ในช่วงยุคทองของสื่อเควียร์ แต่ซีรีส์ Sapphic นับไม่ถ้วนกลับโดนแคนเซิลทิ้งอย่างน่าเศร้า

| | ,

ในยุคที่ “ความหลากหลาย” เป็นคำสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงในวงการบันเทิงทั่วโลก ผู้ชมต่างคาดหวังที่จะเห็นตัวแทนของกลุ่มคนหลากหลายปรากฏบนหน้าจอมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQIAN+ จนแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ให้กำเนิดเรื่องราวที่หลากหลาย รวมถึงซีรีส์ที่มีศูนย์กลางเป็นตัวละคร LGBTQIAN+ ที่ไม่เคยมีมาก่อน 

แต่อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความเจิดจรัสของยุคสมัยนี้ กลับมีปรากฏการณ์ที่น่ากังวลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือผลงานซีรีส์ที่มีตัวละครเควียร์ผู้หญิง หรือที่มักจะเรียกว่า sapphic shows นั้น กลับต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของการนำเสนอแบบ Bury your gay tropes หรือการจัดการให้ตัวละครเควียร์ในซีรีส์นั้นหายไปด้วยเหตุที่ไม่คาดฝัน ซึ่งเป็นสิ่งเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ไปจนถึงการกำจัดเรื่องราวของตัวละครเควียร์หญิงแทนการฆ่าตัวละครทิ้งด้วยการประกาศยกเลิก (Cancellation) ไม่ทำซีรีส์ต่อในซีซั่นต่อไป หลายครั้งทำให้เรื่องราวที่ดำเนินอยู่จบแบบค้างคาไร้ข้อสรุป บางครั้งถูกตัดจบในซีซั่นแรก โดยไม่มีโอกาสให้ได้สร้างฐานผู้ชม บางส่วนได้ไปต่อในซีซั่น 2-3 แต่ถูกลดจำนวนตอนลง ก่อนจะนำไปสู่การแคนเซิลซีรีส์ในท้ายที่สุด

คำถามที่มีมาตลอดอย่างต่อเนื่องนั่นก็คือ “ทำไมซีรีส์ที่มีตัวละครแซฟฟิค ถึงถูกยกเลิกบ่อยกว่าซีรีส์ประเภทอื่นๆ” ยิ่งไปกว่านั้น สตูดิโอต่างๆ มักจะอนุมัติให้ซีรีส์ที่มีตัวละครเควียร์ผู้ชาย หรือผลงาน MLM หรือ Achillean ได้ไปต่อ มากกว่าผลงานแซฟฟิค มันเป็นเพียงแค่เรื่องของตัวเลขเงินทุนและเรตติ้งตามที่สตูดิโออ้างจริงหรือ 

ข้อมูลเชิงปริมาณยืนยันถึงความไม่สมดุลนี้ รายงาน Where We Are on TV ปี 2024-2025 ของ GLAAD ระบุว่า แม้ว่าจำนวนตัวละคร LGBTQIAN+ บนแพลตฟอร์มสตรีมมิงจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ตัวละครเควียร์จำนวนมากถึง 192 ตัวละครของทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นตัวละครแซฟฟิคกว่า 79 ตัวละคร จะไม่กลับมาในฤดูกาลถัดไปเนื่องจากการยกเลิกหรือการสิ้นสุดของซีรีส์ 

สิ่งที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือความแตกต่างในการปฏิบัติที่สตูดิโอมีต่อเรื่องราวประเภทเดียวกัน เห็นได้ว่าแต่ละแพลตฟอร์มไม่ได้ปฏิบัติต่อเรื่องราวเควียร์ทุกประเภทอย่างเท่าเทียม และมีชุดเกณฑ์การประเมินมูลค่าทางธุรกิจที่เข้มงวดและไม่เป็นธรรมต่อเนื้อหาแซฟฟิค

รายชื่อซีรีส์แซฟฟิคที่ถูกยกเลิก

ปรากฏการณ์การยกเลิกซีรีส์แซฟฟิคอย่างรวดเร็วหลังซีซันแรกหรือซีซันที่สองได้กลายเป็นรูปแบบที่ซ้ำซ้อนอย่างน่าตกใจ การรวบรวมกรณีศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นความเสี่ยงที่แทรกซึมอยู่ในทุกระดับของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ รายชื่อต่อไปนี้เน้นซีรีส์ที่มีตัวละครแซฟฟิค/WLW เป็นแกนหลักหรือเป็นตัวละครสำคัญที่ถูกยกเลิก ไม่ว่าจะเป็น

  • Everything Sucks! ซีรีส์จาก Netflix ในเซตติ้งปี 1996 ในเมือง A/V โอเรกอน กลุ่มวัยรุ่นวัยใสจากชมรมภาพยนตร์และชมรมการแสดง ต้องเผชิญความวุ่นวายของช่วงมัธยมปลาย ทั้งความรักครั้งแรก การค้นพบตัวตน และความแตกต่างระหว่างคนสองกลุ่ม โดนแคนเซิลในปี 2018 ถูกยกเลิกหลังซีซันเดียวเนื่องจาก Netflix ตัดสินใจไม่ต่ออายุ แม้จะได้รับคำวิจารณ์เชิงบวก แต่รายงานระบุว่าซีรีส์มี จำนวนผู้ชม (completion rate) ไม่สูงพอ ที่จะคุ้มค่าต่อการลงทุนสำหรับซีซัน 2
  • Sense8 ซีรีส์จาก Netflix แปดคนแปลกหน้าจากทั่วโลกที่เชื่อมโยงถึงกันทางจิตใจ พวกเขาค้นพบว่าตนเองสามารถแบ่งปันทักษะ อารมณ์ และความรู้กันได้ พร้อมเผชิญหน้ากับองค์กรลับที่ตามล่าพวกเขา โดนแคนเซิลในปี 2018 Netflix ยกเลิกหลังซีซัน 2 เพราะ ต้นทุนการผลิตที่สูงมาก (ราว 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อตอน) ทำให้ไม่คุ้มค่ากับการต่ออายุ แม้จะมีแฟนคลับเหนียวแน่น แต่มี ผู้ชมไม่มากพอ ที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วได้ อย่างไรก็ตาม Netflix ได้ทำตอนพิเศษมาปิดเรื่องราวให้
  • One Day at a Time ซีรีส์จาก Netflix ที่เล่าเรื่องราวของครอบครัวคิวบา-อเมริกัน 3 ช่วงวัย และมีตัวละครหลักเป็นเลสเบี้ยนและแฟนที่เป็นนอนไบนารี่ กลับถูก โดนแคนเซิลในปี 2019 Netflix ยกเลิกหลังซีซัน 3 จากปัญหา เรตติ้งที่ไม่สูงพอ ในแพลตฟอร์ม แม้จะถูกย้ายไปฉายต่อทางช่อง Pop แต่ก็ถูก ยกเลิกอีกครั้งหลังซีซัน 4 เนื่องจากเรตติ้งช่องเคเบิลก็ไม่ดีพอเช่นกัน
  • High Fidelity ซีรีส์จาก Hulu ที่หยิบเอานิยายของ Nick Hornby เมื่อปี 1995 และหนังของ Stephen Frears เมื่อปี 2000 มาสร้าง โดยเปลี่ยนจากเจ้าของร้านแผ่นเสียงที่เดิมเป็นผู้ชาย ให้เป็นผู้หญิงแทน เจ้าของร้านแผ่นเสียงในบรูคลิน วิเคราะห์ชีวิตและความล้มเหลวในความรักผ่านมุมมองของดนตรีและวัฒนธรรมป๊อป โดนแคนเซิลในปี 2020 Hulu ยกเลิกหลังซีซันเดียว แม้จะได้รับคำวิจารณ์เชิงบวก สาเหตุหลักมาจาก การแข่งขันที่สูง ในแพลตฟอร์มสตรีมมิง และ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ของผู้บริหาร Hulu ที่เชื่อว่าซีรีส์ไม่สามารถสร้างฐานผู้ชมในวงกว้างได้
  • I Am Not Okay With This ซีรีส์จาก Netflix ที่เล่าเรื่องราวของ ซิดนีย์ โนแวค เด็กสาววัยรุ่นที่กำลังรับมือกับความซับซ้อนของชีวิตมัธยมปลาย ปัญหาครอบครัว และการค้นพบว่าตัวเองมีพลังพิเศษที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งมักจะแสดงออกมาเมื่อเธอรู้สึกโกรธ โดนแคนเซิลในปี 2020 Netflix ยกเลิกหลังซีซันเดียว แม้จะมีการสั่งถ่ายทำซีซัน 2 แล้ว สาเหตุหลักคือ ความไม่แน่นอนของตารางการถ่ายทำ และ ปัญหาด้านงบประมาณ ที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจาก การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งส่งผลต่อการผลิต
  • Stumptown ซีรีส์ดราม่าอาชญากรรมที่ฉายซีซั่นแรกเมื่อปี 2019 ทางช่อง ABC ที่สร้างขึ้นมาจากหนังสือคอมิกในชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องราวของ เด็กซ์ พาริออส อดีตนาวิกโยธินหญิงที่มีอาการ PTSD และมีปัญหาทางการเงิน เดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อดูแลน้องชายที่เป็นดาวน์ซินโดรมและหางานใหม่เป็นนักสืบเอกชน โดนแคนเซิลในปี 2020 ABC ยกเลิกหลังซีซันเดียว แม้จะมีการต่ออายุซีซัน 2 ไปแล้ว สาเหตุคือ ปัญหาด้านตารางการผลิต ที่ซับซ้อนและล่าช้าจากผลกระทบของ COVID-19 ทำให้การถ่ายทำซีซันใหม่เป็นไปได้ยากและไม่คุ้มค่า
  • Teenage Bounty Hunters ซีรีส์จาก Netflix ที่เล่าเรื่องราวของสเตอร์ลิงและแบลร์ วิสลีย์ ฝาแฝดวัยรุ่นผู้เคร่งศาสนาจากจอร์เจีย ได้จับพลัดจับผลูมาทำงานเป็นนักล่าค่าหัวอย่างลับๆ โดยร่วมมือกับนักล่าค่าหัวมืออาชีพ เพื่อหาเงินและค้นพบความลับดำมืดของครอบครัว โดนแคนเซิลในปี 2020 Netflix ยกเลิกหลังซีซันเดียว แม้จะได้รับคำวิจารณ์ที่ดี สาเหตุมาจาก อัตราส่วนระหว่างต้นทุนการผลิตกับจำนวนผู้ชม ที่ไม่เป็นไปตามเป้าที่ Netflix กำหนด โดยซีรีส์มีผู้ติดตามที่ไม่มากพอที่จะการันตีการลงทุนในซีซันต่อไปได้
  • Genera+ion ซีรีส์จาก HBO Max กับเรื่องราวขของกลุ่มวัยรุ่นยุค Z ที่กำลังค้นหาตัวตน ความสัมพันธ์ และเรื่องเพศอย่างเปิดเผยในโลกปัจจุบัน พวกเขากล้าที่จะสำรวจและท้าทายขนบธรรมเนียมในโรงเรียนมัธยม พร้อมเผชิญหน้ากับความซับซ้อนของการเป็นวัยรุ่น โดนแคนเซิลในปี 2021 HBO Max ยกเลิกหลังซีซันเดียว เป็นส่วนหนึ่งของการ ปรับโครงสร้างองค์กร และ ลดค่าใช้จ่ายด้านเนื้อหา หลังการควบรวม WarnerMedia และ Discovery ซึ่งทำให้ซีรีส์ที่มีฐานผู้ชมเฉพาะกลุ่มถูกยกเลิกเพื่อลดภาระค่าลิขสิทธิ์
  • Motherland: Fort Salem ซีรีส์ไซไฟจาก Freeform ในโลกคู่ขนานที่แม่มดทำข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเข้ารับราชการทหาร ซีรีส์ติดตามกลุ่มแม่มดสาวสามคนขณะที่พวกเธอเข้ารับการฝึกฝนเวทมนตร์ต่อสู้ โดนแคนเซิลในปี 2021 ผู้สร้างได้ประกาศตั้งแต่การต่ออายุซีซัน 3 ว่าจะเป็นซีซันสุดท้าย เพื่อให้สามารถจบเรื่องราวได้อย่างสมบูรณ์ แต่สาเหตุที่ไม่ได้ไปต่อถึงซีซัน 4 เป็นผลมาจากเรตติ้งที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับซีซันก่อนหน้า
  • DC’s Batwoman อีกหนึ่งผลงานจาก DCCW ที่ฉายบนช่อง The CW เล่าเรื่องราวของ เคท เคน ลูกพี่ลูกน้องของบรูซ เวย์น กลับมายังก็อทแธม และก้าวเข้าสู่บทบาทซูเปอร์ฮีโร่หญิงคนใหม่ เธอต้องต่อสู้กับวายร้ายที่คุกคามเมือง พร้อมกับรับมือกับอดีตที่ตามหลอกหลอน โดนแคนเซิลในปี 2022 The CW ยกเลิกหลังซีซัน 3 เนื่องจากช่องมีการ เปลี่ยนเจ้าของ (จาก Warner Bros. และ Paramount ไปเป็น Nexstar) และมีการ ปรับนโยบายด้านงบประมาณ โดยลดการผลิตซีรีส์ที่มีต้นทุนสูงลงอย่างมาก
  • DC’s Legends of Tomorrow อีกหนึ่งผลงานจาก DCCW ที่ฉายบนช่อง The CW กลุ่มฮีโร่ที่เดินทางข้ามเวลาจากจักรวาล DC มารวมตัวกันเพื่อแก้ไขความผิดพลาดของเวลาและป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น พวกเขาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างวุ่นวายและกลายเป็นครอบครัว โดนแคนเซิลในปี 2022 The CW ยกเลิกหลังซีซัน 7 เนื่องจากการ เปลี่ยนเจ้าของช่อง และ ปรับลดต้นทุนการผลิต อย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณสำหรับซีซันต่อไปได้ การยกเลิกเป็นไปอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน
  • Everything is Gonna Be Okay ผลงานจาก Hulu นิโคลัส ชายหนุ่มชาวออสเตรเลีย ต้องกลายเป็นผู้ปกครองของน้องสาวต่างแม่สองคน คือ เจเนวีฟ และ มาทิลด้า ที่เป็นออทิสติก หลังจากการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของพ่อ พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน จัดการกับความเศร้า และความปั่นป่วนของชีวิต โดนแคนเซิลในปี 2022 Freeform ยกเลิกหลังซีซัน 2 สาเหตุหลักน่าจะมาจาก เรตติ้งที่ไม่สูงพอ ในกลุ่มเป้าหมายของเครือข่าย Freeform แม้จะได้รับคำชมด้านการนำเสนอประเด็นความหลากหลายและออทิซึม
  • First Kill ซีรีส์จาก Netflix เรื่องราวความรักต้องห้ามระหว่าง จูเลียต แวมไพร์สาวที่กำลังจะถึงเวลาฆ่าเหยื่อรายแรก และ คัลลิโอเป้ นักล่าแวมไพร์ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ ทั้งคู่ตกหลุมรักกัน แต่ต้องเลือกระหว่างความรักกับชะตากรรมของตระกูลที่ต้องเป็นศัตรูกัน โดนแคนเซิลในปี 2022 Netflix ยกเลิกหลังซีซันเดียว แม้จะมีฐานแฟนคลับและทำยอดวิวในช่วงแรกได้ดี แต่รายงานระบุว่า อัตราส่วนผู้ชมที่ดูจบ (completion rate) ต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิต ทำให้ไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนสำหรับซีซัน 2
  • Gentleman Jack ผลงานของ BBC ที่ร่วมทุนกับ HBO เล่าเรื่องราวของ Anne Lister นักไดอารี่ชาวอังกฤษนักสำรวจและเจ้าของที่ดินผู้บุกเบิกในศตวรรษที่ 19 เธอมีความรักกับผู้หญิงอย่างเปิดเผย ซีรีส์อ้างอิงจากไดอารีที่ถูกถอดรหัสของเธอ โดนแคนเซิลในปี 2022 HBO ยกเลิกหลังซีซัน 2 แม้จะมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง แต่สาเหตุหลักคือ เรตติ้งในสหรัฐฯ ไม่สูงพอ ที่จะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการผลิตร่วมกับ BBC และการแข่งขันเนื้อหาที่สูงใน HBO/HBO Max
  • Paper Girls ซีรีส์ไซไฟจาก Prime Video ที่เล่าเรื่องราวของเด็กส่งหนังสือพิมพ์ทั้งสี่คน กับการเดินทางข้ามเวลา เพื่อสำรวจและทำความเข้าใจตัวเองในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป การช่วยเหลือกันในหลายๆ แง่มุม และพาพวกเขากลับบ้านได้อย่างครบถ้วนทุกองค์ประชุม โดนแคนเซิลในปี 2022 Prime Video ยกเลิกหลังซีซันเดียว ก่อนที่ Prime Video จะทำการย้ายไปฉายต่อทาง Netflix แต่สุดท้าย Netflix ก็ตัดสินใจไม่ต่ออายุเช่นกัน สาเหตุหลักคือ จำนวนผู้ชมที่น้อยเกินไป
  • The Wilds ผลงานจาก Prime Video เมื่อเครื่องบินพาผู้หญิงวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มาจากภูมิหลังแตกต่างกันตก พวกเธอต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอดบนเกาะร้าง แต่ไม่นานพวกเธอก็พบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองทางสังคมที่ซับซ้อน โดนแคนเซิลในปี Prime Video ยกเลิกหลังซีซัน 2 แม้จะเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จในช่วงแรก แต่ Prime Video ตัดสินใจยกเลิกเนื่องจาก ผลตอบรับและเรตติ้งในซีซัน 2 ลดลง อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับซีซันแรก
  • Warrior Nun ซีรีส์แฟนตาซีจาก Netflix เรื่องราวของเหล่าซิสเตอร์นักรบ และผู้ถือครองเฮโล ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องโลกจากปีศาจร้าย โดยเรื่องราวจะเล่าผ่านมุมมองของตัวเอกอย่าง Ava Silva เด็กอายุ 19 ปี ที่ฟื้นขึ้นมาจากความตายเพราะเฮโล และต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำให้กับคณะนักบวชเพื่อต่อสู้กับปีศาจร้ายที่พยายามครอบครองโลก โดนแคนเซิลในปี 2022 Netflix ยกเลิกหลังซีซัน 2 แม้จะได้รับคะแนนวิจารณ์ที่ดีและมีฐานแฟนคลับที่พยายามรณรงค์อย่างหนัก แต่ Netflix ใช้เกณฑ์ อัตราส่วนผู้ชม/ต้นทุนการผลิต ที่ไม่ถึงเป้า
  • A League of Their Own ผลงานจากค่าย Prime Video ที่สร้างจากภาพยนตร์ชื่อดัง เรื่องราวของกลุ่มผู้หญิงที่รวมตัวกันตั้งทีมเบสบอลอาชีพหญิงในอเมริกาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเธอพยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเองในสนามกีฬาที่เคยเป็นของผู้ชายเท่านั้น พร้อมกับสำรวจเรื่องเพศและความทะเยอทะยาน โดนแคนเซิลในปี 2023 Prime Video ยกเลิกหลังซีซันเดียว ก่อนที่จะประกาศทำเป็น ซีซันสุดท้ายแบบจำกัดตอน (Limited Series) สาเหตุหลักคือ การปรับลดต้นทุนและกลยุทธ์ด้านเนื้อหา ของ Amazon ที่ต้องการเน้นซีรีส์ที่มีผู้ชมในวงกว้างกว่านี้
  • Grease: Rise of the Pink Ladies ซีรีส์จาก Paramount+ ที่เล่าเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ในภาพยนตร์มิวซิเคิลสุดโด่งดังอย่าง Grease นั่นเอง ในฉบับซีรีส์ เล่าเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องแรกถึง 4 ปี และการรวมตัวของเด็กมัธยมปลาย 4 คนที่ไม่เข้าพวกกับใคร สำรวจความรู้สึก และจุดเริ่มต้นของชาวแจ็กเก็ตชมพูในโรงเรียน Rydell High ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล โดนแคนเซิลในปี 2023 ถูกยกเลิกโดย Paramount+ เป็นส่วนหนึ่งของการ ลดค่าใช้จ่ายอย่างรุนแรง และ นำซีรีส์ออกจากแพลตฟอร์มทั้งหมด เพื่อเคลมภาษี (tax write-off) แม้จะเพิ่งฉายไปได้เพียงซีซันเดียว
  • Tuca & Bertie ผลงานซีรีส์จาก Netflix ที่ต่อมา Adult Swim รับช่วงต่อ เล่าเรื่องราวของ Tuca นกแก้วผู้ร่าเริง และ Bertie นกขับขานผู้มีความวิตกกังวล สองเพื่อนซี้ที่อยู่ในวัย 30 กว่าๆ พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันในอพาร์ตเมนต์ที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด โดนแคนเซิลในปี 2023 Netflix ยกเลิกหลังซีซันเดียว ก่อนที่ Adult Swim จะรับไปทำต่ออีก 2 ซีซัน แต่สุดท้าย Adult Swim ก็ยกเลิกหลังซีซัน 3 สาเหตุที่ Adult Swim ยกเลิกมาจาก การเปลี่ยนแปลงด้านการบริหาร และ การลดงบประมาณการผลิต
  • Willow ซีรีส์จาก Disney+ ที่เล่าเรื่องราวต่อจากฉบับภาพยนตร์ทั้งสองภาคที่นำแสดงโดย Warwick Davis, Val Kilmer, Joanne Whalley ในฉบับซีรีส์จะเล่าเรื่องราวการผจญภัยของเจ้าหญิงคิท และเจด องค์รักษ์คนสนิท ที่ออกเดินทางเพื่อตามหาเจ้าชายเอริคที่โดนจับตัวไป ซึ่งพวกเขาต้องออกตามหา Willow และระหว่างเดินทางก็ได้พบกับหญิงสาวผู้รอดชีวิตอย่าง Elora Danan โดนแคนเซิลในปี 2023 Disney+ ยกเลิกหลังซีซันเดียว เป็นส่วนหนึ่งของการ ลดต้นทุน และ ปรับกลยุทธ์ด้านเนื้อหา ของ Disney+ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาด้านการเงิน โดยพิจารณาจาก อัตราส่วนการรับชมต่อต้นทุนที่สูง
  • Orphan Black: Echoes ผลงานจาก AMC ซีรีส์เล่าเรื่องราวภาคต่อจากซีรีส์สุดฮิตของ BBC America อย่าง Orphan Black เล่าเรื่องราวของ Kira ในวัยผู้ใหญ่ และภรรยาของเธอ กับความพยายามที่จะช่วยเหลือหญิงสาวที่สูญเสียความทรงจำ ซีรีส์ไซไฟเรื่องนี้ชวนสำรวจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การดำรงอยู่ของมนุษย์ ความสัมพันธ์ในชีวิต ความรัก ตัวตน และการทรยศหักหลังที่แสนจะเจ็บปวด โดนแคนเซิลในปี 2024 AMC ประกาศแคนเซิลซีรีส์ เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จเทียบเท่ากับซีรีส์ภาคหลักอย่าง Orphan Black และด้วยค้นทุนที่สูง
  • Pretty Little Liars: Original Sin ซีรีส์จาก Max ที่เล่าเรื่องราวของ Pretty Little Liars รุ่นใหม่ ถูกคุกคามโดยฆาตกรลึกลับชื่อ “A” ที่ต้องการลงโทษพวกเธอสำหรับความผิดบาปที่แม่ของพวกเธอเคยก่อไว้เมื่อ 20 ปีก่อน โดนแคนเซิลในปี 2024 Max ประกาศแคนเซิลซีรีส์ เนื่องจากการตัดสินใจทางธุรกิจของ Warner Bros. Discovery ที่ต้องการปรับปรุงเนื้อหาของ Max ให้กระชับยิ่งขึ้น ทำให้เป็นการตัดรายการเชิงกลยุทธ์ แม้ว่าจะมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นก็ตาม
  • The Equalizer ซีรีส์จาก CBS เล่าเรื่องราวของ โรบิน แมคคอล อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ที่มีความสามารถลึกลับ ตัดสินใจใช้ทักษะที่สั่งสมมาช่วยเหลือผู้คนที่ไม่มีที่พึ่ง โดยเป็น “นางฟ้าผู้พิทักษ์” และทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ โดนแคนเซิลในปี 2025 CBS ประกาศแคนเซิลซีรีส์หลังจากออกอากาศไป 5 ซีซั่น สาเหตุหลักมาจากเรตติ้งที่ลดลง หลังจากเปลี่ยนเวลาออกอากาศ ประกอบกับปัจจัยด้านการเงิน
  • The Sex Lives of College Girls เมื่อ HBO Max พาติดตามชีวิตของรูมเมทเฟรชชี่สี่คนในวิทยาลัย Essex College ขณะที่พวกเธอพยายามปรับตัวเข้ากับชีวิตในมหาวิทยาลัย พวกเธอสำรวจมิตรภาพ ความรัก เรื่องเพศ และความท้าทายในการเป็นผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบัน โดนแคนเซิลในปี 2025 Max ประกาศแคนเซิลซีรีส์ หลังจากฉายซีซั่น 3 เหตุผลหลักมาจากจำนวนผู้ชม เรตติ้งที่ลดลง แม้ว่าจะมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งก็ตาม
  • The Wheel of Time ผลงาน High Fantasy จาก Prime Video เล่าเรื่องราวของ มอเรน ดาโมเดรด อายเซไดผู้ทรงอิทธิพลออกตามหาบุคคลที่ถูกพยากรณ์ว่าเป็น ‘มังกรจุติ’ ผู้ที่จะมากอบกู้โลกจาก ‘จอมมาร’ หรือทำลายมันอีกครั้ง ซีรีส์แฟนตาซีระดับมหากาพย์จากนิยายในชื่อเดียวกัน โดนแคนเซิลในปี 2025 Prime Video ประกาศแคนเซิลซีรีส์หลังจากซีซั่น 3 สาเหตุหลักมาจากปัญหาด้านการเงิน จำนวนผู้ชมที่สวนทางกับต้นทุนในการผลิต ประกอบกับซีรีส์ Epic Fantasy ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ทำให้พวกเขาประกาศแคนเซิลซีรีส์ไป
  • Laid ซีรีส์รอมคอมที่สร้างมาจากซีรีส์ออสเตรเลียในชื่อเดียวกันจาก Peacock เล่าเรื่องราวของ รูบี้ เหยา หญิงสาวที่ได้รู้ว่าอดีตคู่รักของเธอเริ่มทยอยเสียชีวิตตามลำดับที่เธอเคยนอนกับพวกเขา และต้องย้อนกลับไปในเส้นทางความสัมพันธ์ทางเพศของเธอเพื่อเผชิญหน้ากับอดีตและก้าวต่อไปข้างหน้า ด้วยความช่วยเหลือจากเอเจ เพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมห้องของเธอ เธอจึงพยายามหาสาเหตุของการเสียชีวิตและพยายามเตือนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดนแคนเซิลในปี 2025 Peacock ประกาศแคนเซิลซีรีส์ แม้ว่าจะได้รับคำแนนความนิยมจากผู้ชมและนักวิจารณ์บน Rotten Tomatoes ได้สูงถึง 93% แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่สามารถดึงดูดความสนใจได้มากเท่ากับซีรีส์เรื่องอื่นๆ รวมไปถึงจำนวนผู้ชมที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

การคำนวณ ‘ความสำเร็จ’ ที่ไม่เป็นธรรมในยุคสตรีมมิง

ในยุคของแพลตฟอร์มสตรีมมิงขนาดใหญ่ การวัดความสำเร็จได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยไม่ได้อาศัยเพียงจำนวนผู้ชมรวม แต่ให้ความสำคัญกับเมตริกที่ซับซ้อนกว่า เช่น อัตราส่วนการรับชมจนจบ (Completion Rate) ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์ของผู้ชมที่เริ่มดูรายการและดูจนจบซีรีส์ สตูดิโอใช้เมตริกนี้เพื่อประเมินว่าเนื้อหานั้นมีความสามารถในการรักษาผู้สมัครสมาชิกและลดอัตราการยกเลิกสมาชิกได้หรือไม่   

ในบริบทของซีรีส์แซฟฟิค เมตริกที่ไม่โปร่งใสเหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินที่เข้มงวดเกินไป ดังที่เห็นในกรณีของ “First Kill” แม้ซีรีส์จะทำชั่วโมงรับชมได้เกือบ 100 ล้านชั่วโมง แต่ Netflix กลับยกเลิก โดยอ้างว่าขาด “Staying Power” ที่จะดึงดูดให้คนดูติดตามผลงานต่อ การตัดสินใจนี้ถูกมองว่าไม่เป็นธรรมเมื่อเปรียบเทียบกับซีรีส์ที่มีตัวละครนำเป็นเควียร์ชายอย่าง Heartstopper ที่มีชั่วโมงรับชมรวมต่ำกว่าอย่างมาก แต่กลับได้รับการสนับสนุนในระยะยาวทันที 

ความแตกต่างในการปฏิบัติที่เกิดขึ้นนี้บ่งชี้ว่ามีการประเมินมูลค่าทางธุรกิจที่แตกต่างกันตามกลุ่มประชากรเควียร์ที่แตกต่างกัน เรื่องราวเควียร์หญิงที่มีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งในช่วงเริ่มต้น อาจถูกตัดสินว่าล้มเหลวหากไม่สามารถเข้าถึง “Completion Rate” ตามมาตรฐานของผู้ชมกระแสหลักได้อย่างรวดเร็ว   

ดังนั้นแล้ว การที่แพลตฟอร์มเน้นย้ำ Completion Rate ในซีซันแรก ทำให้เรื่องราวแซฟฟิคมีโอกาสน้อยที่จะได้เติบโตเพื่อสร้างฐานแฟนคลับที่ยั่งยืน การใช้เมตริกที่เข้มงวดตั้งแต่ต้นนี้จึงกลายเป็นการปิดกั้นโอกาสในการพัฒนาซีรีส์แซฟฟิคให้กลายเป็น Long-term franchise ในระยะยาว และสะท้อนให้เห็นถึงความเต็มใจที่น้อยกว่าของสตูดิโอในการยอมรับความเสี่ยงทางวัฒนธรรมสำหรับโปรเจกต์ที่นำโดยผู้หญิงเควียร์   

สังคมในโลกที่ความหลากหลายเกิดขึ้นอย่างผิวเผิน

หลายคนมองว่าการยกเลิกซีรีส์เหล่านี้เป็นผลมาจากการที่วงการบันเทิงยังคงมี “ทัศนคติแบบชายเป็นใหญ่และรักต่างเพศเป็นศูนย์กลาง” (Misogyny and Heteronormativity) ซ่อนอยู่ลึกๆ รายงานของ GLAAD ที่ได้มีการติดตามการนำเสนอตัวละคร LGBTQIAIAN+ ในสื่ออย่างต่อเนื่องพบว่าในปี 2021-2022 มีตัวละครหญิงรักหญิงเพิ่มขึ้น แต่ความเสี่ยงที่ตัวละครเหล่านี้จะหายไปจากจอ (ทั้งถูกฆ่า ถูกเขียนบทให้ออกไป หรือซีรีส์ถูกยกเลิก) ก็สูงขึ้นตามไปด้วย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มี” การนำเสนอตัวละคร แต่เป็นเรื่องของ “คุณภาพ” และ “ความยั่งยืน” ของการนำเสนอ

เมื่อสตูดิโอต้องการแสดงให้เห็นว่าตนเอง “สนับสนุนความหลากหลาย” (Pro-Diversity) พวกเขาอาจอนุมัติซีรีส์ที่มีตัวละครแซฟฟิค แต่หากซีรีส์นั้นไม่สามารถสร้างผลกำไรมหาศาลได้ทันที หรือมีกระแสวิจารณ์เชิงลบจากกลุ่มที่ไม่เปิดรับมากนัก พวกเขาก็พร้อมที่จะ “ตัดทิ้ง” ทันที โดยที่ไม่ได้ให้โอกาสในการพัฒนาหรือสร้างฐานผู้ชมที่มั่นคงเหมือนที่เคยให้กับซีรีส์กระแสหลัก

Zoe Kravitz นักแสดงนำจากซีรีส์ High Fidelity ของ Hulu ที่ถูกยกเลิกหลังซีซันแรก เคยกล่าววิจารณ์ว่า “การเป็นตัวแทนของกลุ่มคนเฉพาะอาจเป็นเพียงกระแสชั่วคราว” ซึ่งตอกย้ำว่าสตูดิโออาจมองซีรีส์แซฟฟิคป็นเพียง “เครื่องมือ” ในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในระยะสั้นเท่านั้น

High Fidelity: Opening Scene | Hulu

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องระบุว่า ผู้หญิงเควียร์ส่วนใหญ่ (80%) เชื่อว่าสาเหตุของการขาดการมองเห็นในสื่อคือ ความเสี่ยงที่รับรู้ว่าจะไม่ดึงดูดตลาดมวลชน และกว่า 61% รู้สึกว่าการเป็นตัวแทนของพวกเธอทำให้ผู้ชมกระแสหลักรู้สึกไม่สบายใจที่จะเสพผลงาน ความเชื่อเหล่านี้มาจากผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบายในสตูดิโอ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมองว่าเรื่องราวของแซฟฟิคมีความเสี่ยงในการลงทุนที่สูงกว่า การกระทำนี้สะท้อนถึง Rainbow Washing ที่บริษัทแสดงตนเป็นพันธมิตร LGBTQIAN+ เพื่อเพิ่มผลกำไรในระยะสั้น (เช่น การอนุมัติซีซันแรก) แต่ขาดการดำเนินการที่แท้จริงเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของเรื่องราวเหล่านี้

ข้อมูลของ GLAAD ยืนยันผลกระทบเชิงปริมาณของอคตินี้ โดย 52% ของตัวละคร LGBTQ+ ที่หายไปเนื่องจากการยกเลิกซีรีส์คือผู้หญิง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศถูกลดคุณค่าลง และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดเมื่อสตูดิโอตัดสินใจลดต้นทุนหรือยกเลิกโปรเจกต์ การยกเลิกอย่างต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่เป็นการกระทำที่สะท้อนถึงอคติทางเพศสภาพและเพศวิถีที่ยังคงดำรงอยู่ในโครงสร้างการตัดสินใจของอุตสาหกรรม

บทสรุปที่ค้างคา “Bury Your Gays” ในรูปแบบใหม่

ปรากฏการณ์ “Bury Your Gays” คือการที่ตัวละคร LGBTQIAN+ มักถูกเขียนบทให้ตายหรือพบกับจุดจบแบบโศกนาฏกรรมอยู่เสมอ ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ชมมานานหลายทศวรรษ

การยกเลิก Sapphic Shows อย่างรวดเร็วกลายเป็นการ “Bury Your Gays” ในรูปแบบใหม่ แม้ตัวละครจะไม่ได้ถูกกำจัดทิ้ง แต่เรื่องราวและความสัมพันธ์ของพวกเขากลับ “พบกับจุดจบ” อย่างไม่มีเหตุผลและไม่มีบทสรุปที่สมบูรณ์ ซีรีส์อย่าง Paper Girls, I Am Not Okay With This, High Fidelity, หรือ Teenage Bounty Hunters ล้วนมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง แต่กลับถูกพรากโอกาสในการบอกเล่าเรื่องราวต่อ

Paper Girls - Official Trailer | Prime Video
I Am Not Okay With This | Official Teaser | Netflix | February 26
Teenage Bounty Hunters | Official Trailer | Netflix

การที่ซีรีส์อย่าง The L Word (ฉายยาวนานตั้งแต่ปี 2004) หรือ Wynonna Earp (ที่ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้สร้างซีซันสุดท้าย) เป็นข้อยกเว้นที่หายาก ตอกย้ำถึงความท้าทายที่ซีรีส์ใหม่ต้องเผชิญ แม้ว่าจะมีชุมชนแฟนคลับที่ทุ่มเทมากเพียงใด การตัดสินใจสุดท้ายก็ยังคงอยู่ในมือของกลุ่มผู้บริหารที่อาจไม่ได้เข้าใจถึงความสำคัญของการมีภาพตัวแทนของผู้หญิงเควียร์บนหน้าจอเลย

ความล้มเหลวของการตลาดและการค้นพบ

ในระบบสตรีมมิงที่มีเนื้อหาจำนวนมหาศาล ความสามารถในการค้นพบและการตลาดที่แข็งแกร่งถือเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความอยู่รอด อย่างไรก็ตาม ซีรีส์แซฟฟิคจำนวนมากกลับต้องเผชิญกับ วิกฤตการมองเห็น เนื่องจากแพลตฟอร์มไม่ได้ให้การสนับสนุนทางการตลาดอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากอคติเชิงโครงสร้างที่มองว่าเรื่องราวเหล่านี้ไม่คุ้มค่าที่จะลงทุนงบประมาณการตลาดจำนวนมาก   

กรณีของ “Paper Girls” (Prime Video) ที่อิงจากคอมิกชื่อดัง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความล้มเหลวทางการตลาด ซีรีส์นี้ถูกยกเลิกหลังจากซีซันแรก และแฟนคลับหลายคนชี้ว่าซีรีส์ประสบความล้มเหลวในตลาดหลักของสหรัฐฯ เพราะ “มีการตลาดที่ย่ำแย่มาก” จนไม่มีใครรู้ว่ามีซีรีส์เรื่องนี้อยู่ แม้ว่า Paper Girls จะมีการดำเนินเรื่องที่มาจากคอมิกก่อน Stranger Things แต่การขาดการโปรโมตที่เหมาะสมทำให้มันถูกเปรียบเทียบและถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงความพยายามราคาถูกที่จะเลียนแบบคู่แข่ง

เมื่อซีรีส์แซฟฟิคไม่ได้รับการผลักดันเบื้องต้นด้วยงบประมาณการตลาดที่เพียงพอ ผลงานเหล่านั้นจึงถูกกลืนหายไปในอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์ม ทำให้ผู้ชมเป้าหมายไม่สามารถค้นพบได้ทันเวลาที่จะสร้างตัวเลข Completion Rate ที่สตูดิโอต้องการเพื่อการต่ออายุ ผู้หญิงเควียร์ส่วนใหญ่ (85%) ต้องการเห็นภาพตัวแทนของตนเองในสื่อ  แต่หากแพลตฟอร์มไม่สร้างช่องทางที่ชัดเจนให้พวกเขาเข้าถึงรายการได้ การยกเลิกก็เป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วิกฤตการถูกค้นพบบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจึงไม่ใช่ความผิดของผู้ชมที่ไม่พยายามค้นหา แต่เป็นความล้มเหลวของแพลตฟอร์มในการลงทุนเพื่อเชื่อมโยงเนื้อหากับผู้ชมที่มีความต้องการอย่างชัดเจน   

การลบเนื้อหาอย่างถาวรเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน

ปรากฏการณ์การลบเนื้อหาถาวรเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ร้ายแรงที่สุดต่อการเป็นตัวแทนแซฟฟิคในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การกระทำนี้เกี่ยวข้องกับการที่บริษัทสตรีมมิงถอดซีรีส์ที่ผลิตเสร็จแล้วออกจากแพลตฟอร์มของตนเองอย่างสิ้นเชิง เพื่อบันทึก “ค่าเสื่อมราคา” และลดหย่อนภาษีที่บริษัทอ้างว่าจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาวจากค่าลิขสิทธิ์และค่าตอบแทนส่วนแบ่งการฉายซ้ำ

กรณีของ “Grease: Rise of the Pink Ladies” (Paramount+) ที่มีตัวละครแซฟฟิคสำคัญ เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น โดยซีรีส์ถูกยกเลิกและถอดออกจากบริการสตรีมมิงอย่างถาวร ผู้สร้าง Annabel Oakes แสดงความรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงต่อการลบผลงานของตนเองออกจากแพลตฟอร์ม โดยซีรีส์อื่นๆ ที่มีตัวละครเควียร์ก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน ได้แก่ “Willow” ที่ถูกถอดออกจาก Disney+ หลังจากประกาศแคนเซิลซีรีส์อย่างเป็นทางการ

การลบเนื้อหาเพื่อลดหย่อนภาษีเป็นการส่งสัญญาณว่าสตูดิโอเห็นเรื่องราวแซฟฟิคเป็นเพียง “ทรัพย์สินที่สามารถนำไปทิ้งได้” มีมูลค่าทางการบัญชีสูงกว่ามูลค่าทางวัฒนธรรมหรือความผูกพันของผู้ชม การกระทำนี้เป็นการทำลายภาพตัวแทนของเควียร์อย่างรุนแรง เพราะไม่เพียงแต่ยุติการเล่าเรื่องเท่านั้น แต่ยังลบหลักฐานการมีอยู่ของเรื่องราวเหล่านี้ออกจากโลกออนไลน์อย่างสิ้นเชิง ทำให้ผู้ชมรุ่นใหม่ไม่มีโอกาสค้นพบ หรือให้แฟนคลับเดิมกลับมาดูซ้ำได้อีกด้วย  

Grease: Rise Of The Pink Ladies | Merely Players (Full Performance) | Paramount+
Willow | Official Teaser Trailer | Disney+

การต่อสู้เพื่อการเป็นตัวแทนที่ยั่งยืนจึงเป็นมากกว่าแค่การเรียกร้อง “ซีรีส์ที่ดี” แต่เป็นการต่อสู้เพื่อการดำรงอยู่และการสร้างความตระหนักรู้ของภาพตัวแทนเควียร์ที่เป็นเพศหญิงในสื่อกระแสหลัก ความรับผิดชอบในการสร้างความหลากหลายที่แท้จริงจึงตกอยู่กับสตูดิโอที่ต้องสนับสนุนความยั่งยืนของเรื่องราวเหล่านี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เลิกใช้เรื่องราวของแซฟฟิคเป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดชั่วคราว และลงทุนอย่างแท้จริงในฐานะส่วนสำคัญของวัฒนธรรม เพื่อตอบแทนความภักดีและอิทธิพลที่ชุมชนเควียร์ได้มอบให้กับอุตสาหกรรมสื่อมาโดยตลอด

Resources

  • https://about.netflix.com/en/news/sense8-will-not-return-for-another-season
  • https://bexleytorch.org/2022/09/27/sapphic-show-cancellation-hinders-lgbtq-inclusivity-in-media/
  • https://collider.com/grease-rise-of-the-pink-ladies-cancelled/
  • https://comicbook.com/tv-shows/news/netflix-cancelled-i-am-not-okay-with-this-status-streaming-future/
  • https://consequence.net/2023/06/grease-rise-of-the-pink-ladies-canceled-paramount/
  • https://deadline.com/2020/05/abc-renewals-stumptown-mixed-ish-2020-21-season-a-million-little-things-the-conners-the-goldbergs-the-rookie-the-bachelor-dancing-with-the-stars-renewed-1202940807/
  • https://deadline.com/2020/09/stumptown-canceled-after-one-season-no-season-2-cobie-smulders-series-covid-abc-reversed-renewal-decision-will-be-shopped-shocker-1234578445/
  • https://deadline.com/2022/08/first-kill-canceled-vampire-drama-no-season-2-netflix-1235083979/
  • https://deadline.com/2022/09/paper-girls-canceled-prime-video-one-season-shopped-season-2legendary-television-1235113183/
  • https://deadline.com/2023/06/grease-rise-of-the-pink-ladies-creator-responds-paramount-cancelation-1235423530/
  • https://ew.com/tv/2017/06/29/sense8-finale-special-netflix/
  • https://ew.com/tv/all-the-shows-unrenewed-covid-19/
  • https://glaad.org/whereweareontv24/
  • https://sffoghorn.com/cancellation-of-queer-shows-points-to-resurging-mainstream-homophobia/
  • https://showsnob.com/2022/11/09/why-paper-girls-was-canceled-what-comes-next/
  • https://time.com/6203263/first-kill-cancelled-netflix/
  • https://trinitytripod.com/arts/misogyny-and-homophobia-in-media-the-impact-of-lesbian-tv-shows-getting-cancelled/
  • https://umassdtorch.com/2017/02/16/representing-the-underrepresented-medias-failure-in-queer-entertainment/
  • https://variety.com/2020/tv/news/stumptown-canceled-at-abc-despite-season-2-renewal-due-to-covid-19-pandemic-1234772770/
  • https://variety.com/2020/tv/news/teenage-bounty-hunters-canceled-one-season-netflix-1234793172/
  • https://variety.com/2022/tv/news/zoe-kravitz-hulu-high-fidelity-mistake-1235181235/
  • https://variety.com/2024/tv/news/orphan-black-echoes-canceled-amc-1236149351/
  • https://www.glaad.org/sites/default/files/GLAAD%20202122%20WWATV.pdf
  • https://www.glaad.org/whereweareontv21
  • https://www.hercampus.com/school/san-francisco/netflix-and-its-problem-with-lesbian-representation/
  • https://www.hollywoodreporter.com/tv/tv-news/wynonna-earp-back-track-2020-syfy-return-1221236/
  • https://www.insider.com/i-am-not-okay-with-this-jonathan-entwistle-cancellation-netflix-2020-10
  • https://www.inverse.com/entertainment/i-am-not-okay-with-this-season-2-release-date-plot-cast-spoilers-review-trailer-netflix
  • https://www.kiplinger.com/taxes/is-rise-of-the-pink-ladies-gone-for-a-tax-write-off-beyond-taxing
  • https://www.mojonews.com.au/lesbian-tv-shows-targeted-by-cancellations
  • https://www.ofcom.org.uk/__data/assets/pdf_file/0022/124078/report-bbc-representation-portrayal.pdf
  • https://www.out.com/gay-tv-shows/queer-shows-canceled-ended-2024-full-list
  • https://www.pride.com/tv/2021/2/16/16-queer-tv-shows-got-cancelled-way-too-soon#media-gallery-media-17
  • https://www.research-live.com/article/news/research-highlights-medias-lack-of-representation-of-queer-women/id/5054462
  • https://www.wweek.com/arts/television/2020/09/17/abc-cancels-portland-set-stumptown-despite-initially-renewing-it/

เผยแพร่ครั้งแรก 10 สิงหาคม 2022

Previous

Egghead & Twinkie | บทใหม่ของหนัง Coming-of-Age ที่เป็นกระบอกเสียงให้ Gen Z และ LGBTQIAN+

ฐานข้อมูลนักเขียนวรรณกรรมเควียร์ไทย: The Noize Magazine ชวนนักเขียน-สำนักพิมพ์ร่วมสร้างประวัติศาสตร์

Next