ในโลกของสื่อบันเทิงยุคปัจจุบัน การนำเสนอความหลากหลายบนหน้าจอถือเป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้าทางสังคมที่สำคัญ ซึ่ง GLAAD (Gay & Lesbian Alliance Against Defamation) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรขอบสหรัฐอเมริกาได้ทำการสำรวจและทำรายงานเป็นประจำทุกปีในชื่อ “Where We Are on TV” เกี่ยวกับตัวละคร LGBTQIAN+ ทั้งบนโทรทัศน์ เคเบิลเน็ตเวิร์กและช่องสตรีมมิ่งต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพรวม และการเปลี่ยนแปลงที่จะมีการนำเสนอเรื่องราวของ LGBTQIAN+ ที่เกิดขึ้นบนพื้นที่สื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์
สำหรับ “Where We Are on TV 2024-2025” เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2024 ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2025 พบว่า ตัวเลขรวมของตัวละคร LGBTQIAN+ ในซีรีส์ของสหรัฐอเมริกามีจำนวนเพิ่มขึ้น 4% จากปีที่แล้ว (2023-2024) ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ 489 ตัวละคร นับเป็นการเพิ่มขึ้นหลังจากการลดลงติดต่อกันเป็นเวลาสองปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงต่ำกว่าสถิติสูงสุดในปี 2021-2022 ที่มีตัวละคร LGBTQIAN+ มากถึง 637 ตัวละคร
ข้อมูลสถิติแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สตรีมมิ่งยังคงเป็นผู้นำและครองความโดดเด่นในแง่ของการเพิ่มขึ้นของตัวละคร LGBTQIAN+ โดยเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่มีจำนวนตัวละครเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว
ส่วนแพลตฟอร์มบันเทิงอื่นๆ กลับมีแนวโน้มลดลงอย่างน่าตกใจ โดยในฤดูกาลปี 2022-23 จำนวนตัวละคร LGBTQIAN+ บนโทรทัศน์ได้ลดลงถึง 48% จาก 101 เหลือเพียง 53 ตัวละคร และบนเคเบิลเน็ตเวิร์กลดลงถึง 53% จาก 139 ตัวละคร เหลือเพียง 64 ตัวละครเท่านั้น
| ตัวละคร LGBTQIAN+ ปีต่อปี | จำนวนตัวละคร |
|---|---|
| 2021-2022 | 637 |
| 2022-2023 | 596 |
| 2023-2024 | 468 |
| 2024-2025 | 489 |
แม้ว่าการนำเสนอซีรีส์บนโทรทัศน์จะลดลงโดยรวม แต่ซีรีส์ที่มีตัวละคร LGBTQIAN+ ก็ยังคงเป็นที่พูดถึงและได้รับความนิยมอย่างสูง เช่น Abbott Elementary ของ ABC, The Last of Us ของ HBO และ Yellowjackets ของ Showtime แสดงให้เห็นว่าผู้ชมยังคงให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยมต่อเนื้อหาที่เปิดกว้างและครอบคลุม
ซีรีส์โดนแคนเซิล ตัวละครเควียร์หายไปกว่า 41%
ในจำนวนตัวละคร LGBTQIAN+ ทั้งหมด 489 ตัวละคร มีถึง 201 ตัวละคร หรือคิดเป็น 41% ที่จะไม่กลับมาโลดแล่นได้อีก เนื่องจากซีรีส์ถูกยกเลิก, สิ้นสุดลง, ตัวละครออกจากรายการ, หรืออยู่ในรูปแบบซีรีส์จำกัด (Limited Series) ซึ่งในจำนวนนี้ 159 ตัวละคร (หรือ 33% ของตัวละครทั้งหมด) หายไปเพราะซีรีส์ถูกยกเลิกหรือจบแล้ว
ในทางกลับกัน มีตัวละครเพียง 192 ตัวละคร (39%) เท่านั้นที่อยู่ในซีรีส์ที่ได้รับการต่ออายุแล้ว ส่วนอีก 96 ตัวละคร (20%) ยังคงไม่มีความชัดเจน ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะได้มีโอกาสหวนคืนจออีกหรือไม่
GLAAD ชี้ว่า การสูญเสียตัวละครเควียร์จำนวนมหาศาลนี้เป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อความก้าวหน้าของการนำเสนอความหลากหลายบนโทรทัศน์ ตัวเลขที่น่าตกใจนี้แสดงให้เห็นว่า การนำเสนอความหลากหลายส่วนใหญ่ถูกจำกัดอยู่ในซีรีส์ที่มีอายุสั้น หรือรายการที่ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน
ตัวเลขที่สูงถึง 41% ในคราวเดียวนี้เท่ากับเป็นการลบความคืบหน้าที่สร้างสมมาเกือบครึ่งหนึ่งออกไป หมายถึงการสูญเสียโอกาสในการสร้างผลกระทบทางสังคมที่ต่อเนื่องยาวนานกับผู้ชม เพราะซีรีส์เหล่านี้ช่วยให้ตัวละครเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับผู้ชม
| สถานะการกลับมา | จำนวนตัวละคร | เปอร์เซ็นต์รวม |
|---|---|---|
| ซีรีส์ต่ออายุ | 192 | 39% |
| ซีรีส์ที่ถูกแคนเซิล/จบ | 159 | 33% |
| ยังไม่ประกาศ | 96 | 20% |
| ซีรีส์ลิมิเต็ด | 37 | 8% |
| ตัวละครออกจากซีรีส์ | 5 | 1% |
| รวม | 489 | 100% |
ซีรีส์เควียร์ที่ถูกแคนเซิล/จบไปในฤดูกาลนี้ มีตั้งแต่ 9-1-1: Lone Star, All American: Homecoming, The Conners, Dr. Odyssey, The Equalizer, FBI: Most Wanted, The Great North, Superman and Lois, Found, The Irrational, What We Do in the Shadows, Somebody Somewhere, Orphan Black: Echoes, Snowpiercer, My Brilliant Friend, The Righteous Gemstones, Power Book II: Ghost, The Serpent Queen, Heartstopper, Kaos, Big Mouth, The Dragon Prince, Élite, Harlem, The Wheel of Time, And Just Like That…, The Sex Lives of College Girls, Mid-Century Modern, Clean Slate, Big Boys, Arcane, Laid และซีรีส์อีกเป็นจำนวนมาก
กลุ่ม Transgender และ Bisexual+ ยังคงน่าเป็นห่วง
ตัวละครคนข้ามเพศถือว่าเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด
แม้ว่าจำนวนตัวละครข้ามเพศจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 33 ตัวละคร (7% ของตัวละคร LGBTQIAN+ ทั้งหมด) แต่ความไม่แน่นอนนั้นสูงมาก มีตัวละครถึง 20 ตัวละคร (61%) ที่จะไม่กลับมาในปีหน้าเนื่องจากการยกเลิกหรือเป็นซีรีส์ลิมิเต็ด และมีเพียง 4 ตัวละคร (12%) เท่านั้นที่อยู่ในซีรีส์ที่ได้รับการต่ออายุแล้ว
ตัวละครคนข้ามเพศที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมกำลังจะหายไปจากซีรีส์ที่ฉายซีซันสุดท้ายในช่วงเวลานี้ เช่น Clean Slate, Heartstopper, The Umbrella Academy, และ 9-1-1: Lone Star หากไม่มีซีรีส์ใหม่ที่มีตัวละคร Transgender เข้ามาแทนที่ จะเกิดการลดลงอย่างน่าเป็นห่วงในการนำเสนอตัวละครกลุ่มนี้ในปีถัดไป
GLAAD เน้นย้ำว่า สถานการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างยิ่ง เพราะแม้ผู้ผลิตจะตัดสินใจนำเสนอตัวละครคนข้ามเพศมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถรักษาตัวละครเหล่านี้ให้อยู่ในซีรีส์ได้อย่างต่อเนื่อง การนำเสนอถึงภาพตัวแทนที่หลากหลายในสื่อจึงกลายเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง ขัดขวางการสร้างภาพลักษณ์ของชุมชนคนข้ามเพศให้พื้นที่ในสื่อและในชีวิตจริง นอกจากนี้ ในรายงานยังมีการแบ่งย่อยชัดเจนว่าตัวละครส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงข้ามเพศ ในขณะที่ผู้ชายข้ามเพศและ Non-binary ยังคงมีจำนวนน้อยกว่ามาก
| ตัวละคร Transgender | จำนวนตัวละคร | เปอร์เซ็นต์รวม |
|---|---|---|
| Trans Women | 24 | 73% |
| Trans Men | 7 | 21% |
| Trans Non-binary | 2 | 6% |
| รวม | 33 | 100% |
จำนวนตัวละคร Bisexual+ ลดลงเป็นปีที่สาม
ในขณะที่ Bisexual+ เป็นประชากรส่วนใหญ่ถึง 56% ของชุมชน LGBTQIAN ในสหรัฐอเมริกา (อ้างอิงจาก Gallup) แต่การนำเสนอตัวละครอัตลักษณ์ Bisexual+ บนทีวีกลับลดลงเป็นปีที่สามติดต่อกัน จากจำนวนตัวละคร LGBTQIAN+ ทั้งหมด 489 ตัวละคร มีการนำเสนอ Bisexual+ แค่เพียง 20% ของตัวละครเท่านั้น
แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่า แม้ภาพรวมของความหลากหลายทางเพศจะเติบโต แต่พื้นที่บนหน้าจอของตัวละครที่ระบุอัตลักษณ์ทางเพศที่ซับซ้อนกว่ากลับถูกลดพื้นที่บนจอลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีประชากรในสหรัฐอเมริกาที่นิยามตัวเองว่าเป็น Bisexual+ เป็นจำนวนมาก ซึ่งจำนวนที่ลดลงนี้อาจสะท้อนถึงการหลีกเลี่ยงที่จะสำรวจเรื่องราวของตัวละคร Bisexual+ ในเชิงลึก หรือยังคงมีการนำเสนอในรูปแบบซ้ำๆ ที่ไม่ได้พยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตลักษณ์นี้เท่าที่ควร
| ตัวละคร Bisexual+ | จำนวนตัวละคร | เปอร์เซ็นต์รวม |
|---|---|---|
| Bisexual+ Women | 70 | 71% |
| Bisexual+ Men | 27 | 28% |
| Bisexual+ Non-binary | 1 | 1% |
| รวม | 98 | 100% |
ตัวละคร LGBTQIAN+ ที่ทุพพลภาพ อัตลักษณ์ที่ถูกมองข้าม
รายงานระบุว่า ตัวละครในกลุ่มนี้ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการนำเสนอน้อยที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขไม่ถึง 2% ของตัวละคร LGBTQIAN+ ทั้งหมด
ตัวเลขที่ต่ำเป็นประวัติการณ์นี้เน้นย้ำว่า แม้จะมีความก้าวหน้าในการนำเสนอเพศและรสนิยมทางเพศ แต่ประสบการณ์ของบุคคล LGBTQIAN+ ที่ต้องเผชิญกับความพิการนั้น ยังแทบไม่มีพื้นที่บนหน้าจอเลย ซึ่งสร้างช่องว่างขนาดใหญ่ในความพยายามที่จะนำเสนอความหลากหลายอย่างครบถ้วนและแท้จริงให้เกิดขึ้นบนสื่อ
โดยสรุป รายงาน GLAAD 2024-2025 ต้องการที่จะย้ำถึงอุตสาหกรรมโทรทัศน์อเมริกาว่า ความก้าวหน้าไม่ได้วัดแค่เพียงตัวเลขรวม แต่ต้องวัดจากความยั่งยืนและความครอบคลุมของกลุ่มอัตลักษณ์ทั้งหมด ความเสี่ยงในการสูญเสียตัวละคร LGBTQIAN+ ถึง 41% และความเปราะบางของกลุ่มคนข้ามเพศ ทำให้วงการต้องหันกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า การนำเสนอความหลากหลายที่กำลังทำอยู่นั้น ได้สร้างผลกระทบที่ยั่งยืนต่อสังคมและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเพื่อชุมชน LGBTQIAN+ จริงหรือไม่