสนอภาพตัวแทนที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงการมีตัวตนของอัตลักษณ์ไบเซ็กชวลและแพนเซ็กชวล ซึ่งมักถูกลบเลือนตัวตนหรือโดนตีตราในแง่ลบทั้งจากในและนอกคอมมูเควียร์ โดยมีแฟนเพลงทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าวอย่างล้นหลามบนโลกออนไลน์ เพราะการได้รับการมองเห็นจากสื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างความภูมิใจในตนเองและสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้อื่น
ตั้งแต่นั้น เนื้อเรื่องของ MV ดังกล่าวก็สร้างอรรถรสใหม่ให้ผู้ชมอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดช่วงเวลา 3.25 นาที ชนิดที่ว่า DICERED ปลดปล่อยเสน่ห์ของการร้อง เล่นและเต้นออกมาได้อย่างลื่นไหลไม่ยึดติดอยู่ในกรอบเพศแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการหยอกเย้ากันระหว่างศิลปินและตัวแสดงชายหญิง รวมถึงท่าเต้นเล่นหูเล่นตาที่อ่อนช้อยสุดเฟมินีน แต่ก็เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีไลน์เต้นพริ้วไหวและชวนมองได้ขนาดนี้
สิ่งที่น่าประทับใจและชวนให้มีความหวังอย่างยิ่งคือการได้เห็นการโอบรับตัวตนของศิลปินที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน LGBTQIAN+ อย่าง อาโป-วชิรากร รักษาสุวรรณ ผู้เป็นกระบอกเสียงในการเรียกร้องปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมมาตลอด เช่นเดียวกับการรณรงค์เรื่องสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย
อาโปได้ออกมาพูดเกี่ยวกับการทำเพลงนี้บน X (Twitter) ว่าการได้เป็นตัวของตัวเองเป็นเรื่องสนุก และการได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่เป็นสิ่งควรเกิดขึ้นกับศิลปินและผู้คนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาไหน หรือสถานการณ์ใดก็ตาม
เช่นเดียวกับ อ๊อตโต้-สิปปวิชญ์ พงษ์วชิรินทร์ ที่ได้พูดคุยกับแฟนคลับผ่าน X (Twitter) หลังจากที่ MV เพลงนี้ได้ปล่อยออกมาว่า “ผมอยากให้ทุกคนรู้จักผมให้มากขึ้นกว่านี้ และอยากที่จะได้เป็นตัวของตัวเองด้วยเหมือนกัน”
ด้าน เฟรม-ธนันณัฐ สิทธิพันธุ์กุล น้องคนเล็กของยูนิตก็ได้เปลี่ยนไบโอบน TikTok ส่วนตัวด้วยอีโมจิหัวใจที่เรียงกันเป็นสีธงอัตลักษณ์ไบเซ็กชวล
ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าการตัดสินใจเปิดเผยตัวตนในฐานะผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือการ Come Out ควรเป็นสิ่งที่บุคคลนั้นๆ ได้ใช้เวลาตัดสินใจด้วยตัวเองและมีความพร้อมอย่างแท้จริง โดยไม่มีปัจจัยอื่นๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมไปกดดัน เพราะประสบการณ์ชีวิตและสภาพแวดล้อมของแต่ละคนล้วนแล้วแต่แตกต่างกัน
บางคนอาจจะอยู่ในช่วงสำรวจตัวตน ซึ่งคนๆ นั้นสามารถใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อตกผลึกถึงอัตลักษณ์ของตัวเอง บางคนอาจจะไม่จำเป็นต้องคัมเอาท์เลยสักครั้งในชีวิตก็ได้ หรือบางส่วนก็เลือกที่จะเปิดเผยตัวตนหลายครั้ง เพราะค้นพบอัตลักษณ์ใหม่ที่เป็นตัวเองมากกว่า ไม่มีอะไรตายตัวหรือผิดถูก สำคัญที่สุดคือความพร้อมของเจ้าตัวและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของคนรอบข้าง
การที่สมาชิกในวง ทีมงาน รวมทั้งแฟนคลับอย่าง PRIZE ต่างเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกันนำไปสู่การเติบโตของวง DICE ในอีกขั้น จากความกล้าที่จะค้นหาตัวตนและตำแหน่งแห่งที่ของตัวเองบนเส้นทางสายดนตรี ทำให้การแสดงออกถึงการเป็นตัวเองผ่านผลงานของพวกเขาไม่มีขีดจำกัดในการสร้างสรรค์ที่คอยปิดกั้น แม้กระทั่งกรอบเพศที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยก็ถูกล็อกเป้าและทำลายลง
นับได้ว่าผลงานของ DICERED เป็นอีกหนึ่งความสดใหม่ของวงการทีพ้อพที่น่าติดตาม โดยเฉพาะทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคตที่จะเปิดรับและผลักดันให้เกิดความกล้าในการแสดงออกถึงความแตกต่างหลากหลายของศิลปินอื่นๆ