ทำความรู้จัก Sapphic ร่มคันใหญ่ของหญิงรักหญิง

| |

ในช่วงเวลานี้ คุณอาจจะเคยเห็นหรือเคยได้ยินคำว่า Sapphic มาบ้างไม่มากก็น้อย บางคนอาจจะยังคงงงหรือสับสนกันอยู่ว่า ในเมื่อแซฟฟิคก็คือหญิงรักหญิง มันจะไปต่างกับเลสเบี้ยนยังไงนะ มันมีความพิเศษ มีที่มาอย่างไรกัน มันเป็นคำใหม่รึเปล่า แล้วทำไมเราถึงควรที่จะต้องใช้คำว่าแซฟฟิคเรียกรวมหญิงรักหญิงมากกว่าไปเรียกคลุมทุกคนที่เป็นหญิงรักหญิงว่าเลสเบี้ยน วันนี้ Sapphicity จะพาทุกคนไปไขข้อข้องใจกัน

Sapphic? มาจาก Sappho รึเปล่านะ?

หลายคนอาจจะไปหาคำตอบในอินเทอร์เน็ตมาบ้างแล้วว่าจุดเริ่มต้นของคำว่า Sapphic มันเกิดขึ้นมาจากกวีหญิงนาม Sappho ที่ถือเป็นกวีหญิงชาวกรีกที่โด่งดังนั่นเอง

Sappho มีชีวิตอยู่ในช่วง 637-572 ปีก่อนคริสตกาล บนเกาะเลสบอส ทะเลอีเจียน ประเทศกรีซในปัจจุบัน ในอดีตนั้น Sappho ถูกนับว่าเป็นกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งเช่นเดียวกับโฮเมอร์ สำหรับแซฟโฟ เพลโตถึงกับยกย่องให้เธอเป็น Muse คนที่สิบเลยด้วย เธอเขียนบทกวีแนวสะท้อนอารมณ์ ที่บรรยายถึงชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และพิธีกรรมต่างๆ และรวมไปถึงความรักอย่างลึกซึ้ง และแน่นอนว่าเป็นความรักระหว่างผู้หญิงกันเอง และด้วยงานเขียนของเธอที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง มันก็เลยทำให้หลายๆ คนตั้งสมมติฐานว่า เธออาจจะเป็นหญิงรักหญิงก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น Lesbian ที่มาจากเกาะ Lesbos ที่เธออาศัยอยู่ หรือว่า Sapphic ที่มาจาก Sappho ชื่อของเธอนั่นเอง 

แน่นอนว่าเมื่อมีการศึกษากันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เกี่ยวกับ sexuality ของแซฟโฟว่าสรุปแล้วเธอเป็นหญิงรักหญิงหรือไม่ เหมือนที่คนอื่นๆ ได้สันนิษฐานเอาไว้ อย่างคำว่า “เลสเบี้ยน (Lesbian) ที่เราได้ยินกันในปัจจุบันนี้ ก็เป็นคำที่ใช้เกี่ยวกับหญิงรักหญิง แต่ในอดีตมันเป็นคนละความหมายไปเลย 

คำถามที่ว่า แล้วแซฟโฟเป็นหญิงรักหญิงจริงๆ หรือไม่นั้น อาจจะไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากไม่มีบันทึกรายละเอียดที่ชัดเจน เพราะบ้างก็มีการสันนิษฐานว่าแซฟโฟชอบหนุ่มคนหนึ่งที่อายุน้อยกว่า แต่เขาไม่รักตอบ จึงกระโดดหน้าผาตาย บ้างก็บอกว่าเธอมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ Cleïs แต่บ้างก็เชื่อว่า Cleïs เป็นหนึ่งในคนรักเพศหญิงของเธอ เป็นต้น

จุดเริ่มต้นของการใช้คำว่า Sapphic มันมาจากไหน?

อ้างอิงจาก Online Etymology Dictionary ที่เก็บรวบรวมข้อมูลของคำว่า Sapphic เอาไว้นั้น ก็ได้บอกว่า คำว่า Sapphic (adj.) มีใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1500 ที่จะใช้เพื่อสื่อถึงแซฟโฟและบทกวีของเธอ แต่คำนี้ก็มีความหมายที่เปลี่ยนไป อย่างในช่วงทศวรรษที่ 1800 มีการค้นพบบทกวีของแซฟโฟบนกระดาษปาปิรัสที่หายไป และมีการนำมาใช้เพื่ออ้างถึงแรงดึงดูดระหว่างผู้หญิงกันเอง

ซึ่งคำนี้มันก็จะเชื่อมโยงกับคำว่า Sapphism (n.) ที่หมายถึง ความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างผู้หญิง โดยใช้กันมาตั้งแต่ปี 1890 อย่างที่พบในนวนิยายของฝรั่งเศส มันมาจากคำว่า sapphic + -ism. และคำว่า Sapphist ที่หมายถึง หญิงรักหญิง (female homosexual) ก็ใช้กันมาตั้งแต่ปี 1923

สำหรับคำว่า Lesbian (adj.) ใช้งานมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1590 ที่หมายถึง เกี่ยวกับเกาะเลสบอส ซึ่งเป็นบ้านของแซฟโฟ และมีการใช้งานในความหมายที่ว่า เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงที่มีความสนใจทางเพศในผู้หญิงคนอื่น ซึ่งมีการใช้งานในความหมายนี้มาตั้งแต่ปี 1870 และในคำนาม ก็มีการบันทึกครั้งแรกในปี 1725

และในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 20 คำว่า sapphic ก็มีความหมายเดียวกันกับเลสเบี้ยน ที่ว่าหญิงรักหญิงนั่นเอง ทำให้หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า คำว่า sapphic นั้น รวมผู้หญิงทุกคนที่เป็นหญิงรักหญิงหรือไม่ หรือรวมแค่เฉพาะคนที่รักผู้หญิงเพียงอย่างเดียว

LGBTQIAN Parade sapphic Photo by Norbu GYACHUNG on Unsplash
Photo by Norbu GYACHUNG on Unsplash

แซฟฟิคคือคำใหม่ หรือคำที่เพิ่งกลับมาฮิตอีกครั้งกันแน่

คำถามที่ว่า แล้วว่า แซฟฟิค ถือเป็นคำใหม่จริงๆ รึเปล่า คำตอบก็คือไม่ มันไม่ใช่คำใหม่เลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าหากถามว่าเป็นคำที่เพิ่งกลับมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นใช่หรือไม่ คำตอบก็คือใช่

อ้างอิงจาก Google Books Ngram Viewer (ตัวช่วยของกูเกิลที่เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาแนวโน้มของคำต่างๆ หรือเรื่องราวในประวัติศาสตร์ผ่านหนังหนังสือได้อย่างง่ายดาย) ตั้งแต่ปี 1800 จนถึงปี 2019 ที่จะเห็นได้เลยว่ามีการใช้งานคำว่า sapphic มาตั้งแต่ปี 1800 และลดน้อยลงไป แต่ก็ได้มีการใช้งานคำนี้ในหนังสือเพิ่มมากขึ้น อย่างที่จะเห็นได้จากความถี่ที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงปี 2013 และสำหรับ Google Trends ที่จะเป็นการรวบรวมคำจากการที่มีผู้ใช้งานเสิร์ชบนเสิร์ชเอนจิ้น ซึ่งจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากในปี 2004 จนถึงปัจจุบัน ที่จะเห็นได้เลยว่ามีการใช้ค้นหาสูงสุดในช่วงปี 2005 

อาจจะบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า คำว่า sapphic ไม่ใช่คำใหม่แต่อย่างใด แต่ที่หลายๆ คนไม่เคยได้ยิน ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะพลาดเลยแม้แต่น้อย เพราะอย่างที่ได้บอกไปข้างต้นว่า คำนี้ถือเป็นคำที่เพิ่งกลับมาใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง

คำว่า แซฟฟิค มันครอบคลุมแล้วจริงๆ หรือ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า Sapphic กันก่อน

Sapphic หรือที่บางครั้งก็เรียกว่า woman loving woman (WLW) หรือ Sapphist คือ ผู้หญิงที่มีรสนิยมทางเพศ (sexual orientation) ที่ดึงดูดเข้ากับผู้หญิงด้วยกัน รวมไปถึงทรานส์เจนเดอร์ และบุคคลนอนไบนารี่ด้วย ซึ่งคำนี้จะครอบคลุมทุกอัตลักษณ์ไม่ว่าจะเป็น เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล แพนเซ็กชวล เควียร์ เป็นต้น เรียกง่ายๆ ว่าคำนี้จะรวมเอาทุกอัตลักษณ์ที่ดึงดูดเข้ากับผู้หญิงคนอื่นๆ เข้าด้วยกัน ไม่ว่าพวกเขาจะชอบแค่เพียงผู้หญิงอย่างเดียว คนที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบแค่ผู้หญิงอย่างเดียวรึเปล่า และคำนี้ยังสามารถอธิบายความสัมพันธ์ (relationship) ระหว่างผู้หญิงสองคนได้อีกด้วย

‘แซฟฟิค’ แตกต่างจาก ‘เลสเบี้ยน’ อย่างไร

แม้ว่าในอดีต คำว่าแซฟฟิคและคำว่าเลสเบี้ยน ก็จะสามารถใช้งานแทนกันได้ เพราะมีความหมายเช่นเดียวกัน แต่ในปัจจุบัน คำว่าเลสเบี้ยนจะมีคำจำกัดความที่ค่อนข้างแคบ อย่างการถูกกำหนดให้เป็นแค่ผู้หญิงที่ดึงดูดเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น แต่ไม่รวมถึงคนที่มีรสนิยมทางเพศที่หลากหลาย หรือกลุ่มบุคคลที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ นอนไบนารี่ และรวมไปถึงกรอบบางประเภทที่ทำให้คนที่เป็น WLW ไม่สะดวกใจที่จะใช้คำว่าเลสเบี้ยน แต่เลือกไปใช้คำอื่นแทน เช่น เกย์ เป็นต้น

แต่สำหรับคำว่าแซฟฟิค คำนี้ถือเป็นร่มใหญ่ (umbrella term) ที่ครอบเอาทั้งหมดเอาไว้ร่วมกัน ทั้งผู้หญิงที่ดึงดูดเข้ากับผู้หญิง และกลุ่มบุคคลที่เป็นนอนไบนารี่อีกด้วย ซึ่งคำจำกัดความใต้ร่มแซฟฟิคนั้น จะรวมกลุ่มคนที่เป็นไบเซ็กชวล แพนเซ็กชวล ทรานส์เจนเดอร์ (ไม่ว่าจะเป็น Trans woman และ Transfeminine ก็ตาม) และนอนไบนารี่ที่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นหญิง

แล้วไบเซ็กชวล แพนเซ็กชวล และเนปทูนิคคืออะไร?

Bisexual คือ คนที่มีแรงดึงดูดกับคนที่มีเพศเดียวกันและเพศตรงข้ามกับตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีแรงดึงดูดกับแค่สองเพศเท่านั้น และไม่จำเป็นจะต้องดึงดูดกับผู้ชายหรือผู้หญิงแค่นั้นอีกด้วย ส่วน Pansexual นั้นอยู่ใต้ร่มของไบเซ็กชวล พวกเขาไม่ได้มีเรื่องเพศเป็นสิ่งสำคัญ นั่นหมายความว่า พวกเขามีแรงดึงดูดได้กับคนทุกเพศและทุกๆ รสนิยมทางเพศ แต่ไม่ได้หมายความว่าเพศของอีกฝ่ายจะไม่มีจริง เขาเพียงแค่ไม่ได้สนใจในเพศของอีกฝ่ายแค่นั้น

ส่วน Neptunic คือคนที่มีแรงดึงดูดกับผู้หญิงและนอนไบนารี่ที่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นหญิง อาจจะสามารถอธิบายได้ว่า เนปทูนิคจะมีแรงดึงดูดกับทุกคน ยกเว้นผู้ชาย และนอนไบนารี่ที่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นชาย (masculine aligned non-binary) ซึ่งนิยามนี้ มักจะใช้กับนอนไบนารี่เพื่ออธิบายตัวตนของตัวเอง โดยไม่อ้างอิงเพศไบนารี่ (เพศชายและเพศหญิง) แต่ทุกคนก็สามารถนิยามคำนี้ได้เช่นกัน

สรุปแล้ว แซฟฟิคครอบคลุมทุกอัตลักษณ์จริงๆ หรือไม่?

จากที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น คำว่า แซฟฟิค มีความครอบคลุมและรวมเอาทุกกลุ่มอัตลักษณ์ที่เป็นหญิงรักหญิงได้มากกว่าคำว่าเลสเบี้ยน ไม่ว่าคุณจะมีอัตลักษณ์ทางเพศแบบไหน มีรสนิยมทางเพศแบบใด คุณก็อยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่คันนี้ และจะไม่มีใครผลักคุณออกไปจากใต้ร่มแซฟฟิคเลย  ไม่ว่าคุณจะฟิตอินกับคำว่าเลสเบี้ยนหรือไม่ เคยโดนผลักออกจากกลุ่มหญิงรักหญิงเพียงเพราะคุณเป็นไบเซ็กชวล หรือรู้สึกไม่เข้ากับอัตลักษณ์ที่ว่าเลสเบี้ยน เพราะคุณมีอัตลักษณ์ทางเพศที่ไม่เป็นไปตามเพศกำหนด แซฟฟิคจะโอบรับคุณเอง

“สิ่งที่ต้องย้ำเสมอก็คือ เลสเบี้ยนเป็นสับเซ็ตของแซฟฟิค
นั่นหมายความว่า เลสเบี้ยนทุกคนเป็นแซฟฟิค แต่แซฟฟิคทุกคนไม่ใช่เลสเบี้ยน”

จำเป็นแค่ไหนที่จะต้องนิยามตัวเองหรือเรียกคู่รักว่าแซฟฟิค?

เราขอยกตัวอย่างสักนิดเพื่อให้คุณคลายสงสัย

ให้ลองนึกถึงบุคคลที่เป็นนอนไบนารี่สักคนหนึ่ง แล้วคำนิยามที่ว่าเขาเป็นเลสเบี้ยน มันไม่ฟิตอินกับเขา การเลือกใช้คำว่าแซฟฟิค ก็ถือเป็นอีกคำหนึ่งที่เขาสบายใจในการใช้และคำนิยามได้อีกด้วย 

สำหรับคู่รักที่มีคนหนึ่งเป็นเลสเบี้ยนและอีกคนเป็นไบเซ็กชวล การเรียกรวมว่าเป็นคู่รักเลสเบี้ยน ก็อาจจะไม่ถูกนัก เพราะนั่นอาจจะเป็นการลบอัตลักษณ์ของบุคคลที่เป็นไบเซ็กชวลนั่นเอง

แต่สำหรับบางคน เขาอาจจะมองว่าเลสเบี้ยนสามารถเข้ากับเขาได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือสำหรับบางคู่ที่ถูกเรียกว่าเป็นคู่เลสเบี้ยน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นไบเซ็กชวลหรือแพนเซ็กชวลก็ตาม นั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะแต่ละบุคคลก็สามารถนิยามด้วยอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ลบอัตลักษณ์ของคนอื่นออกไป

แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกสะดวกใจกับการนิยามอัตลักษณ์นั้นๆ ตามที่คนอื่นคุ้นเคย การทำความเข้าใจและเคารพในอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และไม่อยากให้ทุกคนมองข้ามสิ่งนี้กันไป

LGBTQIAN sapphic Photo by Aiden Craver on Unsplash
Photo by Aiden Craver on Unsplash

คุณสามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคนได้ แม้ว่าคุณจะไม่คุ้นกับคำนิยามของพวกเขา เพียงแค่ยอมรับและเคารพพวกเขาอย่างที่พวกเขาควรจะได้รับ นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านั้นได้เพิ่มขึ้น เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นรู้สึกได้รับการโอบกอด และไม่รู้สึกโดนกีดกันออกจากสังคม LGBTQIAN+ อีกด้วย

Sapphicity ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับชาว Sapphic คนในคอมมูนิตี้ LGBTQIAN+ และพันธมิตรของคนในคอมมูนิตี้แห่งนี้ทุกคน เพื่อการโอบรับทุกตัวตน ทุกคำนิยาม  ❤ 

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sapphic

Sources:

  • https://books.google.com/ngrams/graph?content=sapphic&year_start=1800&year_end=2019&corpus=26&smoothing=3&direct_url=t1%3B%2Csapphic%3B%2Cc0
  • https://lgbtqia.fandom.com/wiki/Sapphic
  • https://sexuality.fandom.com/wiki/Neptunic
  • https://trends.google.com/trends/explore?date=all&q=sapphic
  • https://www.autostraddle.com/why-sapphic-is-back-in-style-definition-meaning-trend/
  • https://www.etymonline.com/word/Sapphic
  • https://www.merriam-webster.com/dictionary/sapphic
  • https://www.newyorker.com/magazine/2015/03/16/girl-interrupted
  • https://www.them.us/story/what-does-sapphic-mean
Sapphicity Podcast

Sapphicity พื้นที่ปลอดภัยสำหรับชาวแซฟฟิก คนในคอมมูนิตี้ LGBTQIAN+ และคนที่เป็นพันธมิตรกับพวกเรา เพื่อส่งต่อเรื่องราวที่น่าสนใจ และสร้างความเข้าใจอันดีให้กับคนที่ได้รับฟัง

Previous

เพราะคำว่ารัก อาจจะยังไม่พอ ‘Love is Love’ จึงต้องตระหนักให้ดี

East of Eden ลิมิเต็ดซีรีส์เรื่องใหม่ของ Florence Pugh และมี Zoe Kazan มาเขียนบทให้

Next