[REVIEW] Laufey A Matter Of Time Tour in Bangkok 2026 คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมโชว์จัดเต็มตลอด 2 ชั่วโมง

| | , ,

หนึ่งในคอนเสิร์ตที่แฟนๆ รอคอยกันมากที่สุดในครึ่งปีแรกของ 2026 ก็คงจะหนีไม่พ้นคอนเสิร์ตเดี่ยวของ Laufey (เลเวย์) อย่าง Laufey A Matter Of Time Tour in Bangkok 2026 ที่จัดขึ้นในวันที่ 30 พฤษภาคม 2026 ช่วงบ่ายวันนั้นฝนเทลงมาอย่างหนักทั่วกรุงเทพมหานคร จนหลายๆ คนเริ่มกังวล แต่แดดบริเวณสถานที่จัดงานก็แผดแสงแรงไม่แพ้กัน ความคึกคักเริ่มปรากฎขึ้นในพื้นที่ ทั้งบริเวณด้านหน้า IMPACT Arena ที่แฟนๆ มาถ่ายรูปคู่กับป้ายคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ หรือกลุ่มแฟนคลับที่รอต่อแถวเข้าในพื้นที่ฮอลล์ บางส่วนอยู่กระจายในพื้นที่ เรียกได้ว่าทุกพื้นที่เต็มไปด้วย Thai Lauvers กันจนมองหาพื้นที่ว่างไม่ได้เลย

คอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรกในไทยของ Laufey ที่แฟนๆ เฝ้ารอในครั้งนี้ เลเวย์มาพร้อมกับชุดการแสดงขนาดใหญ่ ทั้งวงสตริงควอเต็ต ทีมนักเต้น และนักดนตรีมือฉมัง ที่พร้อมเข้ามาบรรเลงให้การแสดงในครั้งนี้เป็นที่น่าจดจำอีกครั้ง ไม่แพ้กับตอนที่เธอเดินทางมาในเทศกาลดนตรี Summer Sonic เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา แถมยังขนฉากและวงแจ๊สมาไว้ในคอนเสิร์ตนี้ที่เดียวเลย เหมือนกับว่าได้ดูหลายๆ โชว์ในคราวเดียวกัน เรียกได้ว่าคุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น Laufey ก็ได้ชวนแฟนๆ เล่น trivia ตอบคำถามสั้นๆ ระหว่างรอคอนเสิร์ตเริ่ม ทั้งเรื่องราวในสมัยเด็กของเธอ ไปจนถึงเรื่องราวสุดน่ารักของเจ้า Mei Mei กระต่ายสีขาวตัวน้อย 

หลังจากนั้นไม่นาน ไฟทั้งฮอลล์ก็ดับลง แล้วการแสดงก็เริ่มต้นขึ้้นราวกับชมภาพยนตร์ขาว-ดำสุดคลาสสิคที่มาพร้อมกับฉากเปิด Act I ก่อนที่ศิลปินที่แฟนคลับชาวไทยรอคอยอย่าง Laufey ก็ปรากฎตัวออกมาในชุดกระโปรงยาวพร้อมดาวสีเขียวระยิบระยับ พร้อมกับเพลง Clockwork 

“Welcome to A Matter of Time Tour” เลเวย์กล่าวทักทาย Thai Lauvers ไม่นาน เพลง Lover Girl ก็ขึ้นต่อเนื่องทันที พร้อมกับเสียงร้องของแฟนคลับทั้งฮอลล์ตลอดทั้งเพลง หลังจากชวนเต้นกันไม่นาน ก็ปรับมู้ดให้ช้าลงอีกสักหน่อยในเพลง Dreamer จากอัลบั้ม Bewitched เพลงชวนฝันที่สะกดสายตาแฟนๆ ทั้งฮอลล์เอาไว้ที่เดียวกัน ก่อนจะขยับบีทให้เข้าสู่เพลง Falling Behind จากอัลบั้ม Everything I Know About Love ที่เธอมาพร้อมกับกีตาร์โปร่งตัวโปรด พร้อมเสียงร้องของคนดูที่ร้องคลอไปกับเธอพร้อมๆ กัน แถมตอนท้ายของเพลงยังปล่อยให้เหล่านักดนตรีเล่นท่อนโซโล่เพื่อโชว์พวกเขาอีกด้วย

ถัดมาดนตรีเพลง Silver Lining ก็บรรเลงขึ้นมาพร้อมกับกีตาร์สีแดงตัวเก่ง เพลงจากอัลบั้ม A Matter of Time ที่แฟนคลับทุกคนพร้อมเปล่งเสียงร้องไปพร้อมกับเธอ และท่อนโปรดที่เลเวย์มักจะให้แฟนๆ ร้องเพื่อทดสอบพลังเสียงในทุกๆ ประเทศที่ทัวร์คอนเสิร์ตของเธอไปเยือน ในช่วงระหว่างคั่นเพลง เธอลงมานั่งพูดคุยกับแฟนเพลงในบริเวณด้านหน้า พูดคุยเกี่ยวกับการแสดงในเทศกาลคอนเสิร์ต Summer Sonic เมื่อปี 2024 และได้มาขึ้นแสดงเดี่ยวของตัวเองในวันนี้ พร้อมสอบถามว่าใครเคยมาคอนเสิร์ตของเธอแล้วบ้าง 

“ฉันมีช่วงเวลาที่ดีในกรุงเทพ อาหารอร่อยมาก แล้วก็เผ็ดมากด้วย คือฉันกินเผ็ดได้ ซึ่งฉันภูมิใจมากเลยล่ะ แต่ในช่วงเวลาไม่กี่วันมานี้ ฉันเหมือนโดนทดสอบเลย แต่ฉันก็ต้องลองกินทุกอย่าง แล้วค่อยจ่ายเงินทีหลังนะ” Laufey พูดถึงการมาแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก และได้ลองชิมของอร่อยในกรุงเทพ และประสบการณ์ดีๆ ในครั้งนี้ 

ก่อนจะเข้าสู่เพลง Bored จากอัลบั้ม Bewitched: The Goddess Edition ซึ่งในเพลงนี้ เธอเองก็ได้ลงมาพบปะทักทายแฟนคลับด้านหน้าเวทีโซน STA ทั้งสองฝั่ง เรียกได้ว่าได้ใจแฟนๆ กันไปเต็มๆ พร้อมด้วยเสียงร้องเพลงที่ยังคงดังต่อเนื่อง หลังจากจบเพลง เลเวย์ลงในนั่งที่หน้าเปียโน พร้อมกับร้องเพลง Too Little, Too Late จากอัลบั้ม A Matter of Time ที่ไต่ระดับอารมณ์ไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าแฟนไทยไม่ปล่อยให้เธอร้องคนเดียวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อถึงท่อนฮุค 

เมื่อจบเพลง Too Little, Too Late ไฟทั้งฮอลล์ก็ดับลง ก่อนเข้าสู่ Act II ที่มาพร้อมกับบรรยากาศ Jazz club ที่เคยได้เห็นผ่านๆ บนจอภาพยนตร์ หรือบาร์แจ๊ส เธอมาพร้อมกับนักเปียโน ดับเบิลเบส และมือกลอง บรรเลงบทเพลง Seems Like Old Times จากอัลบั้ม A Matter of Time ที่เลเวย์หยิบเพลงของ Carmen Lombardo มาบรรเลงใหม่ ซึ่งบนจอทั้่งสองด้านโชว์มุมกล้องราวกับอยู่ในภาพยนตร์แจ๊ส และคอนเสิร์ตแจ๊สในยุค Film Noir

เลเวย์บอกกับแฟนๆ ว่าในช่วง Jazz Club เป็นการหยิบเอาเพลงเก่าๆ ของเธอมา re-arrange ใหม่ ในเวอร์ชั่นของแจ๊สแบบเต็มสูบ เปิดด้วยเพลง Valentine จากอัลบั้ม Everything I Know About Love ซึ่งเวอร์ชั่นแจ๊สแบบนี้ ให้ความรู้สึกน่าหลงใหลยิ่งกว่าเดิม ราวกับถูกพาย้อนกลับไปอยู่ในบาร์แจ๊สยามค่ำคืน ไฟสลัวๆ ที่อบอุ่นชวนฝันเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเลเวย์หยิบเอาเพลง Fragile จากอัลบั้มเดียวกัน มาปรับบีทให้เร็วขึ้นอีกนิด ด้านแฟนๆ เองก็ยังคงร้องตามกันตลอด และต่อด้วยเพลง While You Were Sleeping จากอัลบั้ม Bewitched ที่ปรับบีทให้เร็วขึ้นตามเพลงก่อนหน้า ให้ความรู้สึกอีกแบบจากเพลงต้นฉบับกันไปเลย

หลังจากจบเพลง While You Were Sleeping ก็เป็นช่วงเวลาที่ได้พบกับ Best Dress Guest พร้อมกับ Mei Mei the Bunny และผู้โชคดีคนนั้นก็คือ คุณพราว ในชุดสโนว์ไวท์ไทยประยุกต์ ผู้โชคดีบอกว่าเธอรักเพลง Snow White มากๆ และอยากที่จะนำเสนอความเป็นไทยเข้าไว้ในชุดเดียวกัน

Laufey กลับมานั่งที่เปียโนด้านหน้า และพูดคุยกับแฟนคลับว่าเธอได้รับกล่องจดหมายเล็กๆ ที่ทางทีม Laufey Thailand ได้รวบรวมและมอบให้กับทีมงานของเธอ เอาไว้ด้วยว่า “ตอนอยู่หลังเวที ฉันได้รับกล่องเล็กๆ ที่ใส่จดหมายจาก Thai Lauvers ของฉัน ฉันไม่รู้ว่ามีใครในกลุ่มคนดูที่นี่ที่เขียนจดหมายเหล่านั้นให้ฉันบ้าง มันเป็นจดหมายเล็กๆ ที่สวยงามที่สุดจากพวกคุณทุกคนเลย และมันทำให้ฉัน รู้สึกซาบซึ้งใจมากๆ เลยค่ะ”

เธอยังกล่าวต่ออีกว่า “ขอบคุณมากๆ นะคะที่ทำให้ฉันรู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความหวานขนาดนี้ การที่ต้องเดินทางและอยู่ไกลบ้านเป็นเวลานานๆ มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่พวกคุณทุกคนทำให้มันกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉันมาก เพราะฉันรู้สึกสบายใจและได้รับความรักในทุกๆ ที่เลย และฉันหวังว่าพวกคุณจะรู้สึกแบบนั้นเช่นกันนะ ฉันมีความรักมอบให้ มอบให้กับพวกคุณทุกคนเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ขอบคุณมากๆ ที่แชร์วัฒนธรรมของพวกคุณกับฉันด้วยนะ มันเจ๋งมากเลยที่ได้เดินทางไปทั่วโลกและได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นผ่านพวกคุณ มันช่างงดงามจริงๆ ที่ได้เห็นชุดไทยหรือชุดของพวกคุณ รวมถึงอาหาร และทุกๆ อย่างในประเทศไทย มันยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ทำให้ฉันได้มาทัวร์คอนเสิร์ตแบบนี้นะคะ ฉันคงไม่สามารถทำมันได้เลยถ้าไม่มีพวกคุณทุกคน”

หลังจากพูดคุยกับแฟนๆ เสร็จ เธอหยิบเพลง Let You Break My Heart Again จาก A Night at the Symphony มาขับร้อง ที่แฟนๆ ต่างเปิดแฟลชให้ทั่วทั้งฮอลล์กลายเป็นทะเลดาว ดื่มด่ำไปพร้อมๆ กับบทเพลงนี้ ไม่นานไฟก็ดับลง เข้าสู่ Act III ที่แฟนๆ ต่างรอคอย

ใน Act III เปิดมาพร้อมกับฉากหลังที่เป็นม้าหมุน เลเวย์ขึ้นไปร้องเพลง Carousel จากอัลบั้ม A Matter of Time กับกีตาร์โปร่ง มีฉากหลังที่ม้าหมุนค่อยๆ หมุนไปเรื่อยๆ สร้างเวทมนตร์ให้แฟนๆ ได้จับจ้องกันตลอดทั้งเพลง ก่อนจะโซโล่สตริงควอเต็ตในเพลง Forget-Me-Not จากอัลบั้มเดียวกัน พร้อมกับเสียงร้องที่ชวนเศร้า ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่นเชลโล่ในเพลง Cuckoo Ballet (Interlude) จากอัลบั้มเดียวกัน ให้แฟนๆ ได้รับชมบัลเล่ต์บนเวทีก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกครั้ง ในครั้งนี้มีคลิปน่ารักๆ ของเลเวย์และยูเนีย ก่อนจะเข้าสู่ Act IV อย่างเป็นทางการ

Act IV เปิดมาด้วยเพลง Mr. Eclectic จากอัลบั้ม A Matter of Time ในชุดใหม่ แล้วต่อด้วยเพลง Madwoman จากอัลบั้มเดียวกัน พร้อมกับท่าเต้นสำหรับเพลงนี้โดยเฉพาะ ก่อนจะกลับมาเล่นเชลโล่ในเพลงนี้อีกครั้ง ไม่นานก็ปรับมู้ดแฟนๆ อีกครั้งในเพลง Promise จากอัลบั้ม Bewitched ที่เธอบรรเลงเปียโนไปพร้อมๆ กับฟังเสียงของแฟนๆ ที่ร้องเพลงนี้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ทั้งฮอลล์เต็มไปด้วยทะเลดาว ที่แฟนๆ พร้อมใจกันเปิดแฟลชตลอดทั้งเพลง ส่วนเลเวย์เองก็ปล่อยให้แฟนๆ ร้องท่อนฮุคด้วยตัวเอง เสียงของแฟนคลับทั้งฮอลล์ชวนให้เพลงนี้ดื่มด่ำ ซึมลึกลงไปกว่าเดิม เลเวย์ไม่ปล่อยให้ทั้งฮอลล์เงียบไปนาน ก่อนจะต่อด้วยเพลง Goddess จากอัลบั้ม Bewitched: The Goddess Edition

เธอเปลี่ยนชุดอีกครั้งก่อนจะต่อด้วยเพลง Tough Luck จากอัลบั้ม A Matter of Time ที่แฟนๆ แทบจะแย่งกันร้องทั้งฮอลล์ ก่อนจะไปถึงท่อนแรปที่แฟนๆ รอคอยกัน เธอค่อยๆ ปรับมู้ดให้มาสู่เพลงช้าอย่าง Snow White จากอัลบั้มเดียวกัน ที่ในคราวนี้เธอเล่นกับกระจกบนเวที แทนที่จะเป็นเครื่องดนตรีเหมือนอย่างเคย 

หลังจากจบเพลง Snow White ก็มาต่อกันกับเพลงดังขวัญใจแฟนๆ อย่าง From The Start จาก Bewitched ที่เสียงร้องกระหึ่มทั้งฮอลล์เหมือนกับทุกครั้งที่เธอร้องเพลงนี้ แน่นอนว่าด้วยความเป็นคนไทย ขนาดท่อนดนตรีก็ยังเลือกที่จะร้องกันเองดังสนั่นร่วมไปกับทีมนักดนตรีบนเวที ก่อนจะปิดท้ายเพลงด้วย “Bangkok I Love You From The Start”

ค่ำคืนเวทมนตร์ชวนฝันเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย เลเวย์แนะนำทีมนักดนตรี วงสตริงควอเต็ต และทีมแดนเซอร์ทุกคน ก่อนที่บนจอจะขึ้นตัวอักษร The Final Act ขึ้นมา พร้อมกับเพลง Sabotage จากอัลบั้ม A Matter of Time ก่อนที่จะเข้ามาสู่ช่วง Encore ในเพลงเซอร์ไพร์สอย่าง I’ll Forget About You (In Time) จากอัลบั้มเดียวกัน และเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่าง Letter to My 13 Year Old Self จากอัลบั้ม Bewitched ที่ทำเอาหลายๆ คนร้องไห้ไปพร้อมๆ กันในเพลงปิดท้าย

เลเวย์โบกมือลาแฟนคลับพร้อมกับคำขอบคุณถึงแฟนๆ ทุกคนที่มาชมคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบในประเทศไทย

เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตในครั้งนี้ Laufey จัดเต็มกับทุกการแสดง และเอาเวทีอยู่เหมือนกับทุกครั้ง แต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตทั่วโลก ทั้งตัวศิลปินที่เต็มที่ และแฟนคลับที่พร้อมสนับสนุน อาจจะบอกว่าเลเวย์กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งดาวดวงใหม่ที่ส่องสว่างยิ่งกว่าเคยในหน้าวงการดนตรี ไม่ใช่แค่เพียงฝั่งของงป๊อปแจ๊สเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต

Laufey A Matter Of Time Tour in Bangkok 2026 – Setlist: 

Act I

  • Clockwork
  • Lover Girl
  • Dreamer
  • Falling Behind
  • Silver Lining
  • Bored
  • Too Little, Too Late

Act II: Jazz Club

  • Seems Like Old Times (Carmen Lombardo cover)
  • Valentine (Jazz version) 
  • Fragile (Jazz version) 
  • While You Were Sleeping (Jazz version)
  • Let You Break My Heart Again

Act III

  • Carousel
  • Forget-Me-Not
  • Cuckoo Ballet (Interlude)

Act IV

  • Mr. Eclectic
  • Madwoman
  • Promise
  • Goddess
  • Tough Luck
  • Snow White
  • From the Start

The Final Act

  • Sabotage

Encore:

  • I’ll Forget About You (In Time) (Surprise song)
  • Letter to My 13 Year Old Self

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดีอย่าง Secret Signals ที่ช่วยประสานงานให้การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีมาโดยตลอด

ติดตาม Laufey Thailand ได้ที่ Facebook, Twitter และ Instagram

Previous

corook ปล่อยอัลบั้ม EP ใหม่ ‘How do I relate to you?’ ใช้เสียงเพลงต่อสู้กับความเกลียดชังชุมชนเควียร์