Dry Cleaning กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มชุดที่สามที่มีชื่อว่า Secret Love หลังจากส่งซิงเกิลล่าสุดอย่าง “Joy” ออกมาเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับ Listening Party ให้แฟนเพลงในกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสฟังอัลบั้มนี้ก่อนใคร
Secret Love เปรียบเสมือนสมุดบันทึกที่บันทึกร่องรอยของมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสมาชิกทั้งสี่คน ได้แก่ Florence Shaw, Tom Dowse, Nick Buxton และ Lewis Maynard พวกเขาไม่ได้มองว่าการทำอัลบั้มนี้คือการทำงานในสตูดิโอเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้เวลาร่วมกันเพื่อค้นหาตัวตนใหม่ๆ ในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น การทำเพลงในอัลบั้มนี้เริ่มต้นขึ้น ณ ห้องซ้อมเล็กๆ ในย่าน Peckham สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก
เสน่ห์ที่เป็นลายเซ็นของ Dry Cleaning คือการที่เนื้อร้องและดนตรีเป็นองค์รวมที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ โดยเฉพาะสไตล์การนำเสนอแบบสโปเคนเวิร์ด (Spoken Word) ของ Florence Shaw ที่ถูกวางจังหวะไว้อย่างแม่นยำจนแทบจะกลายเป็นเครื่องดนตรีชิ้นที่ห้าของวง การถ่ายทอดเสียงพูดของเธอในครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่นิ่งสุขุมแต่ทรงพลัง ชวนให้นึกถึงศิลปินระดับตำนานอย่าง Laurie Anderson หรือแม้แต่ Sue Tompkins แห่งวง Life Without Buildings แต่ในขณะเดียวกันเธอก็สามารถสร้างตัวตนที่เป็นต้นฉบับในแบบของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ
สิ่งที่ทำให้ Secret Love มีมิติของเสียงที่แปลกใหม่และน่าสนใจ คือกระบวนการบันทึกเสียงที่กินเวลากว่า 1 ปีครึ่ง และผ่านการเจียระไนจากโปรดิวเซอร์และสตูดิโอชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เริ่มต้นจากการเดินทางไปที่ The Loft สตูดิโอส่วนตัวของ Jeff Tweedy ในเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา ก่อนจะย้ายไปบันทึกเสียงอย่างเข้มข้นที่ Sonic Studios ในเมืองดับลิน โดยได้ Alan Duggan และ Daniel Fox สองสมาชิกจากวง Gilla Band มาช่วยขัดเกลาความดิบของดนตรีให้แหลมคมยิ่งขึ้น
แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือช่วงโค้งสุดท้ายของการทำงานที่ Black Box Studios ณ ประเทศฝรั่งเศส พวกเขาได้ร่วมงานกับ Cate Le Bon ศิลปินและโปรดิวเซอร์มากฝีมือที่มีส่วนร่วมในผลงานของศิลปินดังอย่าง Deerhunter และ Wilco การเข้ามาของเธอนำมาซึ่งพลังบวกและความคิดสร้างสรรค์ที่เปิดกว้าง ส่งผลให้ในอัลบั้มนี้เราจะได้ยินเสียงกีตาร์สไตล์โฟล์คที่เรียบง่ายแต่กินใจ รวมถึงการร้องประสานเสียงที่ทางวงไม่เคยทำมาก่อนในผลงานชุดเก่าๆ
ในส่วนของภาคดนตรี Dry Cleaning ยังคงยืนหยัดบนพื้นฐานของดนตรีร็อก แต่มีการสอดประสานอิทธิพลของพังก์และอเมริกันฮาร์ดคอร์ยุค 80s เข้ามาอย่างมีชั้นเชิง นอกจากนี้ยังแทรกกลิ่นอายของสโตเนอร์ร็อกที่ชวนให้คนฟังจมดิ่งลงไปในบรรยากาศของโลกดิสโทเปียที่กำลังล่มสลาย ซึ่งเป็นธีมหลักที่สอดแทรกอยู่ในเกือบทุกบทเพลงในอัลบั้มนี้
สำหรับนักสะสมและแฟนเพลงชาวไทย Secret Love ไม่ได้มีให้ฟังแค่บนสตรีมมิงแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ยังมีการวางจำหน่ายในรูปแบบที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์คนรักเสียงเพลงทุกกลุ่ม ตั้งแต่แผ่นซีดี เทปคาสเซ็ต ไปจนถึงแผ่นเสียงไวนิลสีดำคลาสสิก และความพิเศษสุดสำหรับนักสะสมคือแผ่นไวนิลสี Apricot รุ่นลิมิเต็ดที่มีจำนวนจำกัด รวมถึง Bundle พิเศษ ที่มีวางจำหน่ายเฉพาะที่ HYH Records เท่านั้น